เที่ยวรสแซ่บที่ขอนแก่นดินแดนอีสาน 2 วัน 1 คืน
งบประมาณ 8,000 บาทต่อคน
|
เยือนแดนดินมหานครภาคอีสาน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่พระธาตุขามแก่น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ชื่นชมสิม (โบสถ์) อันเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสาน แล้วตะลุยโลดรับประทานอาหารพื้นเมืองเลิศรสให้เต็มเหนี่ยว
ดูการสาธิตกรรมวิธีการทำอาหารสูตรต้นตำรับนานาชนิด อาทิ ข้าวจี่ ไก่ย่างเขาสวนกวาง แจ่ว ทั้งรสเผ็ดแสบและแบบท้องถิ่น เที่ยวรับรสเมืองขอนแก่น
ทั้งที....ทริปนี้ต้องแซ่บหลาย
|
 |
เนิ่นนานมาแล้วที่ประทับใจอาหารอีสานรสแซ่บแทบทุกครั้งเมื่อย่ำผืนดินถิ่นอีสาน แต่ละจานรสชาติจัดจ้าน วัตถุดิบแปลกใหม่แปลกลิ้น รูปรสกลิ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะจริงๆ จึงตั้งใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาเที่ยวเฉพาะกิจการกิน (อาหารอีสาน) ให้ได้
ทันทีที่เครื่องบินลงจอดสนิทเทียบท่าที่สนามบินขอนแก่น คนนำพาทัวร์ทริปนี้ (191 รถเช่าขอนแก่นซอยข้างโรงแรมโซฟิเทล ขอนแก่น 3/33 ถ.ประชาสำราญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โทร. 08-7227-5466,
08-1769-8825,08-5460-2557) ขับรถมารับเพื่อพาตะลอนเมืองให้ทั่วถ้วน 2 วัน 1 คืน ว่าแล้วก็เริ่มด่านแรก อาหารเช้าที่ร้านเอมโอช (เลขที่ 71/22 ตรงข้ามโรงแรมโรมา ถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น
จ.ขอนแก่น โทร.0 4324 1382) นำเสนอไข่กระทะร้อนๆ ต้นตำรับของชาวขอนแก่น คู่กับดื่มกาแฟกลั้ว
จบจานนั้นแล้วก็พุ้ยข้าวสวยต่อ ซดต้มเลือดหมูตาม...โอชารส |
 |
รับประทานแบบเบาะๆ รองท้องแล้ว ครานี้คงต้องหันมาหาที่พึ่งของจิตใจด้วยการนมัสการ
พระธาตุขามแก่น ปูชนียสถานคู่เมือง เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย แล้วจึงเดินทางต่อไปชมวิธีการปรุงและชิม “ไก่ย่างเขาสวนกวาง” อาหารขึ้นชื่อของจังหวัด
ขอนแก่น ไก่ที่ว่ามาจาก 3 สายพันธุ์ผสม อันได้แก่
ไก่ไข่ ไก่พื้นบ้านและไก่พันธุ์ ผลิตมาจาก
เขาสวนกวางเท่านั้น ความอร่อยโดดเด่นด้วยกรรมวิธีการทำแบบเฉพาะ คือ ไก่บ้านอ่อนๆ หมักทั้งตัว
ย่างทั้งตัวบนเตาถ่านไม้ ไม่มีการแบ่งส่วนของตัวไก่เพื่อย่างขาย
ว่าแล้วจะให้ดูอย่างเดียว จะเพียงพอได้กระไร ต้องสั่งมากินให้เต็มเหนี่ยว ร้านไก่ย่างวรรณา (271 หมู่ 11 หลักกิโลเมตรที่ 49 ถ.มิตรภาพ ต.คำม่วง
อ.เขาสวนกวาง จ. ขอนแก่น โทร. 0-4344-9024)
สั่งของอร่อยมาเต็มที่ ไก่ย่าง ตำลาว ลาบ กินจน
เหลือแต่โครงไก่ ก็แหม...อร่อยเด็ดตรงที่เนื้อไก่เหนียวนุ่มจิ้มน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด แซ่บหลายเด้อ |
 |
ทว่ากินเสร็จแล้ว ก็สลับมาเติมอาหารใจต่อด้วยการสักการะพระมหาธาตุแก่นนคร หรือพระธาตุเก้าชั้น สร้างแบบเรือนยอดทรงเจดีย์ จำลองแบบพระธาตุขามแก่น ความสูงขององค์พระธาตุฯ 80 เมตร
มีจุลธาตุ 4 องค์ ตั้งอยู่ 4 มุม และมีกำแพงแก้ว
พญานาค 7 เศียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทราวดี
