Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / รวมท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ตรัง / ท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ชมเมืองตรัง ดูปะการัง ฟังทะเลร้องเพลง 3 วัน 2 คืน งบประมาณ 6,600 บาท (ต่อคน)

ตรัง - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ


Send To Friend

 
Share |
 
 

ชมเมืองตรัง ดูปะการัง ฟังทะเลร้องเพลง 3 วัน 2 คืน
งบประมาณ 6,600 บาท (ต่อคน)

“ตรัง” เมืองเล็กๆ ที่ไม่พลุกพล่าน ต้นยางต้นแรกถูกปลูกลง ณ ผืนดินแห่งนี้มานานกว่าร้อยปี ชายหาดที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายสีขาวละเอียด โลกใต้ทะเลอันเป็นที่อยู่ของปะการังหลากสี ถ้ำมากมายซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความยิ่งใหญ่ ของหน้าผาสูงชัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ที่นักเดินทางไม่มีวันลืมเลือน

วันแรก

เช้าวันหนึ่งของสนามบินดอนเมือง เครื่องบินลำเล็กบินขึ้นเหนือท้องฟ้ามุ่งตรงไปยัง “ท่าอากาศยานตรัง” รถตู้ที่ติดต่อเช่าไว้ล่วงหน้าโดยได้เบอร์โทรศัพท์มาจาก www.trangzone.com มารอรับเราไปทานอาหารมื้อแรกของวันที่ “ร้านเรือนไทย” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพลินพิทักษ์
“ติ่มซำ” ร้อนๆ ถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ ประชากรหน้าร้านล้นหลามสมกับเป็นร้านชื่อดังของเมืองตรัง นอกจากรสชาติดีแล้ว สิ่งที่ได้รับการบอกต่อก็คือเรื่องของความสะอาด ซึ่งการันตีได้ว่าไม่มีบกพร่อง
อิ่มอร่อยกันเรียบร้อยแล้ว พากันเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายแห่งแรกของทริปนี้ นั่นก็คือ “ถ้ำเล เขากอบ”
Unseen Thailand ที่บอกได้คำเดียวว่าสุดยอด เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงหินงอกหินย้อยให้นักท่องเที่ยวชมเหมือนถ้ำอื่นๆ ทั่วไป แต่ไฮไลท์ที่ไม่เหมือนใครอยู่ตรงที่การล่องเรือในถ้ำ ซึ่งจะต้องนอนราบไปกับเรือ เพราะเพดานถ้ำค่อนข้างเตี้ย สร้างความตื่นเต้นให้กับนักเดินทางได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

คนธรรพ์, รากไทร และท้องพระโรง คือชื่อของถ้ำน้อยใหญ่ภายในถ้ำเลเขากอบ ชาวบ้านพายเรือลำเล็ก พาผู้คนจากต่างถิ่นเข้าไปชื่นชมความงามของธรรมชาติ ที่สร้างสรรค์สถานที่แห่งนี้ให้เป็นสถาปัตยกรรมอันเร้นลับน่าค้นหา ส่วนมนุษย์ก็แต่งเติมเรื่องราวตามจินตนาการ จึงตั้งชื่อของถ้ำไปต่างๆ นานา โดยมีคุณลุงฝีพายเป็นไกด์ท้องถิ่น ที่นี่ไม่มีการใช้เรือยนต์ เพราะต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้บริสุทธิ์ดังเดิม ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ไหนๆ วันแรกของเมืองตรังก็มาแนวอนุรักษ์แบบนี้แล้ว มื้อเที่ยงจึงต้องแวะไปอุดหนุน “ร้านสีฟ้า Lifestyle Food” บนถนนพัทลุงภายในตัวเมือง ที่นี่คือร้านอาหารแห่งแรกของจังหวัด ที่รณรงค์ไม่ให้ใช้โฟมในการบรรจุอาหาร แต่ใช้ผลิตภัณฑ์ไบโอซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ปลาทอดกระเทียมตัวโตที่นอนนิ่งอยู่บนจานกระเบื้องสีขาว ยั่วน้ำลายได้ดีไม่ใช่เล่น เช่นเดียวกับสีสัน
ของส้มตำผลไม้ซึ่งชวนให้ต้องลิ้มลอง ผักทอดกรอบ ถูกเสริ์ฟพร้อมน้ำราด ดูน่ารับประทาน ภายในเวลาไม่นานอาหารทุกอย่างก็หมดลงอย่างรวดเร็ว ด้วยความอร่อยที่ต้องแย่งชิงชิ้นสุดท้าย

