วันแรก
กรุงเทพฯ – ชัยนาท - สุพรรณบุรี
|
 |
| |
๐๗.๐๐ น.
ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.ชัยนาท |
|
๑๐.๐๐ น. เดินทางถึง วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า
(แม่น้ำท่าจีน) แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีทิวทัศน์ที่สวยงามน่ารื่นรมย์
และซึ่ง "พระครูวิมลคุณากร (ศุข)" อดีตเจ้าอาวาสหรือที่ชาวบ้านรู้จักในนาม
"หลวงปู่ศุข"
เกจิอาจารย์ชื่อดังจากอดีต ในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๕
และเป็นพระอาจารย์องค์สำคัญของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
พระบิดาของกองทัพเรือไทย พระราชโอรสแห่งรัชกาลที่ ๕ จากนั้นเดินทางต่อสู่ วัดธรรมามูลวรวิหาร เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองอีกแห่งหนึ่งของชัยนาท ภายในวัดมีพระวิหาร
ที่เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อธรรมจักร พระพุทธรูปปางห้ามญาติ
นอกจากนี้ยังมีใบเสมาศิลาทรายสีแดง ที่ตั้งรายล้อมพระอุโบสถ ที่สลักลวดลายต่างๆ
ไว้อย่างสวยงาม
ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระองค์เคยเสด็จมามนัสการหลวงพ่อธรรมจักร ๓ ครั้ง
คือ พ.ศ. ๒๔๔๕
(ร.ศ.๑๒๑), ๒๔๕๐ (ร.ศ.๑๒๖) และ ๒๔๕๒ (ร.ศ.๑๒๘) |
|
๑๒.๐๐ น.
รับประทานอาหารกลางวัน |
|
บ่าย
เดินทางต่อสู่ วัดแค จ.สุพรรณบุรี วัดเก่าแก่ ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดี เรื่อง “ขุนช้างขุนแผน”
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เคยเสด็จประพาสวัดแค เมื่อวันที่
๔ สิงหาคม ร.ศ.๑๒๓... เสด็จเมืองสุพรรณ(๓)คราวนี้เป็นที่น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่ง
ด้วยไม่ถูกฤดูเหมาะ ในเวลานี้น้ำแม่น้ำยังน้อยจะไปเที่ยวทางเรือก็ขัดข้อง ส่วนทางบกฝนก็ตกพอแผ่นดินเป็นหล่มเป็นโคลน จะไปไหนก็ยาก เพราะฉะนั้นจึงเสด็จประพาสได้ใกล้ๆในบริเวณเมือง
ในวันที่ ๔ นั้นเสด็จไปประพาสเหนือน้ำประทับเสวยที่วัดแค... |
|
|
|
วันที่สอง สุพรรณบุรี – สิงห์บุรี – อ่างทอง - กรุงเทพฯ
|
 |
๐๘.๐๐ น.
เดินทางสู่ วัดป่าเลไลย์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร หน้าบันของพระวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎ
อยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เคยเสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อได้เสด็จขึ้นครองราชย์แล้วได้ทรงมาปฏิสังขรณ์ กราบนมัสการ "หลวงพ่อโต"ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารที่สูงเด่นเห็นได้แต่ไกล...
วันที่ ๕ สิงหาคม ร.ศ.๑๒๓... เสด็จทอดพระเนตรที่ว่าการเมือง
วัดมหาธาตุ หลักเมืองและวัดป่าเลไลยก์ เวลาบ่ายออกกระบวนล่องลงมาประทับแรมที่บางปลาม้า ถึงยังวันอยู่ จึงทรงเรือพระที่นั่งเล็กล่องลงมาประพาสข้างใต้ ประทับเสวยเย็นที่วัดบางยี่หน... |
|
จากนั้น เดินทางต่อสู่ วัดโบสถ์ จ.สิงห์บุรี
เป็นพระอารามหลวง เดิมเป็นวัดร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ส่วนพระอุโบสถเป็นเพียงแห่งเดียว ที่สร้างโดยใช้รางรถไฟเป็นแกนกลางข้างล่าง และที่ น่าสนใจคือ การแกะสลักบานประตูหน้าต่างโบสถ์ทั้งหลัง โดยช่างที่มีฝีมือแกะสลักของเมืองสิงห์บุรี
คือ ช่างชื่น หัตถโกศล ภายในโบสถ์มีพระประธานที่เก่าแก่
พุทธลักษณะที่งดงามมาก จากนั้นเดินทางสู่ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร พระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ในตำบลจักรสีห์ สันนิษฐานว่าวัดนี้
สร้างสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาด
ใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัย ที่มีความงดงามมาก นอกจากนี้ยังมี พระกาฬเป็นพระพุทธรูปศิลาลงรักปิดทอง
และพระแก้วพระหล่อนั่งขัดสมาธิเพชรอันศักดิ์สิทธิ์ และมีพระพุทธลักษณะงดงาม
ทั้งพระกาฬและพระแก้วสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ ใช้เป็นพระประทานในการถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการ |
|
|
๑๒.๐๐ น.
รับประทานอาหารกลางวัน |
|
 |
บ่าย
เดินทางต่อสู่ จ.อ่างทอง วันที่ ๖ สิงหาคม ร.ศ.๑๒๕ เช้า ๒ โมงออกเรือ ๔ โมงเช้าถึงอ่างทอง แวะที่ตลาดถ่ายรูป และซื้อของบ้าง...บ่าย ๒ โมงออกเรือ บ่าย ๔ โมงเศษ จอดที่ไชโย
ขึ้นไปนมัสการพระแลถ่ายรูป มีคนมาก ทั้งตาเกด
มหาพุทธพิมพาและมหาอิ่ม.. นายเกดเปรียญเมื่อบวช ได้เป็นพระราชาคณะที่พระมหาพุทธพิมพาภิบาล เจ้าอาวาส
วัดไชโย... |
|
วัดไชโยวรวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นโทในสมัย รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จฯมานมัสการและโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์วัดไชโย ในปี พ.ศ.๒๔๓๐ มีองค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ในพระวิหาร
ที่มีความสูงใหญ่สง่างามแปลกตากว่าวิหารแห่งอื่นๆ พุทธศาสนิกชนจากที่ต่างๆ มานมัสการอย่างไม่ขาดสาย ติดกับด้านหน้าของพระวิหาร มีพระอุโบสถหันด้านหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมไทยอันงดงามเช่นกัน ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๕ |
 |
จากนั้น นำท่านสู่ วัดขุนอินทประมูล เป็นที่ประดิษฐาน
พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่
มีชื่อว่าพระศรีเมืองทอง พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ได้เคยเสด็จมาสักการะบูชา
อาทิเช่น พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จมาเมื่อ พ.ศ. ๒๒๙๖
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯในปี
พ.ศ.๒๔๒๑ และ ๒๔๕๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เสด็จฯมาถวาย ผ้าพระกฐินต้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ และเสด็จมานมัสการอีกครั้งในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ |
|
ตามรอยเสด็จมายัง วัดป่าโมกวรวิหาร เป็นปูชนียสถานเก่าแก่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของชาวป่าโมก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลายองค์ ได้เสด็จมายังวัดป่าโมกเเห่งนี้ นับตั้งแต่
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมาถวายพระกฐินโดยเรือพระที่นั่งกลไฟ และโปรดเกล้าให้สถาปนาวัดป่าโมกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นใน รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จมาที่วัดป่าโมกหลายครั้ง
ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๒๑ -๒๔๔๙ |
|
|
|