ผสานศิลปะอินโดจีนแบบชาวอีสานตากแห
การเดินทางก็ล่วงเลยมาถึงจุดหมายการกิน (อาหาร) แห่งสุดท้ายของวันนี้ พิกัดอยู่ที่ร้านครัวป้าใหญ่
ริมบึงแก่นนคร (ถ.ริมบึงแก่นนคร อ.เมือง
โทร.0-4323-8883) อาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี่คืออาหารประเภทปลาและเห็ด แอบป้องปากบอกว่า เมนูจากเห็ดในช่วงหน้าฝน อร่อยล้ำ ส่วนปลาโจกต้มกับ
ใบมะขามอ่อน เมนูเด็ดของที่นี่ ก็อร่อยไม่แพ้กัน
อิ่มอร่อยจนเพลิน กว่าจะได้พักอ้างแรมในโรงแรม Pullman Raja Orchid (9/9 หลังเทศบาลเมืองขอนแก่น ถ.ประชาสำราญ ต.ในเมือง
อ.เมืองขอนแก่น โทร. 0-4332-2155
www.pullmankhonkaen.com) ก็ปาเข้าไปค่ำมืด แรกเห็นโรงแรมนี้ ช่างสวยงามสง่าในแบบโมเดิร์น
ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบอีสานได้อย่างลงตัว โทนสีเน้นสีไม้มะขาม ข้าวของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เรียกเต็มปากเต็มคำได้ว่าเป็นโรงแรมที่สะดวกสบายแบบฟูลลี่ อีควิปเม้นต์
|
วันที่สอง ตื่นเช้าขึ้นมา ตามแบบฉบับตัวริสต์ตัวแม่จะมัวรอช้าอยู่ไย ทันทีที่รับประทานอาหารเช้าในโรงแรมเสร็จ ก็ไปเบิ่งตลาดเช้าของชาวเมืองขอนแก่น ตื่นตากับของสดของคาว ของหมักของดอง ผักผลไม้หน้าตาแปลกๆ แต่ที่แน่ๆ มาตลาดทั้งทีไม่ลืมซื้อข้าวจี่ร้อนๆ มากินให้อุ่นท้องดอก
|
อิ่มหมีพีมันก็ต่อด้วยเที่ยวชมสิม (โบสถ์) ที่วัดสระทองบ้านบัว อ.มัญจาคีรี ซึ่งเป็นอาคารทรงคุณค่าทาง
สถาปัตยกรรมแบบอีสานพื้นถิ่นเด่นชัด ภายนอกอาคารประดับแว่นแก้วฐานชุกชี ภายในประดิษฐาน
พระประธานศิลาทรายรูปแบบอีสาน ในปี 2545 ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่าด้านการอนุรักษ์มรดกและวัฒนธรรม
แห่งเอเชียแปซิฟิก จากองค์การยูเนสโก้มาแล้ว จากนั้นก็เดินทางไปร้านเตียฮั่วหยู ถ.ศรีจันทร์ ชมการผลิตขนมตุ๊บตั๊บ ขนมถั่วตัด ถั่วกระจก ของฝากขึ้นชื่อของอีสาน
|
ซื้อขนมมาเต็มถุงผ้าช้อปปิ้ง ไม่พลาดจับจ่ายของคาวของฝากที่ย่านถนนกลางเมือง แหล่งรวมของฝากจากขอนแก่น อันได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากหมูในรูปแบบต่างๆ หมูแผ่น หมูยอ หมูหยอง ไส้กรอกอีสาน แหนมลับแล หม่ำ ฯลฯ เลือกของไปก็ซื้อโน่นนั่นนี่เดินเล่นรับประทานไปเพลินๆ หันมาอีกทีข้าวของก็เต็มถุงผ้าไป 3 ใบนั่นแหละ (เพราะต้องไปฝากญาติมิตรพี่น้องเต็มบ้าน) จึงได้วาระอันควร แก่การอำลาเมืองฯ กลับนิวาสถานที่กรุงเทพฯ ตะลุยเที่ยวช่วยชาติคราวนี้ไม่เหงาเลย แถมชีวิตยังได้รสชาติแซ่บไปอีกแบบ
|
| รายละเอียดงบประมาณ |
|
- ค่าน้ำมันรถ 2 วัน
- ค่าที่พัก ซูพีเรีย คิง เบด 1 คืน
- ค่าเช่ารถยนต์ เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี 2 วัน
- ค่าเครื่องบินสายการบินไทย ไป-กลับ เริ่มต้นที่
- ค่าอาหาร 2 วัน
รวม
|
800 บาท (ต่อคัน)
3,000 บาท (สำหรับ 2 ท่านต่อห้อง)
3,600 บาท (ต่อคัน)
3,220 บาท
1, 080 บาท (ต่อคน)
8,000 บาทต่อคน
|
| (ตัวอย่างการท่องเ่ที่ยวเมืองขอนแก่น 2 คน หากเที่ยวแบบกลุ่มเพื่อนมากกว่า 2 คนค่าใช้จ่ายต่อคนอาจเปลี่ยนแปลงได้อีก) |