Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / รวมท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ราชบุรี / ท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ความงามอันสงบ กลิ่นอายของธรรมชาติ ราชบุรี - สวนผึ้ง 2 วัน 1 คืน

ราชบุรี - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ


Send To Friend

 
Share |
 
 

ความงามอันสงบ อบอวลกลิ่นอายของธรรมชาติ ท่ามกลางขุนเขาแห่งสวนผึ้ง ราชบุรี - สวนผึ้ง 2 วัน 1 คืน 1,650
บาทต่อท่าน

เพียงได้มองขุนเขาสีเขียว ต้นไม้อุดมสมบูรณ์ ภายในใจก็รู้สึกเย็นสบายขึ้นทันที ความสวยงามของอำเภอสวนผึ้งซึ่งเงียบสงบ เป็นส่วนตัว กับอากาศที่บริสุทธิ์ ทั้งยังอบอวลไปด้วยความโรแมนติกอันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ล้วนเป็น
องค์ประกอบที่ทำให้สวนผึ้งไม่เคยเงียบเหงา เป็นประตูแห่งธรรมชาติที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงแค่เอื้อม และยังคงเปิดกว้างรอรับนักเดินทางผู้แสวงหา
ความงามเงียบในวันพักผ่อน

วันแรก เดินทางกันตอนเช้า ทริปนี้ควรไปกัน 2 คน โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข

338 กรุงเทพฯ - พุทธมณฑล - นครชัยศรี และตรงเข้าถนนเพชรเกษมบริเวณอำเภอนครชัยศรี ซึ่งอยู่ก่อนถึงตัวเมืองนครปฐมประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นตรงไปยังตัวเมืองราชบุรี สังเกตป้ายบอกทาง “ราชบุรี” เพื่อ
ความแน่ใจ ก่อนจะพบทางแยกซ้ายเข้าสู่ตัวเมือง

ถนนที่เลี้ยวเข้ามานั้นจะเลียบทางรถไฟ ขับมาไม่นานจะพบค่ายภาณุรังษีอยู่ทางขวามือก่อนข้าม

สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเจดีย์หัก ขับไปถึงพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติราชบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรวิหาร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “วัดหน้าพระธาตุ” ซึ่งเป็นวัด เก่าแก่ของชาวราชบุรี มีพระปรางค์สร้างด้วยอิฐฉาบปูน ฐานเป้นศิลาแลง สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจในแหลมสุวรรณภูมิ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 - 18 ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ทั้งยังมีลักษณะ
จำลองแบบพระธาตุนครวัด คือตั้งอยู่ในระเบียงสี่เหลี่ยม บนฐานสี่เหลี่ยม บริเวณฐานระเบียงมีทางเดินได้รอบ ที่วิหารคตรอบลานพระปรางค์ มีพระพุทธรูปศิลา สมัยทวารวดี สมัยลพบุรี และสมัยอยุธยา ประดิษฐานอยู่โดยรอบ มีบันไดและช่องคูหาเข้าไปถึงองค์พระปรางค์ มีข้อสันนิษฐานว่าเดิมน่าจะเป็นศาสนสถานของขอม ต่อมาเมื่อขอมเสื่อมอำนาจ สถานที่แห่งนี้จึงถูกดัดแปลงมาเป็นวัดในพระพุทธศาสนาจนถึงปัจจุบัน

หลังชมวัดคู่เมืองของชาวราชบุรีกันแล้ว เดินทางกันต่อโดยใช้เส้นทางหมายเลข 3087 เพื่อเข้าสู่

ู่อำเภอจอมบึง แวะเที่ยวถ้ำกันก่อนเข้าอำเภอสวนผึ้ง โดยถ้ำแรกที่จะผ่านกันคือ ถ้ำฤๅษีเขางู ผ่านทางหลวงหมายเลข 3087 มาประมาณ 7 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าไปถ้ำเขางู ซึ่งอยู่ในเทือกเขางู ภายใน
ประดิษฐานพระพุทธรูปสลักในหินปางปฐมเทศนา ซึ่งเป็น พระพุทธรูปที่เก่าแก่ที่สุดในจำนวน 4 องค์ ที่สร้างขึ้นในสมัยทวารวดี

ขับแบบสบายๆ ชมธรรมชาติสีเขียวสองข้างทาง ไม่นานก็ถึง ถ้ำเขาบิน ซึ่งตั้งอยู่บนรอยต่อของ

อำเภอเมือง และอำเภอจอมบึง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร จากปากทางมีถนนลาดยางเข้าสู่บริเวณถ้ำอีก 1.7 กิโลเมตร

ถ้ำเขาบินตั้งอยู่ในเทือกเขาบิน ซึ่งมีความสูงประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำที่มีหินย้อยสวยงามมาก