แดดยามบ่าย แม้จะร้อนแรง แต่ยิ่งทำให้ “อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี” ยิ่งโดดเด่น
สง่างาม พระยารัษฎา ฯ ท่านนี้คือเจ้าเมืองตรังในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งสร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก โดย
เป็นผู้นำต้นยางต้นแรกมาปลูกลงณ เมืองแห่งนี้ คำขวัญท่อนแรกของจังหวัดตรังยังเอ่ยว่า “เมืองพระยารัษฎา” นอกจากการสักการะอนุสาวรีย์เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว สถานที่แห่งนี้คล้ายจะย้ำเตือนให้ทุกคนทำความดี เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่จะคงอยู่เมื่อเราจากโลกนี้ไปแล้ว ดังเช่นคุณงามความดีของเจ้าเมืองผู้นี้เจ้าเมืองที่
ชาวตรังไม่เคยลืมเลือน

แสงแดดเริ่มจางลงเหมาะที่จะเดินเล่นสบายๆในสวนอย่าง “สวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95”
ใจกลางเมืองตรัง ซึ่งแตกต่างไปจากภาพของสวนสาธารณะกลางกรุงเทพฯ เพราะที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เป็นที่ราบลุ่มและป่าราโพ ซึ่งเดิมชาวบ้านเรียกบริเวณดังกล่าวว่า “ทุ่งน้ำผุด”
นกยางตัวหนึ่งหาอาหารอยู่ใกล้กับทิวไม้สีเขียวสด นกแซงแซวหางปลาบินมาเกาะอยู่บนกิ่งไม้ เช่นเดียวกับนกเอี้ยงหงอน ภาพเหล่านี้ไม่อาจพบได้ในสวนสาธารณะทุกแห่ง สวนแห่งนี้จึงมีความพิเศษ เหมาะแก่ผู้หลงใหลในการดูนกเป็นอย่างยิ่ง


วันที่สอง

เตียงนุ่มๆ ของ “โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา” ใจกลางเมืองตรัง ทำให้ไม่อยากรีบตื่นนอน เพราะความรู้สึกสบายและพิเศษสุด แต่เมื่อนึกถึงโปรแกรมการเดินทางในวันนี้แล้ว ไม่ว่าอะไรก็ฉุดไว้ไม่อยู่

One Day Trip สำหรับทะเลตรังที่ซื้อทัวร์ไว้ในราคา 900 บาทต่อคน โดยมีไกด์นำชม ถือว่าไม่แพงเลยถ้าเทียบกับการได้ชมเกาะต่างๆ ถึง 4 เกาะ
รถตู้ของบริษัททัวร์มารับที่โรงแรม พาไปหา “โกปี๊” หรือ กาแฟร้อนๆ ดื่มในยามเช้า พร้อมข้าวต้มอุ่นสบายท้อง ก่อนออกเดินทางไปยัง “ท่าเทียบเรือปากเมง” ซึ่งมีเรือนำเที่ยวพร้อมไกด์พาไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งแรก นั่นก็คือ “เกาะกระดาน”
ว่ากันว่าเกาะแห่งนี้สวยงามที่สุดในบรรดาเกาะต่างๆ ในท้องทะเลตรัง เมื่อได้เห็นกับตาแล้ว จึงไม่สงสัยในคำร่ำลือ ชายหาดที่มีเม็ดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลที่ใสจนมองเห็นแนวปะการังอันทอดยาวจากชายหาดทางด้านเหนือจนถึงชายฝั่ง ฝูงปลาที่แหวกว่ายอย่างอิสระ เสียงของคลื่นลูกโตที่สาดซัดเข้าสู่ฝั่งอย่างไม่
ขาดสาย คล้ายกับเพลงที่ท้องทะเลส่งมาเป็นของขวัญ เกาะกระดานจึงเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง บ้างก็ดำน้ำชมปะการัง บ้างก็เล่นกระดานโต้คลื่นอย่างสนุกสนานจนแทบลืมเวลานัดหมาย เพราะมีแผนการที่จะไปชมความงามของ “ถ้ำมรกต” หนึ่งใน Unseen Thailand

สีเขียวมรกตของน้ำภายในถ้ำ ซึ่งล้อมรอบด้วยหาดทรายขาวสะอาดเป็นภาพที่สวยงามเกินบรรยาย
บริเวณปากถ้ำเป็นเพียงโพรงเล็กๆ ที่สูงพ้นน้ำพอที่เรือเล็กจะลอดเข้าไปได้ หน้าผาสูงชันทางด้านนอกตั้งตระหง่านอยู่คู่ท้องทะเล และนี่คือภาพความทรงจำของถ้ำมรกตที่ไม่อาจลืมเลือน

อาหารเที่ยงแบบบุฟเฟ่ต์บนเรือสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ ทิ้งความจำเจของชีวิตที่คร่ำเคร่งจากการ
ทำงาน
ช่วงบ่าย สนุกสนานเต็มที่กับการดำน้ำดูปะการังที่ “เกาะเชือก”ซึ่งเป็นบริเวณที่มีกระแสน้ำเชี่ยว จึงต้องพยุงตัวด้วยการเกาะเชือก ให้ความรู้สึกตื่นเต้นกับการผจญภัย
จากนั้นก็ถึงไฮไลท์สำหรับการชมปะการังนั่นคือ การดำน้ำในบริเวณ “เกาะม้า” ซึ่งเป็นจุดที่มีปะการังเจ็ดสีและปะการังอ่อนเป็นจำนวนมาก กระแสน้ำบริเวณเกาะแห่งนี้ค่อนข้างนิ่ง สะดวกแก่การชมความงามของโลกใต้สมุทร

ปลาการ์ตูนสีสวยว่ายเวียนอยู่ไม่ไกลจากดอกไม้ทะเล สัตว์น้ำบางชนิดที่เคยเห็นจนชินตาทางจอ
โทรทัศน์ กลับสวยงามแปลกตากว่าที่เคยเห็น เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้อยู่ตรงหน้าเราจริงๆ การได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเล พาเราให้เข้าไปยังโลกอีกใบหนึ่งที่พร้อมจะต้อนรับสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ให้เข้าไปชื่นชมความงามอยู่เสมอ

ระหว่างทางกลับสู่ท่าเรือปากเมงในตอนเย็น แอบมองเห็นรอยยิ้มของใครหลายคนบนเรือ ความสุขที่
ทะเลตรังมอบให้เราจะอยู่ในความทรงจำตลอดไป


วันที่สาม

หลับเป็นตายหลังกลับสู่โรงแรมในตัวเมืองตรังตั้งแต่เมื่อคืน แต่ก็คุ้มค่ากับความสนุกสนานที่ได้รับ จงใจตื่นสายสำหรับวันสุดท้ายของการท่องเที่ยว ซึ่งโปรแกรมหลักคือการซื้อหาของฝาก
สอบถามแหล่งขายของที่ระลึกจากเจ้าหน้าที่ของโรงแรมธรรมรินทร์ ธนา ซึ่งเข้าพักตั้งแต่คืนแรก ปรากฏว่าหน้าโรงแรมนี้เอง เป็นที่ตั้งของร้าน “เค้กขุกมิ่ง” ร้านเค้กเก่าแก่ที่เปิดขายมากว่า 60 ปี แต่ร้านนี้เป็นสาขาของร้านต้นตำรับในตำบลลำภูรา
ใครๆ ก็ทราบว่า ถ้ามาเมืองตรังแล้วไม่ได้กินเค้ก ถือว่ามาไม่ถึง ของฝากที่ติดไม้ติดมือกลับกรุงเทพฯ จึงมองหาเค้กที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ ซึ่งของแท้ต้องมีรูตรงกลางสำหรับระบายความร้อนขณะอบ
เค้กเมืองตรังมีด้วยกัยหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น เค้กใบเตย เค้กกาแฟ เค้กส้มฯลฯ สนนราคาส่วนใหญ่ตกกล่องละ 60 บาท มีร้านให้เลือกซื้อหากันมากมายในตัวเมือง เสียดายที่ไม่ได้มาในช่วงต้นเดือน
สิงหาคมซึ่งมีการจัดงานเทศกาลเค้กทุกปี มิฉะนั้นคงได้ชมเค้กมากมายจากร้านรวงต่างๆ ที่พากันมาออกบูธ
เช็คเอาท์แล้วฝากของไว้ที่โรงแรม ออกมาหา “หมูย่าง” กินเป็นอาหารเที่ยง เพราะเคยได้ยินมาว่าหมูย่างเมืองตรังนั้นรสชาติดีไม่มีใครเทียม ชิมแล้วต้องกระซิบดังๆ ว่าสมคำร่ำลือ เต็มอิ่มกับอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ แล้ว เดินทางไปสนามบินอย่างไม่ต้องรีบร้อน
ชีวิตที่มีความสุขอย่างเรียบง่ายกับเมืองเล็กๆ และท้องทะเลที่สวยงาม ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ
อย่างแท้จริง


รายละเอียดงบประมาณ

- ค่าเครื่องบินไป-กลับ กลับ
- ค่าที่พัก 2 คืน 2,500 บาท หาร 2
- ค่าเช่ารถตู้พร้อมคนขับสำหรับเที่ยววันแรก (รวมค่าน้ำมัน) 2,500 บาท หาร 2
- ค่าจ้างรถตู้จากโรงแรมไปสนามบิน 600 บาท หาร 2
- ค่าจ้างเรือพายชมถ้ำ 200 บาท หาร 2
- ค่าอาหารตลอดการเดินทาง 1,800 บาท หาร 2
- ค่าซื้อทัวร์ one day trip
(รวมค่าเช่าเรือ ค่าอาหารกลางวัน และค่าธรรมเนียมต่างๆ)
- ค่าของฝาก

1,700 บาท
1,250 บาท
1,250 บาท
300 บาท
100 บาท
900 บาท
900 บาท

200 บาท

รวม 6,600บาท(ต่อคน)

25 พฤศจิกายน 2552 14:38:28
 
 

 

 
 

 
 
   
 
  ตรัง
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
  ผู้จัดการพาชิม
 
 
 
 
 
     
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
กุมภาพันธ์
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย