“สังขละบุรี” มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ ความงดงามของ
วัฒนธรรม
นั่งเม้าท์กันเพลินใจเพียง 2 ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ รู้ตัวอีกทีก็มาหยุดอยู่หน้า
ร้าน “บ้านกาแฟ” ริมถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค ทางหลวงหมายเลข 323
ซะแล้ว แวะยืดเส้นยืดสายและเติมความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกายด้วยกาแฟหอมกรุ่นสักแก้ว ก่อนมุ่งหน้าสู่ อ.สังขละบุรี จุดหมายปลายทางของเราในทริป นี้ คดเคี้ยวเลี้ยวลดไปตามไหล่เขา เจอทางแคบทางโค้งด้วยระยะทาง 200 กว่ากิโลเมตร ระหว่างทางเพลินตาไม่น้อยกับธรรมชาติและวิถีชีวิตเรียบง่ายสองข้างทาง

“สุดแดนตะวันตก” หลังป้ายไม้แผ่นใหญ่แค่ก้าวข้ามก็เป็นประเทศพม่าเพื่อนบ้านเราแล้ว ตัดสินใจแวะ
ช้อปปิ้งของฝากที่นี่ “ด่านเจดีย์สามองค์” หรือที่สมัยก่อนเรียกว่า “หินสามกอง” กันก่อนจะเข้าตัวอำเภอ
สังขละบุรี เครื่องไม้ เครื่องเงิน กล้วยไม้ และสินค้าต่างๆ จากประเทศพม่า อุดหนุนกันพอหอมปากหอมคอก่อนเดินทางต่อ

“มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ ความงดงามของวัฒนธรรม” ดินแดนที่มีนามว่า “สังขละบุรี” อำเภอเล็กๆ ในจังหวัด
กาญจนบุรี แวะซื้อเสบียงเล็กน้อยที่ “ตลาดสังขละบุรี” ก่อนเข้าที่พักของเราในคืนนี้ “forget me not house”
ทันทีที่ก้าวลงจากรถยนต์สัมผัสได้ถึงความ “สงบเงียบและเรียบง่าย” บรรยากาศแบบนี้แหละที่คนหนีกรุงฯ
อย่างเราโหยหา เก็บข้าวเก็บของแล้วไม่รอช้า ออกไปหาปลาคังลวกจิ้ม แกงส้มแซ่บๆ กับยำผักกูดปลอดสารพิษทานกันที่ “ศรีแดง” ร้านอาหารเก่าแก่แห่งสังขละบุรี แค่นี้มื้อเย็นของเราก็อร่อยไม่แพ้ใครแล้ว
กลับมาถึง forget me not หลังพระอาทิตย์อัสดง ยามค่ำนั่งลงสูดกลิ่นไอของสายน้ำ และสัมผัสความบางเบาของสายลม ความเงียบสงบที่เพิ่มมากขึ้นทุกนาที กลายเป็นยานอนหลับชั้นดีให้คนกรุงฯ อย่างพวกเราง่วงนอนเร็วกว่าปกติ เสียงหาวหวอดๆ จากเพื่อนร่วมก๊วนสลับกันดังขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่าได้เวลาแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้ว

หมอกจางๆ กับ กาแฟอุ่นๆ จิบกาแฟแกล้มวิวชั้นดี วิถีชีวิตยามเช้าของชาวบ้านริมแม่น้ำแควน้อยดูเรียบง่ายแต่อบอุ่นยิ่งนัก เช้าตรู่วันนี้อากาศเย็นสบายก่อนตลาดจะวายชักชวนกันไปทำบุญตักบาตรและเดินเล่นบน “สะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์” ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ...หากแต่ความสำคัญไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาด วัฒนธรรมและความสำคัญของสะพานไม้แห่งนี้ต่างหากที่น่าสนใจ “แตกต่าง หลากหลาย แต่อยู่ร่วมกันได้” คนไทยเชื้อสายไทย และมอญ ยังคงใช้สะพานไม้แห่งนี้สัญจรกันไปมาระหว่างฝั่งสังขละบุรี และฝั่งหมู่บ้านมอญ