สามารถใช้จินตนาการแต่งแต้มเป็นรูปสัตว์ต่างๆ หลายชนิด สุดปลายถ้ำมีหินย้อยเป็นรูปนกตัวใหญ่กำลังกางปีก อันเป็นที่มาของชื่อถ้ำเขาบิน แล้วอย่าลืมเก็บภาพความงามของหินงอกหินย้อยไว้เป็นที่ระลึก

หลังจากนั้นแวะทานมื้อเที่ยงกันที่ ร้านอาหารลมโชย ซึ่งอยู่ห่างจากถ้ำเขาบินประมาณ 4 กิโลเมตร

สังเกตปั๊มน้ำมันเชลล์ซึ่งอยู่ทางขวามือไว้ เพราะร้านจะอยู่ทางซ้ายมือเยื้องกับปั๊ม อาหารแนะนำมีตั้งแต่
ปลาทับทิมนึ่งมะนาว แกงส้มปลาช่อน และทอดมันปลากราย ราคาไม่แพงหากทานสองคนราคาอยู่ที่ประมาณ 400 บาท (เลขที่ 129 หมู่13 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี 0 3226 1099, 0 3226 2063)

อิ่มอร่อยกับอาหารไทยรสจัดจ้านกันแล้ว ก็ถึงเวลาหาอาหารให้กับสายตากันต่อ โดยที่ต่อไปที่จะแวะคือ

สวนรุกขชาติถ้ำจอมพล อยู่ห่างจากถ้ำเขาบินประมาณ 11 กิโลเมตร เดิมถ้ำจอมพลมีชื่อว่า ถ้ำมุจลินทร์ ตั้งอยู่ในเขาชื่อ เขากลางเมือง มีความสูง 191 เมตร ที่นี่มีฝูงลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก ภายในถ้ำจอมพลมีหินงอกหินย้อยสวยงาม ประดับป้ายบอกชื่อไว้อย่างชัดเจน อาทิ สร้อยระย้า ผาวิจิตร แส้จามรี บรมอาสน์ ธาตุเนรมิต มัสยาสถิตย์ ประสิทธิ์เทวา และเกศาสยาม ที่สำคัญ ภายในถ้ำยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ มีงานฉลองเป็นประจำทุกปีในหน้าแล้ง

และเมื่อปี พ.ศ. 2483 พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ได้เสด็จประพาสถ้ำนี้ ทรงพอพระทัยหินงอกหินย้อยภายในถ้ำมาก โดยเฉพาะหินย้อยผาวิจิต ซึ่งทำให้ทรงจินตนาการว่า เหมือนกับได้จับริ้วไหมอินทรธนูบนบ่าของจอมพล จึงทรงพระราชทานนามถ้ำเสียใหม่ว่า “ถ้ำจอมพล” จากนั้นเดินทางสู่อำเภอสวนผึ้ง ขอแนะนำว่าอย่าเร่งความเร็วมากนัก เพราะถนนไม่ดีในบางช่วง อีกทั้งยังมีทางโค้ง ค่อยๆ ขับไป ก่อนถึงตัวอำเภอสวนผึ้ง 5 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไปอีกประมาณ 5
กิโลเมตร เข้าสู่โป่งยุบ ไปชมพื้นที่ซึ่งมีการยุบตัวของแผ่นดิน ทำให้เกิดลักษณะหน้าผาสูงชัน คล้ายกับแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่ หรือ ฮ่อมจ๊อม อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน โป่งยุบนี้มีอาณาบริเวณกว้างกว่า 10 ไร่ ซึ่งแต่เดิมท้องที่นี้เคยเป็นไร่นามาก่อน

เวลาบ่ายสาม เดินทางไปเที่ยวชม ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ผ่านตัวอำเภอสวนผึ้งไปตามถนนใหญ่ประมาณ

5 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าสู่เหมืองบ่อคลึงอีกประมาณ 10 กิโลเมตร จะพบธารน้ำร้อนธรรมชาติที่มีต้น กำเนิดจากเทือกเขาตะนาวศรี สายน้ำไหลผ่านกรวด หิน ดิน ทราย ใต้ผิวโลกแล้วไหลเป็นธารน้ำ มีน้ำไหลอยู่ตลอดปี เป็นน้ำร้อนบริสุทธิ์ ในบางวันน้ำร้อนจะมีอุณหภูมิระดับประมาณ 136 องศาฟาเรนไฮต์ และในบางวันก็ลดลงมาประมาณ 120 องศาฟาเรนไฮต์ ธารน้ำร้อนบ่อคลึงในช่วงฤดูหนาว ไอน้ำร้อนจะลอยกร่นเป็นหมอกผสมกับหมอกในอากาศตอนเช้า นับเป็นความงามอันหาดูได้ยาก แต่กลับอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงเอื้อม

