Beautiful Merit เกาะรัตนโกสินทร์
1 วัน
งบประมาณ 2,999 บาท
|
|
| ออกเดินทางกันด้วยรถตู้ปรับอากาศตามจุดนัดหมายและเริ่มกันที่แรกที่ วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่วัดนี้มีพระศรีศากยมุนีเป็นพระประธานที่เก่าแก่ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ อดีตเคยประดิษฐานอยู่ที่วิหารหลวงวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย |
| |
 |
ต่อจากนั้นเลี้ยวเข้ามาในซอยตะนาวจะพบศาลเจ้าเก่าแก่ของลัทธิเต๋านั่นคือศาลเจ้าพ่อเสือ 1 ใน 3 มหาสถานของพระนครที่ชาวจีนต้องสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมบารมีทำเลที่ตั้งอยู่ในซอยตะนาวฝั่งตรงข้ามกับถนนข้าวสารการเดินทางมาก็สะดวกสบายแต่แนะนำว่าควรเดินทางมาด้วยรถประจำทางหรือรถสาธารณะจะสะดวกที่สุด
|
| |
หลังจากเสร็จจากวัดนี้แล้วก็เดินทางต่อมาที่ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร วัดนี้ตั้งอยู่ในแหล่งช๊อปปิ้งของคนสมัยก่อนคือย่านบางลำภูเชื่อกันว่ามาสักการะกันเพื่อจะได้มีชัยต่ออุปสรรคทั้งปวงถ้าใครที่เคยมาถนนข้าวสารแล้วก็จะหาวัดนี้ได้ไม่ยากหากเสร็จจากวัดนี้แล้วสามารถหากินถูกปากถูกใจได้ไม่ยากในย่านนี้
|
เมื่อเติมพลังกันเรียบร้อยแล้วก็เดินทางกันต่อมาในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์เริ่มต้นที่ ศาลพ่อหลักเมืองกรุงเทพมหานคร มาที่นี่ที่เดียวแต่ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักการะอีกหลายองค์ด้วยกันทั้ง เจ้าพ่อหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระกาฬไชยศรีและเจ้าพ่อหอกลองคนส่วนใหญ่นิยมไปสักการะเพื่อเป็นการตัดเคราะห์ ต่อชะตา เสริมวาสนา บารมี
|
เสร็จแล้วข้ามถนนมาอีกหน่อยก็จะถึง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาของพระพุทธศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนับถือกันมานาน หลังจากสักการะเรียบร้อยแล้วอย่าลืมเดินเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมอันงดงามของพระบรมมหาราชวังอีกซักเล็กน้อยก่อนจะพักรับประทานอาหารกลางวันกันที่ราชนาวีสโมสรร้านอาหารของนายทหารเรือซึ่งเปิดบริการให้บุคคลทั่วไปใช้บริการด้วย |
 |
ก่อนจะเริ่มช่วงบ่ายกันที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) นอกจากต้นตำรับการนวดไทยที่โด่งดังไปทั่วโลกแล้วยังมีพระพุทธไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์และเจ้าแม่กวนอิมปางพันมือที่เลื่องลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์มากในสม้ยรัชกาลที่ 3 อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาวัดนี้คือการนวดไทยเพื่อการผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเก็บบุญในช่วงเช้า เมื่อเสร็จจากฝั่งพระนครแล้วแนะนำว่าให้ข้ามเรือไปฝั่งธนบุรีเพราะยังมีวัดศักดิ์สิทธิ์อีกหลายต่อหลายแห่งขึ้นเรือได้ที่ท่าเตียนและลงที่ท่าวัดกัลยาก็จะถึง วัดกัลยาณมิตรวรวิหาร
|
วัดนี้สร้างตามคติความเชื่อของชาวอยุธยาที่ต้องมีพระโตอยู่ริมน้ำหรือชื่อที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานให้ว่า “พระพุทธไตรรัตนายก” เมื่อมาสักการะวัดนี้แล้วมีความเชื่อกันว่าจะโชคดีมีชัย ปลอดภัยตลอดปีและในวันสิ้นเดือน 9 ของทุกปี บรรดาชาวไทยเชื้อสายจีน จะร่วมกันจัดงานนมัสการ นอกจากนี้ยังมีหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ ซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2408 เพื่อเป็นสถานที่เก็บพระไตรปิฎกและพระคัมภีร์ต่างๆ
|
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กล่าวกันว่าพระพักต์ของพระประธานวัดนี้นั้นเป็นงานฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเชื่อว่าหากมาสักการะพระประธานแล้วชีวิตจะรุ่งโรจน์ทุกคืนวันและวันสุดท้ายของวันคือ
|
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เป็นอีกวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเพื่อต้องการจะสักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) โดยการสวดคาถาชินบัญชรแล้วเข้าไปสักการะพร้อมๆกันเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนปิดท้ายของวันด้วยอาหารค่ำที่ร้านสุภัทรา ริเวอร์ เฮ้าส์ รับประทานอาหารค่ำรสชาติเยี่ยมโดยมีภาพวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารย่ามอาทิตย์อัสดงอยู่เบื้องหน้าและปิดท้ายการแสดงหลากหลายโดยนักแสดงจากภัทราวดี เธียเตอร์ ก่อนจะส่งคุณถึงบ้านให้คุณเข้านอนด้วยความอิ่มท้อง อิ่มใจ และอิ่มบุญ |
| |
| รายละเอียดงบประมาณ |
| - ค่าบริการรถตู้พร้อมคนขับ+น้ำม้น |
1,800 |
บาท |
| - ค่าเครื่องสักการะตามวัดต่างๆที่ละ |
30-50 |
บาท |
| - ค่าเข้าชมบรมมหาราชวัง |
100 |
บาท/ท่าน |
| - ค่านวดไทย |
500 |
บาท/คน/ชั่วโมง |
|
12 มิถุนายน 2552 16:22:30