“ซองกาเลีย บีคลี่ และรันตี” ชื่อของแม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบพบกันรวมเรียกว่า “สามประสบ”
...สายน้ำ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวสังขละบุรีมาเป็นเวลาช้านาน
... Unseen Thailand กับ เมืองบาดาล เราใช้บริการของ “แพลุงเณร” สนนราคา 45 นาที เพียง 300 บาท ล่องเรือตามหาตำนานเก่าแก่ที่เคยเป็นที่ตั้งของวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) วัดแห่งนี้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับ
สิบปีเพราะการสร้างเขื่อนเขาแหลม ... เวลา 15 นาทีผ่านไปเพียงพริบตา วัดจมน้ำในความคิดก็ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า ซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลือกลายเป็นเกาะกลางน้ำเมื่อหน้าแล้ง

หลายครั้งหลายคราเมื่อออกเดินทางแล้วยังไม่อยากกลับ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ขึ้นจากเรือก็ขออ้อยอิ่งอยู่บนสะพานไม้ อีกนานนับชั่วโมง ... ตู้ม ตู้มมม!! เสียงกระโดดน้ำของเด็กน้อยหลายคน โดดแล้วปีนขึ้นมาโดดใหม่ราวกับกดปุ่มฉายซ้ำบนรีโมทคอนโทรล รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ช่วยทำให้อาคันตุกะแปลกหน้าอย่างเราพลอยมีความสุขไปด้วย

ก่อนกลับไปเช็คเอาท์ แวะเติมพลังยามเช้าด้วยโจ๊กร้อนๆ ที่ฝั่งหมู่บ้านมอญซักชาม อิ่มแล้วจะได้มีแรง
เดินทางต่อ ก่อนกลับกรุงเทพฯ ไม่ลืมที่จะเข้าไปกราบไหว้สังขารของหลวงพ่ออุตตมะ ณ วัดวังก์วิเวการาม (ปัจจุบัน) เพื่อเป็นสิริมงคลกันหน่อย ห่างออกไปเพียง 1 กม. จะพบเจดีย์สีทองขนาดใหญ่ “เจดีย์พุทธคยา”
ที่หลวงพ่ออุมตตมะสร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาจากอินเดีย อิ่มบุญ อิ่มใจไปตามๆกัน
การเดินทาง
1. รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ - อ.สังขละบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง ด้วยระยะทางประมาณ 360 กิโลเมตร จาก อ.เมืองกาญจนบุรี ไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ถึงทางแยกก่อนเข้าตัว อ.ทองผาภูมิ ให้เลี้ยวขวาแล้วขับต่อไปอีก 74 กิโลเมตร ถึง อ.สังขละบุรี
2. รถโดยสารประจำทาง / รถตู้โดยสาร
- บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สาย 9918 กรุงเทพ(หมอชิต2) - กาญจนบุรี - ด่านเจดีย์สามองค์ - รถตู้ บขส. (รถจอดข้างห้างเซ็นจูรี่) สาย 81 กรุงเทพ-พุทธมณฑล-กาญจนบุรี ไปลงกาญจนบุรี
แล้วต่อรถตู้สายกาญจนบุรี - ด่านเจดีย์สามองค์
ที่พัก
1. forget me not โทร. 034-595015, 081-9044505
2. ชื่นใจเฮ้าส์ โทร. 081-300-9376
3. สามประสบ รีสอร์ท โทร. 034-595050
ที่กิน
1. ร้านศรีแดง สังขละบุรี โทร. 034-595088, 034-595039
2. ครัวสามประสบ โทร. 034-595050
ค่าใช้จ่ายตลอดทริป/คน (2 วัน 1 คืน)
- ค่าน้ำมันรถยนต์ คนละ
- ค่าที่พัก 1 คืน คนละ
- ค่าอาหารและเครื่องดื่ม คนละ
- ค่าเรือนำเที่ยวเมืองบาดาล คนละ
- ของฝาก และเบ็ดเตล็ด ประมาณ |
500 บาท
350 บาท
700 บาท
75 บาท
300 บาท |
| รวมค่าใช้จ่ายคนละ1,925 บาท |
|