ไม่ ‘ปาย’ ไม่ได้ แม่ฮ่องสอน - ปาย 3 วัน 2 คืน งบประมาณ 4,000 บาท
|
 |
เมืองปายไม่ได้มีดีที่ความหรูหราอย่างเดียว แต่ถ้าอยากได้อารมณ์ปายแบบ
ติดดิน ค่อยๆ ละเลียดซึมซับบรรยากาศและเนื้อแท้ของปายแบบทีละเล็กละน้อย ทีละรสชาติ จากถนนคนเดิน ล่องแม่น้ำปาย ไหว้พระครบรส แล้วคุณจะรู้ว่า สำหรับปายแล้วไม่ไปไม่ได้
|
|
ถ้าอยากไปปายแบบให้ได้อารมณ์ ต้องเริ่มต้นจากการนั่งรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ นั่งๆ นอนๆ ฟังเสียงรถไฟแล่นบนรางก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
|
|
วันแรก
|
|
จากสถานีรถไฟเชียงใหม่นั่งรถตู้ไปลงที่ปาย แวะเช่ามอเตอร์ไซค์แล้วขับไปยังที่พัก “บ้านหลับฝันดี”
เกสต์เฮาส์ราคามิตรภาพ (คืนละ 303 บาทเท่านั้น อยู่ตรงข้างวัดป่าขาม ตรงถนนคนเดิน เดินเข้ามาในซอยข้างวัด ตรงมาจนเจอแม่น้ำปาย เดินเลียบแม่น้ำมาเรื่อยๆ ก็จะเจอ โทร. 08 1883 5043) เจ้าของชื่อคุณปาน เป็นกันเองแบบสุดๆ อารมณ์เหมือนพักอยู่บ้านเพื่อนเพราะพี่แกใจดีคุยสนุก เช้าๆ เลี้ยงกาแฟสด บางเย็นทำกับข้าวเลี้ยงอีกต่างหาก บ้านหลับฝันดีเป็นบ้านไม้มองไปเห็นวิวทุ่งนา ตรงกลางบ้านมีชานกว้างใหญ่ไว้ให้นั่งนอนเอกเขนกดูดาว ยิ่งไปตอนหน้าหนาวขอบอกว่าโรแมนติกเหลือกิน เอ๊ย...เหลือเกิน
|
หลังจากเก็บข้าวของเข้าห้องพัก ยืดเส้นยืดสายคลายเมื่อยที่โดนรถตู้เหวี่ยงมาโค้งแล้วโค้งเล่า นั่งพักจิบน้ำเย็นๆ เผลอแป๊บเดียวก็ได้เวลามื้อเย็นขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปถนนคนเดิน ขอแนะนำให้ฝากท้องมื้อเย็นไว้ที่นี่เพราะมีของกินรายทางละลานตา ไม่ว่าจะขนมจีนน้ำเงี้ยวหรือว่าข้าวซอย แวะร้านโน้นชิมร้านนี้ ลำแต๊แต๊เจ้า ไม่ต้องหาร้านนั่งให้ลำบาก เพราะแค่เดินชมไปชิมไป ตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนนก็อิ่มแปล้แล้ว ระหว่างเดินชิมเพลินๆ ก็เกิดไปสะดุดตากับเจ้าขนมปิ้งๆอย่างหนึ่งเข้า เห็นชาวเขาคนหนึ่งกำลังปิ้งอยู่ พร้อมกับติดป้ายบอกชื่อไว้ว่าเป็น “ข้าวปุ๊ก”รูปร่างหน้าตาน่ากินไม่น้อยเชียว ดูคล้ายๆ ข้าวเหนียวที่ตำจนละเอียดแบบที่ชาวเขานิยมกัน และราดด้วยนมและงา อร่อยใช้ได้
|
|

|
|
อิ่มท้องกันแล้ว ก็วางโปรแกรมวันรุ่งขึ้นกันเลยว่า จะไปล่องน้ำปายกัน ซึ่งทางที่ดีแล้วควรจองแพกันแต่เนิ่นๆ ถ้ายังไม่ได้จองล่ะก็ ไม่เป็นไร จองได้แถวถนนคนเดินนี่ล่ะ เขามีให้เลือกหลายร้าน ราคาประมาณ 400 - 500 บาทต่อคน แต่ถ้าติดต่อผ่านทาง ททท.หรือกลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำปายบ้านตาลเจ็ดต้นโดยตรง จะได้ราคาถูกกว่า (ราคาประมาณ 850 บาทต่อแพ นั่งได้ 3 - 4 คน โทร. 089 2655 306)
|
เสร็จภารกิจเรื่องเที่ยวก็อย่าลืมแวะร้านมิตรไทย ซื้อโปสการ์ดสวยๆ เขียนส่งถึงคนที่อยากส่ง ถ้ามีเงินเหลือสักหน่อยก็อุดหนุนเสื้อยืด กางเกงเล ลวดลายของเขาเก๋สไตล์มิตรไทย (เอาไปใส่เขาจะได้รู้ว่ามาปายแล้ว) หรือจะไปเดินกระจายรายได้อุดหนุนสินค้าทำมือราคาย่อมเยาของศิลปินเมืองปายกลับไปเป็นที่ระลึกก็ยิ่งดี
|
|