หลังสัมผัสความร้อนจากธารน้ำร้อนกันแล้ว เดินทางเข้าสู่ที่พักบัววัฒนา ฮิลไซด์ รีสอร์ท นับเป็น

รีสอร์ทท้องถิ่นรุ่นบุกเบิกของอำเภอสวนผึ้ง ตั้งอยู่ไม่ไกลจากธารน้ำร้อนบ่อคลึง โดยขับตรงขึ้นไปถึงก่อนน้ำตกเก้าชั้น โดยรีสอร์ทต้องเลี้ยวเข้าไปทางขวามือ สังเกตป้ายของรีสอร์ทซึ่งตั้งอยู่ตรงด้านหน้า

ห้องที่จะพักกันนี้เรียกว่า บ้านต้นไม้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นบ้านไม้ซึ่งวางตัวสวยงามบนต้นไม้ใหญ่ สะดวกสบายและได้บรรยากาศกับภาพวิวสวยๆ จากมุมสูง สามารถเข้าพักได้ 2 ท่าน ราคาคืนวันศุกร์ - เสาร์ อยู่ที่ 900 บาท วันอื่นๆ อยู่ที่ 700 บาท หลังทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย ก็มาเดินเล่นชมทิวทัศน์งดงามบริเวณรีสอร์ทกัน เป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนรับประทานอาหารเย็นกันที่ร้านอาหารของรีสอร์ท ที่ได้รับการรับรองจากคนท้องถิ่นว่า อร่อย สด สะอาดและราคาไม่แพง 2 คน ในราคา 400 บาท ส่วนในเรื่องของบรรยากาศนั้น ต้องบอกว่าเป็นสไตล์โอเพ่นแอร์ เน้นอากาศจากภายนอก เคล้าแสงไฟสีส้มอ่อนๆ ภายใน เพิ่มอรรถรสให้กับอาหารไทยของร้านได้เป็นอย่างดี เมื่อหนังท้องเริ่มตึงได้ที่ ขอแนะนำให้นั่งพักในร้านอาหารกันก่อน รับลมเย็นๆ ยามค่ำคืน แล้วค่อยกลับเข้าสู่บ้านต้นไม้ พักผ่อนให้เต็มที่

วันที่สอง ตื่นเช้าเดินเล่นบริเวณรีสอร์ท รับลมชมวิว ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ก่อนรับประทานอาหารเช้า

สองคน ราคาประมาณ 200 บาท หลังจากนั้นเดินทางออกจากตัวรีสอร์ทไปไม่ไกล ก็จะถึงน้ำตกเก้าโจนหรือน้ำตกเก้าชั้น จากลานจอดรถด้านล่าง เดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร ถึงบริเวณตัวน้ำตก น้ำตกเก้าโจน เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูง 9 ชั้น ตั้งอยู่ในหุบเขา ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ระยะทางเดินจากชั้นล่างจนถึงชั้นบนประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

เมื่อกลับมาถึงรีสอร์ทก็ได้เวลาคืนห้อง บอกลาบัววัฒนา ฮิลไซด์ รีสอร์ท เดินทางกลับไปราชบุรีแวะ

ทานกลางวันกันที่ บ้านหอมเทียน เป็นร้านอาหารที่ทำเทียนหอม มีสไตล์การตกแต่งที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยขับย้อนกลับมาทางอำเภอสวนผึ้ง ก่อนถึงตัวอำเภอ ร้านตั้งอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 33 พอดิบพอดี

ที่นี่นับเป็นร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกจัดสรรอย่างลงตัว ความเป็นกันเองและกลิ่นเทียนที่ลอย

ตลบอบอวลคอยดึงดูดผู้คนให้แวะเวียนกันเข้ามา เมนูอาหารของที่นี่เป็นอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นหลากหลายรายการ ราคาสองท่านประมาณ 400 บาท หลังรับประทานอาหารเลือกชมเลือกซื้อเทียนหอมเป็นของฝาก
(08 1841 1895, 08 5845 7379) ครั้นได้เวลาอันสมควรก็กล่าวอำลาบ้านหอมเทียน เดินทางกลับสู่
กรุงเทพฯ

(รายละเอียดงบประมาณ)
ค่าน้ำมันจากกรุงเทพฯ-สวนผึ้ง ไปกลับประมาณ
ค่าที่พัก
ค่าอาหาร 4 มื้อ ประมาณ
รวมต่อท่าน
1,000 บาท (ราคาต่อ 2 ท่าน)
900 บาท (ราคาต่อ 2 ท่าน)
1,400 บาท (ราคาต่อ 2 ท่าน)
1,650 บาท

21 กรกฏาคม 2552 16:06:33
 
 

 

 
 

 
 
   
 
  ราชบุรี
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
  ผู้จัดการพาชิม
 
 
 
 
 
     
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
กุมภาพันธ์
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย