header
   
     
 
• บ้านเจ๊กฮวด มหาดเล็ก
• วัดโชติทายการาม
ในวันที่ 16 ก.ค.รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๓ เสด็จเข้าคลองดำเนินสะดวกประมาณบ่าย ๒ โมง จึงหยุด ประทับวัดโชติทายการาม เวลาบ่ายพายเรือประพาสทุ่งน้ำท่วม ได้เจอ เจ๊กฮวด กับยายผึ้ง กำลัง ตากหอม กระเทียมอยู่บนหลังคาบ้าน จนมีเรื่องราวที่น่าประทับใจ ทำให้เจ๊กฮวดได้กลายเป็น มหาดเล็ก และเป็นเพื่อนคนแรก ของการเสด็จประพาสต้น
(ที่มา : ตอนที่ ๒ เจ๊กฮวด มหาดเล็ก)

• ตลาดราชบุรี
• วัดประดู่
การประพาส ตลาดราชบุรี ได้เจอเมียเจ้าของเรือที่จำพระองค์ได้ ซื้อเสบียงที่ตลาดปากคลอง   วัดประดู่ ทอดพระเนตรลิเกหน้าโรงบ่อนเสวยเช้าวัดประดู่ ที่วัดนี้ได้เจอการรักษาโรคผีเข้าและอื่นๆ ด้วยน้ำมนต์ที่ศักดิ์สิทธิ์
(ที่มา : ตอนที่ ๔ ประพาสสมุทรสงคราม)
• ตลาดคลองอัมพวา
• บ้านกำนันจัน
ทรงเสด็จไปประพาสตลาดคลองอัมพวา คลองอัมพวานี้ถ้ามีเรือคนแปลกหน้าเข้ามา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องเข้ามาถามว่าเป็นใครทำให้เกิดความไม่สะดวกในการประพาส เพราะต้องคอยหลบหลีกชาวบ้านที่คอยมาล้อมรอบ เสร็จแล้วได้แจวเรือไปยังบางน้อย ประพาสบ้านกำนันจัน ปัจจุบันมีเรื่องเล่าต่อกันมาถึงสาเหตุที่พระองค์ท่านไปเสด็จขึ้นประพาสบ้านกำนันจัน
(ที่มา : ตอนที่ ๔ ประพาสสมุทรสงคราม)
 
 
 
   
     
วันแรก กรุงเทพฯ–วัดเขาวัง – วัดโชติทายการาม
บ้านเจ๊กฮวดมหาดเล็ก - บ้านกำนันจัน - วัดประดู่

 
๐๘.๓๐ น.
ออกเดินทางสู่ จ.ราชบุรี
๑๐.๐๐ น.
เดินทางถึงวัดเขาวัง อ.เมือง จ.ราชบุรี  ซึ่งตั้งอยู่บนเขาสัตตนาถ  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้สร้างพระราชวังบนเขานี้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖ แต่พระองค์เคยเสด็จไปประทับเพียงครั้งเดียว เมื่อ ร.ศ.๙๖ (พ.ศ.๒๔๒๐) เพื่อออกรับราชทูตโปรตุเกส หลังจากนั้นไม่ได้เสด็จไปประทับอีกเลยจนตลอดรัชกาล
๑๐.๓๐ น.
เดินทางสู่  วัดโชติทายการาม  รัชกาลที่ ๓ เสด็จประพาสต้น  เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๓ ได้ทรงโปรดฯ ให้นำเรือพระที่นั่งเทียบหน้าวัดหลวงพ่อช่วง (พระอธิการช่วง เจ้าอาวาส) ได้ทราบว่าในหลวงเสด็จ จึงนำพระลูกวัด ๔-๕ รูป มาสวดชัยมงคลต้อนรับ ได้ทรงถวายเงินบูรณะวัด ๑๐ ชั่ง และถวายพระสงฆ์รูปละ ๑ ตำลึง และโปรดเกล้าฯ ให้มหาดเล็กจัดที่ประทับแรมบนศาลาการเปรียญ ให้พนักงานเครื่องต้นประกอบพระกระยาหารสำหรับเสวย ณ ศาลาท่าน้ำ ชมศาลาการเปรียญการเสด็จประพาสต้น และพลับพลาที่ประทับ
๑๒.๐๐ น.
รับประทานอาหารกลางวัน
  บ่าย
นั่งเรือไปบ้านเจ๊กฮวดมหาดเล็ก ที่พระองค์
ท่านเคยพายเรือประพาสทุ่งน้ำท่วม และได้เจอกับเจ๊กฮวด และนางผึ้งผู้เป็นมารดา กำลังตากหอม กระเทียมบนหลังคาบ้าน จนมีเรื่องราวน่าประทับใจ ทำให้เจ๊กฮวดได้กลายเป็นมหาดเล็ก และเป็นเพื่อนคนแรกของการเสด็จประพาสต้น ชมชุดเครื่องถ้วย ชามทรงเสวย
๑๕.๐๐ น.
ล่องเรือกลับจากบ้านเจ๊กฮวด  ไปตามลำคลองดำเนินสะดวก  เดินทางไปเยี่ยมชม  บ้านกำนันจัน
ที่ตลาดน้ำท่าคา ที่พระองค์ท่านได้เสด็จขึ้นประพาสบ้านกำนันจัน คราวเสด็จประพาสทางชลมารค เขตอัมพวา โดยใช้เส้นทางเข้าสู่พื้นที่ทางแม่น้ำอ้อม โดยพระองค์ทรงเยือนบ้านกำนันจัน ในวันที่สอง ของการเสด็จประพาสต้น กำนันจันเป็นกำนัน ต.ท่าคา ในช่วงเวลานั้น บ้านของ กำนันจันตั้งอยู่ริมคลอง ศาลาลักษณะเป็นเรือนไทย มีอยู่ด้วยกันหลายหลัง การเสด็จในครั้งนั้น รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงแต่งตั้งกำนันจันให้เป็น “หมื่นปฏิคมคุณวัติ”
๑๖.๐๐ น.
เดินทางสู่วัดประดู่ เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชกาลที่ ๕ เคยเสด็จ ประพาสต้น พระองค์ได้ทรงแวะทำครัวเสวยพระกระยาหารเช้าที่วัด และทรงมีพระราชศรัทธา ถวายสิ่งของให้แก่หลวงปู่แจ้ง ผู้เป็นเจ้าอาวาสมากมาย เช่น เรือเก๋งพระที่นั่ง พระแท่นบรรทม ตาลปัตร ปิ่นโต สลกบาตร ฯลฯ ชมพิพิธภัณฑ์พระราชศรัทธา ที่เก็บรักษาไว้เครื่องราชศรัทธาที่สำคัญอันทรงคุณค่าไว้อย่างดี สักการะรูปร.๕ ที่แกะสลักจากไม้หอม
 
วันที่สอง วัดเพชรสมุทรวรวิหาร – วัดพวงมาลัย – วัดอัมพวันเจติยาราม
ตลาดน้ำอัมพวา - กรุงเทพฯ


๐๖.๓๐ น.
ทำบุญใส่บาตรพระ ที่พายเรือมาบิณฑบาตยามเช้า ด้วยอาหารคาวหวานน้ำและดอกไม้
๑๐.๐๐ น.
เดินทางสู่ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดบ้านแหลม วัดที่สำคัญที่สุดใน จ.สมุทรสงคราม ตั้งอยู่ใน ตัวเมือง กราบนมัสการ "หลวงพ่อบ้านแหลม"พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นมาของหลวงพ่อบ้าน แหลมนั้น  เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเมื่อใดนั้นไม่ปรากฏ  ตามพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขาว่า เมื่อ พ.ศ.๒๓๐๗  พม่ายกทัพเข้ามาตีเมืองเพชรบุรี   แต่กองทัพของกรุงศรีอยุธยาได้ยกทัพมาช่วยรักษาเมืองไว้ได้ ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรี ได้อพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลแม่กลอง เหนือวัดศรีจำปาขึ้นไป และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านแหลม" ตามชื่อบ้านเดิมของตนในเมืองเพชร ได้ช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาแล้วเรียกวัดศรีจำปาว่า "วัดบ้านแหลม" ชาวบ้านแหลมพวกนี้เป็นชาวประมง มีอาชีพจับปลาในทะเล คราวหนึ่งได้ออกไปลากอวนในอ่าวแม่กลอง ได้พระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา ๒ องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง อีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน สำหรับพระพุทธรูปนั่ง ได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา จ.เพชรบุรี เรียกว่า "หลวงพ่อวัดเขาตะเครา" สำหรับ พระพุทธรูปยืนอุ้มบาตร สูงประมาณ ๑๖๗ เซนติเมตร แต่บาตรนั้นสูญหายไปในทะเล ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม เรียกว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม"
๑๒.๐๐ น.
รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย
เดินทางสู่  วัดพวงมาลัย  ที่พระองค์ท่านเคยไปเสด็จทอดพระเนตร  วัดนี้ตั้งแต่อยู่บนฝั่งริมแม่น้ำ  แม่กลอง สร้างในสมัยรัชกาลที่๕ แห่งราชวงศ์จักรี ระหว่าง พ.ศ.๒๔๑๕ - ๒๔๓๐ โดยท่านสัสดีพ่วง และนางมาลัยภรรยา ได้มีศรัทธาถวายที่ดินของตนให้สร้างเป็นวัดได้ชื่อว่า"วัดพาวงมาลัยสุนทราราม" ต่อมาภายหลังเรียกชื่อสั้นๆว่าวัดพวงมาลัย จนกลายมาเป็นวัดพวงมาลัยมาถึงทุกวันนี้ เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้วได้อาราธนา "พระครูวินัยธรรม"มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ซึ่งขณะนั้นท่านเป็นเจ้าอธิการวัดช่องลม ต.บ้านปรก อ.เมือง พระครูวินัยธรรมหรือหลวงพ่อแก้ว เป็นพระธุดงค์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีคนนับถือมาก เชื่อกันว่าท่านสำเร็จญาณวิเศษ สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ต่างๆได้ ทั้งปัจจุบัน  อดีต  อนาคต  เหรียญหลวงพ่อแก้วที่ท่านสร้างขึ้นเอง  เป็นเนื้อทองเหลืองที่เรียกว่า "เนื้อลงหิน" มีรูปหลวงพ่อแก้วอยู่ด้วย พร้อมด้วยตะกรุด ผ้ายันต์  และลูกอมนั้นมีคนนิยมกันมากว่า  คงกระพันชาตรีดีนักแล ปัจจุบันมีราคาแพงมาก
๑๕.๐๐ น.
เดินทางโดยเรือผ่านคลองอัมพวาสู่  วัดอัมพวันเจติยาราม  สถานที่ประพาส  ในวันที่ ๒๓ ก.ค.   ร.ศ.๑๒๓ หลังจากเสด็จทอดพระเนตรที่ว่าการเมือง จนกลับมาถึงที่ประทับเวลาค่ำหลังจากนั้นเดินเที่ยวชม ตลาดน้ำอัมพวา สัมผัสบรรยากาศริมน้ำเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัยคลองอัมพวาแห่งนี้ รัชกาลที่ ๕ เคยเสด็จประพาส เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ค.ร.ศ.๑๒๓ โดยในอดีตคลองอัมพวานี้ถ้ามีเรือคนแปลกหน้าเข้ามา กำนันผู้ใหญ่บ้านจะต้องเข้าไปถามว่าเป็นใคร ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการประพาส เพราะต้องคอยหลบหลีกชาวบ้านที่มาล้อมรอบ ที่สุดพระเจ้าอยู่หัวต้องเสด็จลงเรือต้นแยกไปประพาสแต่ลำเดียว
๑๗.๓๐ น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯ
     
 
  โปรแกรมท่องเที่ยวของแต่ละบริษัททัวร์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความสนใจของนักท่องเที่ยว สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย โทร. 0-2642-4426-8
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ โทร. 0-2270-1505-8
ททท. เบอร์เดียวทั่วไทย โทร.1672