วันที่สอง
|
|
วันนี้ตื่นเช้ากันหน่อย ควบมอเตอร์ไซค์ขึ้น “วัดพระธาตุแม่เย็น” ไปไหว้พระ สัมผัสไอหมอกเย็นๆ ยามเช้าที่ ปกคลุมเมืองปาย ทางไปไม่ลำบากแต่อาจจะมีบางช่วงที่ชันต้องระวังให้ดี แวะถ่ายรูปทะเลหมอกสวยๆ เป็นที่ระลึกจนหนำใจ แล้วกลับเข้าเมืองมาหม่ำอาหารเช้าและจิบกาแฟหอมๆ ที่ร้าน “All About Coffee” ร้านดังของถนนคนเดิน อยู่ตรงข้ามกับร้านมิตรไทย
|
อิ่มแล้วก็ถึงเวลานัดไปล่องแพกัน โดยปกติจะมีรถมารับไปยังจุดล่องแพที่หมู่บ้านตาลเจ็ดต้น สายน้ำปาย เส้นเล็กไม่เชี่ยวกรากแต่ไหลเอื่อยพาแพไม้ไผ่ลัดเลาะเรื่อยๆ จนถึงบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำโรงเรียนปายวิทยาคาร ระยะทางประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงครึ่ง รับรองว่าคุณจะประทับใจกับความสวยงามของธรรมชาติสองข้างทาง ที่ทำให้หลงรักปายมากขึ้นไปอีก แต่ด้วยความที่ไม่ได้มีน้ำมาก ทำให้ไม่สามารถล่องน้ำได้ตลอดทั้งปี ช่วงเวลาที่เหมาะกับการล่องแพ คือประมาณเดือนพฤศจิกายน จนถึงมีนาคม แต่ดีที่สุดคือ ปลายธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ที่ระดับน้ำกำลังดีไม่แรงเกินไปและอากาศที่เย็นสบาย ช่วยให้คุณไม่ทรมานจากแดดจ้า (เพราะแพไม่มีหลังคานะจะบอกให้) |
|

|
|
ขึ้นจากแพเวลายังพอมีเวลา ลองแวะไปที่ “วัดน้ำฮู” ไปสักการะหลวงพ่ออุ่นเมือง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง
ปาย ซึ่งภายในเศียรของหลวงพ่ออุ่นเมืองจะมีน้ำอยู่ตลอดเวลา ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปนมัสการ และขอน้ำที่ซึมออกมานี้ โดยทางวัดได้นำมาผสมเป็นน้ำมนต์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ปกติหากไม่ใช่หน้าหนาวซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยว ทางวัดจะปิดประตูโบสถ์ นักท่องเที่ยวที่ต้องการนมัสการพระอุ่นเมือง จึงต้องขออนุญาตจากเจ้าอาวาสเพื่อเปิดโบสถ์เสียก่อน นอกจากนี้ภายในวัดยังมีเจดีย์อนุสรณ์สถาน พระนางสุพรรณกัลยา
พระเชษฐภคินีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยู่ภายในบริเวณวัดอีกด้วย ตกเย็นกลับมาเดินเพลินๆ กันต่อแถวย่านถนนคนเดิน เผื่อตกสำรวจร้านรวงหรือของฝากอะไรไป แต่อย่าลืมแวะไปจองรถตู้กลับเชียงใหม่ด้วยนะจ๊ะ เพราะเดี๋ยวจะตกรถไฟกลับเชียงใหม่ เพราะที่นั่งมีจำกัดนะเออ
|
วันสุดท้าย |
| ตื่นเช้ามาทำบุญตักบาตรแถวตลาดเช้า บริเวณเดียวกับถนนคนเดิน อิ่มบุญกันแล้วก็หาของกินอร่อยๆ ให้อิ่มท้องกันต่อ ไม่ว่าจะข้าวเหนียวห่อใบตอง หรือโจ๊กร้อนๆ กับกาแฟโบราณหรือน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เดินชมบรรยากาศเมืองปายยามเช้าที่เงียบสงบ ต่างจากบรรยากาศถนนคนเดินยามค่ำคืนอย่างสิ้นเชิง ทิ้งทวนก่อนกลับไปเช็กเอ้าต์เพื่อเตรียมตัวกลับเชียงใหม่ แล้วค่อยนั่งรถไฟต่อมายังกรุงเทพฯ อีกที |
|

|
รายละเอียดงบประมาณ
|
|
|
ค่าตั๋วรถไฟไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ราคารวม
|
1,722 บาท |
| (ชั้น 2 ตู้นอนปรับอากาศ เตียงล่าง) |
|
| ค่ารถตู้ไป-กลับ เชียงใหม่-ปาย รวมคนละ |
300 บาท |
| ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ 3 วันๆ ละ 150 บาท |
รวม 450 บาท (สำหรับ 2 คน) |
| ค่าน้ำมันมอเตอร์ไซค์ 3 วัน |
100 บาท (สำหรับ2 คน) |
| ค่าน้ำมัน 1 คัน หารสอง เฉลี่ยคนละ |
50 บาท |
| ค่าที่พัก 2 คืนๆ ละ 303 บาท รวม |
609 บาท (สำหรับ 2 คน)
|
| ค่าอาหาร 9 มื้อ เฉลี่ยคนละ |
1,400 บาท
|
| รวม |
4,000 บาทต่อคน |
|
รายละเอียดเพิ่มเติม
รถตู้รับส่งเส้นทางปาย-เชียงใหม่ มีวิ่งทุกวัน วันละหลายๆ เที่ยว มีหลายบริษัทฯที่ให้บริการอยู่
แนะนำ aYa Service 0 5369 9888 ปาย หรือ 0 5324 7889 (เชียงใหม่) รถออก 08.00 - 17.00 น.
ราคาประมาณ 150 บาทต่อคน |