Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / รวมท่องเที่ยวตามงบประมาณ / น่าน / ท่องเที่ยวตามงบประมาณ / เยือนถิ่นสงบงามนามน่าน เมืองเล็ก ๆ ที่โชยไปด้วยกลิ่นอายล้านนา: 3 วัน 2 คืน งบประมาณ 2,424 บาทต่อคน

น่าน - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ


Send To Friend

 
Share |
 
 

เยือนถิ่นสงบงามนามน่าน เมืองเล็ก ๆ ที่โชยไปด้วย
กลิ่นอายล้านนา เปิดประตูเปิดใจสู่เมืองเล็กๆ ที่แสนขี้อาย  3 วัน 2 คืน งบประมาณ 2,424 บาทต่อคน

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้านี้ ช่างดูเรียบง่ายและมีเสน่ห์ เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม ความสง่างามที่คุไปด้วยกลิ่นอายล้านนา เฝ้ามองและสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คน ปันรอยยิ้มและน้ำใจให้แก่กัน มิตรภาพที่ผู้คนเมืองน่านมีให้คือของขวัญอันล้ำค่าสำหรับผู้มาเยือน

หลายครั้งหลายคราที่เรามักจะมองข้ามจังหวัดน่าน ด้วยเหตุผลที่มาดลใจต่าง ๆ กันไป แต่ถ้าได้ลองเปิดใจรับข้อมูลข่าวสารของเมืองน่าน จะพบกับความน่าสนใจที่ดึง ดูดสองเท้าของเราให้ออกค้นหา

เย็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ หลังจากสะสางงานเรียบร้อย รีบเดินทางกลับบ้าน จัดเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นใส่เป้ใบย่อม มุ่งตรงสู่สถานีขนส่งหมอชิต 2 ขึ้นรถ กรุงเทพฯ-น่าน เที่ยว 20.30 น. เป็น รถ ม.4ข สองชั้น
ราคา 497 บาท

เวลา 06.00 ของวันใหม่ เท้าสองข้างก็มายืนอยู่บนดินแดนล้านนาตะวันออก แว่วเสียงคนขับรถสองแถวเรียกลูกค้ามาแต่ไกล ตัดสินใจจ้างสักคันเพื่อเดินทางไปยังที่พัก ชื่อโรงแรมน่านฟ้า ตั้งอยู่ บนนถนนสุมนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน แต่ขอแนะนำว่าให้โทรศัพท์มาจองไว้ล่วงหน้า (0-5471-0284) ไว้ก่อน เพราะมีเพียง 13 ห้องเท่านั้น แถมราคาอยู่แค่เพียง 390-750 บาท

โรงแรมน่านฟ้าสร้างด้วยไม่สัก สูง 3 ชั้น ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานถึง 71 ปี ด้วยความเก่าแก่ของมัน ทั้งเป็นอาคารไม้ จึงทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้ความสนใจกันมาก แต่เห็น อย่างนี้ โรงแรมไม้สักนี้ก็ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองทั้งยังติดกับโรงแรมเทวราช ที่ถือว่าเป็นโรงแรมใหญ่และทันสมัยสุดของจังหวัดน่าน

ระหว่างทางมาโรงแรม ฟ้าเริ่มเปิดเต็มที่ เผยทัศนียภาพ สองข้างทางเห็นวัดวาอารามอันเป็นเสน่ห์ของดินแดนล้านนาตะวันออกแห่งนี้

มาถึงปุ๊ป ถ้าห้องพักยังไม่ว่างแนะนำให้ฝากกระเป๋าไว้ก่อน เห็นเป็นโรงแรมไม้เก่าแก่ แต่ภายในก็สะอาดมาก มีข้อห้ามคือไม่ให้ใส่รองเท้าขึ้นห้อง ต้องเปลี่ยนรองเท้าแตะที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ถึงขึ้นไป ได้

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย เดินข้ามฝั่งไปจะเป็นตลาดเช้าและตลาดเย็นของจังหวัดมีชาวบ้านขายของกันอยู่หนาตา เช่นเดียวกันกับผู้จับจ่ายใช้สอยที่มีทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน สินค้าส่วน ใหญ่เป็นอาหารพื้นเมือง ของป่าและผลไม้ อาหารพื้นเมืองมีแกงกระด้าง แมงกินูน และเมนูแปลก ๆ อีกหลายชนิด เลือกอาหารเช้ากันตามใจชอบ ใครใคร่ลองอาหารพื้นเมืองก็แล้วแต่สะดวก ส่วน อาหารทั่วไปก็มีให้เลือกรับประทาน ราคาไม่แพง 20-50 บาทก็อิ่มเกินบรรยาย

รับประทานอาหารเสร็จ เดินตามถนนสุมนเทวราช ในทิศทางที่มุ่งตรงไปหัวมุมสี่แยกตัดกับ ถนนมหาวงศ์
(0-5471-0258) มองหาป้ายร้านร้านโอเวอร์ซี เป็นร้านเช่ามอเตอร์ไซค์และจักรยาน เลือกมอเตอร์ไซค์เกียร์ออโตเมติกสักคัน อัตราค่าเช่าวันละ 150 บาท วางเงินมัดจำ 1,000 บาท พร?อมบัตรประชาชน ส่วนจักรยาน ค่าเช้าวันละ 50 บาท พร้อมวางบัตรประชาชน
 
ได้ยานพาหนะคู่ใจแล้ว จากถนนมหาวงศ์มุ่งออกนอกเมือง ข้ามสะพานแม่น้ำน่าน ไปตามเส้นทาง
สายน่าน-แม่จริม สู่ตำบลม่วงตึ๊ด ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร มองป้ายบอกทาง “วัดพระธาตุแช่แห่ง”
ปูชนียสถานสำคัญของเมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พญาการเมือง
โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมือง สุโขทัย ระหว่างปี พ.ศ.1891-1901

เส้นทางลาดยางอย่างดี องค์พระธาติโดดเด่นด้วยสีทองยามต้องแสงอาทิตย์ เป็นเจดีย์ทรงระฆัง มีความสูงถึง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร รูปแบบของพระ ธาตุแช่แห้งนั้น สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย รอบองค์บุด้วยทองจังโก(ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู้องค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือ ประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นนลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป “ชุธาตุ” หรือ นมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง

นมัสการพระธาติแช่แห้งแล้ว เดินชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ อากาศตอนเช้ากำลังเย็นสบาย เก็บภาพองค์พระธาตุ และธรรมชาติ ก่อนกลับแวะชมของฝากตรงจุดที่ตั้งไว้ พอใจก็ซื้อกลับกัน ตามสบาย

เดินทางกลับเข้าเมืองโดยใช้เส้นทางเดิม ผ่านถนนมหาวงศ์ ขึ้นไปทางเหนือ สังเกตป้ายบอกทางถนนมหายศ เพื่อมาชมวัดสวนตาลซึ่งสร้างขึ้นโดยพระนางปทุมวดี เมื่อ พ.ศ.1770 ภายในประดิษฐานเจดีย์มีสัณฐาน
งดงาม ชั้นล่างมีซุ่มประตูทั้งสี่ทิศ จากภาพถ่ายในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รูปเจดีย์วัดสวนตาลก่อนการบูรณะในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ (ตรงกับรัชกาลที่ 5) เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม องค์พระเจดีย์เป็นทรง
ดอกบัวตูมหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ สะท้อนให้เห็นอิทธิพลศิลปะสมัยสุโขทัย ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญ คือ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งพระเจ้าติโลก ราชแห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี
พ.ศ.1992 เป็น พระพุทธรูปทองสำริดองค์ใหญ่ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10 ฟุต สูง 14 ฟุต 4 นิ้ว

หลังจากชมวัดสวนตาลแล้ว ขับย้อนกลับมาทางเดิมจะพบทางแยกออกนอกเมือง เส้นทางหลวงหมายเลข 1080 ห่างจากตัวจังหวัด 12 กิโลเมตร ตรงหลักกิโลเมตรที่ 9-10 คือที่ตั้งของ วนอุทยานถ้ำผาตูบ มีถ้ำสำคัญ 2 ถ้ำ คือ ถ้ำพระและถ้ำบ่อน้ำทิพย์ มีหินงอก หินย้อย ชะง่อนผา และพันธุ์ไม้ต่างๆ

ชื่นชมธรรมชาติ เก็บภาพประทับใจ และเติมอาหารให้สมองด้วยการอ่านป้ายแนะนำสถานที่ หลังจากนั้นมานั่งพักสักครู่ ปล่อยให้ธรรมชาติเรียกน้ำย่อยในกระเพาะ เพราะจุดหมายต่อไปคือร้านอาหาร พื้นเมือง เฮือนฮอม ขับย้อนกลับเข้าเมืองล่องไปทางใต้ สู่ถนนมหาวงศ์ ผ่านแยกไปสู่ถนนสุริพงษ์ ร้านนนี้ตั้งอยู่เยื้องกับวัดภูมินทร์ โดดเด่นด้วยบรรยากาศแบบไทย ๆ มีความเป็นกันเอง ที่นี่มีอาหาร มากมายให้ลองรับประทาน แต่ขอแนะนำข้าวซอย ส้มตำเมือง แกงส้มเมืองเหนือ ลาบคั่ว ขนมจีนน้ำเงี้ยว ขนมจีนน้ำยา

สำหรับผู้ที่สนใจมาทานร้านนี้ขอแนะนำว่าให้จัดเป็นมื้อกลางวัน เพราะเปิดสิบโมงเช้าถึงบ่ายสามโมงโทรศัพท์ 0-5475-1122 ส่วนราคาอาหารนั้นต้องบอกว่าไม่แพง ขนมจีนน้ำยาจานละ 25 บาท ข้าวซอยชุดละ 30 บาท ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน 30 บาท กินจนอิ่มก็ประมาณ 100 บาท

หลังจากอิ่มอร่อยแบบชาวเหนือแล้ว ก็มาชมความงามของชาวเหนือเมืองล้านนาตะวันออกกันต่อ เริ่มที่
วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่ใกล้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดดเด่นด้วยทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว แห่แหนพระอุโบสถ เทินไว้กลางลำตัว ตรงใจกลางพระอุโบสถจตุรมุข
ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศหัน เบื้องปฤษฏาค์ชนกัน
ประดับนั่งบนฐานซุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย โดยรัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ 1 บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

นอกจากนี้ภายในยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือ “ฮูบแต่ม” ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อมีการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้า
อนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ. 2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) โดย ใช่เวลานานถึง 7 ปี แสดงเรื่องราวชาดก
วิถีชีวิตตำนานพื้นบ้าน และความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต

จากนั้นก็ต่อที่ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นโบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองน่าน เป็นวิหารขนาดใหญ่ สร้างตาม สถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ  สิ่งที่น่าสนใจคือ พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีลิกธาตุไว้ภายใน นับเป็นปูชนียสถานสำคัญ ได้รับอิทธิพลทางด์านศิลปะสุโขทัยจากเจดีย์ ทรงลังกา

ดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมล้านนากันแล้ว มาชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของชาวน่านกันที่
“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน“ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2446 จัดแสดง โบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดีและชาติพันธุ์วิทยา ประจำท้องถิ่น มาจัดแสดงให้ชมอย่างมีระบบ และสวยงาม (เปิดทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท)

หลังจากนั้นกลับมาบริเวณที่พัก ชมตลาดยามเย็นที่เมืองน่าน แวะซื้อของกินของฝากกันตามอัธยาศัย ระหว่างนี้ติดต่อรถสองแถวสักคัน สำหรับพาขึ้นชมพระอาทิตย์ที่ผาชู้ ติดต่อเหมาแค่ครึ่งวัน หรือแค่ 4-5 ชั่วโมง ราคาควรจะอยู่ที่ 500-600 บาท

หลังติดต่อนัดเวลากันเรียบร้อย (ควรออกตั้งแต่ 04.45 น.) คืนรถพร้อมรับเงินกับบัตรประชาชนคืน ก็มองหาร้านอาหารเย็น ขอแนะนำ “พิณผับ” ห้องอาหารในโรงแรมน่านฟ้า นั่งรับ ประทานอาหารคลอบรรยากาศของชาวพื้นเมือง มองดูผู้คนที่แวะเวียนกันเข้ามาในมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งนี้

มาเที่ยวแบบนี้ไม่ขอแนะนำให้เมาสุรา เพียงเพราะบรรยากาศรอบข้างก็เพียงพอในการต่อความสุขให้กับชีวิต

หลังดื่มด่ำกับบรรยากาศและอิ่มท้องกับอาหารแล้ว ก็ขึ้นพักผ่อนที่ห้อง เพราะพรุ่งนี้มีทริปสู่ “อุทยานศรีน่าน“ ใส่เสื้อผ้าหนาๆ แล้วไปอรุณสวัสดิ์กันที่ “อุทยานแห่งชาติศรีน่าน” ชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นอันสวยงามยามเช้าที่ จุดชมวิวผาชู้ เป็นจุดชมวิวที่ติดกับถนนที่เป็นหน้าผาใหญ่โดดเด่น สามารถมองเห็นทิวทัศน์และแม่น้ำน่านที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามที่ราบลุ่มอย่างงดงาม การ เดินทางให้ไปตามเส้นทางเดียวกับทางไปแก่งหลวง แต่ถึงก่อนแก่งหลวง จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำน่านและสภาพป่าไม้ที่สวยงามตลอดจนโขดหินและหน้าผาต่างๆ

จุดชมวิวดอยเสมอดาว ผาหัวสิงห์ เป็นจุดที่ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ซึ่งท่านสามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง เห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำน่านที่ทอดยาวในหุบเขาและเห็นยอดผาชู้ที่ตั้ง ตระหง่านอยู่ข้างหน้ารวมทั้งมองเห็นบ้านพักและที่ทำการอุทยานฯ พร้อมรอให้ตกเย็นเมื่อไหร่อย่าลืมมาเก็บบรรยากาศยาม
พระอาทิตย์ตกดิน และจากจุดนี้สามารถมองเห็นตัวเมืองนาน้อย ไร่ นา ของ ชาวบ้าน ชวนให้ลั่นชัตเตอร์กันไม่ต้องยั้งมือ เพราะความสวยงามแบบนี้มิได้มาดูกันง่ายๆ

จากนั้นค่อยกลับมารับประทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารอุทยานศรีน่าน ราคาประมาณ 100 หลังอาหารเดินชมวิว หย่อนใจไปกับสายลมบนยอดเขาสูง ถ่ายรูป ชมสายเสาธงที่ยาวที่สุดในโลก แล้วเดิน ทางสู่ “เสาดินนาน้อย” ชมปฏิมากรรมตามธรรมชาติของเสาดิน ซึ่งอยู่ที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย มาทางใต้ประมาณ 61 กม. ตาม เส้นทางน่านเวียงสา- นาน้อย จากอำเภอนาน้อยมีทาง แยกไปตามเส้นทางหมายเลข 1083 ประมาณ 10 กม. มีลักษณะเป็นเนินดิน ซึ่งถูกกัดเซาะ จนสึกกร่อนเป็นรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น อย่างหนึ่ง จากนั้นเดินทางกลับสู้ตัวเมืองน่าน เป็นเวลาเกือบเที่ยง คืนห้องเสร็จเรียบร้อย มีเวลาให้แวะเดินชมเมืองน่าน แวะซื้อของฝากตามตลาด ก่อนจะจ้างสองแถวไปสถานีขนส่ง เดินทางกลับ กรุงเทพฯ แวะหาอาหารจานเดียวทาน ราคา 30 บาท

ถึงมหานครในตอนดึกของวัน พร้อมข้าวของพะรุงพะรัง รุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ต้องตื่นแต่เช้า เข้าทำงาน-
เรียนหนังสือ สู่วงจรชีวิตอันคุ้นเคย เพียงแต่ว่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ได้สัมผัสกับประสบการณ์ล้ำค่าเติมพลังชีวิตที่ดินแดนล้านนาตะวันออก
 
รายละเอียดงบประมาณ

- ค่ารถโดยสาร กรุงเทพฯ-น่าน ไปกลับ
- ค่าที่พัก 1 คืน
- ค่าอาหาร 5 มื้อ ประมาณ
- ค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัด
- ค่าเข้าชมสถานที่ ประมาณ
รวม

994 บาท
390 บาท
380 บาท
650 บาท
10 บาท
2,424 บาทต่อคน
หมายเหตุ หากเดินทางหลายคนงบประมาณจะถูกลงกว่าเดิม

รายละเอียดเพิ่มเติม
ตรวจสอบข้อมูลตารางเดินรถ บขส. ได้ที่ www.transport.co.th
โรงแรมน่านฟ้า โทร.0 5471 0284

17 มิถุนายน 2552 13:25:12
 
 

 

 
 

 
 
   
 
  น่าน
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
  ผู้จัดการพาชิม
 
 
 
 
 
     
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
กุมภาพันธ์
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย