สำลัก อันตรายที่ไม่ธรรมดา
เชื่อไหมคะว่า อุบัติเหตุเล็กๆ ที่เห็นอยู่บ่อยครั้ง อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อ
สุขภาพได้อย่างที่คุณคิดไม่ถึง โดยเฉพาะเรื่องเล็กน้อยอย่างการสำลักอาหาร ใครจะคิดว่า แค่สำลักอาจทำให้ถึงกับเสียชีวิต!!

การสำลักก่อให้เกิดการหมดสติจากการขาดอากาศ ไปจนกระทั่งที่เลวร้ายที่สุดคือหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิต ซึ่งสิ่งที่ลงไปอุดหลอดลมนั้นอาจจะเป็นอาหารหรือสิ่งแปลกปลอมใดๆ ก็ได้ เช่น กระดุม เมล็ดผลไม้เล็กๆ เช่น น้อยหน่า เมล็ดส้ม เมล็ดทับทิม เกิดได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เลือกวันเวลาและสถานที่ อาจจะเกิดในร้านอาหาร บนโต๊ะอาหารที่บ้าน หรือแม้แต่ในที่สาธารณะต่างๆ
ระวัง!! ไม่ให้สำลัก
แม้อาการสำลักจะเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด และไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่ทว่า เราสามารถป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ ทั้งต่อตัวเราเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ในครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากอีกกลุ่มหนึ่ง
- ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด หรือถ้าชิ้นใหญ่ควรตัดให้เล็กลงก่อน
- หลีกเลี่ยงการกินไปเม้าท์ไปหรือหัวเราะทั้งที่อาหารยังเต็มปาก
- ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักระหว่างมื้ออาหาร เพราะจะทำให้ขาดสติ โอกาสพลาดก็มากขึ้น
- เก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้ไกลจากมือเด็กเล็ก เนื่องจากเด็กเล็กวัยกำลังซนมักจะหยิบจับของเข้าปาก
- เด็กโตหน่อยที่ชอบป้อนข้าวระหว่างวิ่งเล่น กินไปวิ่งไป อย่างนี้ก็ควรระวังให้มากๆ ฝึกให้นั่งอยู่กับที่ระหว่างรับประทานจะดีกว่าค่ะ
|
อาการและวิธีการช่วยชีวิต
คนที่มีสิ่งแปลกปลอมอุดตันหลอดลมมักจะเอามือมาจับกุมที่ลำคอพูดไม่ได้ ทุรนทุรายจากการหายใจ
ไม่ได้ ปากจะเริ่มเขียวคล้ำ ซึ่งในช่วงเริ่มต้นผู้สำลักยังพอมีสติอยู่ ดังนั้นการช่วยเหลือคือตรวจสอบอย่าง
รวดเร็วว่ามีการอุดกั้นหลอดลมจริงหรือไม่ โดยอาจจะถาม ถ้ายังสามารถพูดมีเสียงได้ ไอได้ หรือยังหายใจได้ ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม
แต่เมื่อไรก็ตาม ในรายที่ไม่สามารถพูดไอ และหายใจได้ ให้รีบทำดังนี้
ร้องขอความช่วยเหลือให้เรียกรถพยาบาลโดยเร็วที่สุด และรีบปฐมพยาบาล ปกติเวลามีสิ่งระคายคอ
ร่างกายจะไอโดยเราจะต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ และปล่อยลมออกจากปอดอย่างรวดเร็วและแรง เพื่อจะได้มีแรงขับสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมา แต่คนที่มีสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจจะไม่สามารถหายใจเข้าได้ ก็ไม่รู้จะมีแรงเอาลมที่ไหนมาผลักดันให้สิ่งนั้นๆ หลุดออกไปให้พ้นทางได้
วิธีปฐมพยาบาล โดยการใช้ลมที่เหลืออยู่ในปอดของเขามาขับดันแทนการไอ โดยให้ผู้ช่วยเหลือยืน
ด้านหลังผู้สำลักกำมือข้างหนึ่งไว้ วางบริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือประมาณ 3 เซนติเมตรเหนือสะดือ โดยหันด้านหัวแม่มือเข้าหาผู้สำลัก เอามืออีกข้างจับมือที่เป็นกำปั้นไว้ กดลงบนตัวผู้สำลักพร้อมกับดันขึ้นอย่างเร็ว จุดประสงค์ก็เพื่อดันลมในปอดขึ้นไปที่ทางเปิดของหลอดลมเหมือนการไอนั่นเองค่ะ ถ้าสิ่งแปลกปลอมยังไม่ออก สามารถทำซ้ำต่อกันได้ถึงหกครั้ง
แต่ถ้าหากยังไม่ออกหรือผู้ป่วยเริ่มหมดสติ ให้นำผู้สำลักนอนหงายลง และรีบตรวจเช็คว่ามีสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาหรือยัง โดยเอานิ้วกวาดสิ่งที่อยู่ในปากออกถ้าไม่พบแสดงว่ายังไม่หลุด ให้ใช้ส้นมือวางที่ตำแหน่งเดิมคืออยู่เหนือสะดือ เอามืออีกข้างวางทับไว้ด้านบน กดลงบนตัว ผู้สำลักพร้อมๆ กับดันขึ้นด้านบนซ้ำๆ กัน และเอานิ้วกวาดดูในคอว่าสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมาหรือไม่ วิธีการที่กล่าวมาข้างต้นใช้ได้กับผู้ใหญ่และเด็กโตอายุมากกว่าหนึ่งขวบ
หากเป็นเด็กเล็กต่ำกว่าขวบ ให้ผู้ช่วยเหลือหาเก้าอี้นั่ง วางเด็กคว่ำหน้าลงโดยให้ลำตัววางอยู่บนแขน
ของผู้ช่วยเหลือ ใช้ส้นมือข้างที่เหลือเคาะไปบริเวณระหว่างสะบักเด็กติดต่อกัน 4 ครั้ง ถ้าหลุดออกมาก็โชคดีไป แต่ถ้าผู้นั้นขาดอากาศจนหัวใจหยุดเต้นก็ต้องปั๊มหัวใจกันละค่ะ และรีบส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ถ้าคนสำลักคนนั้นเป็นตัวเราเอง ไม่มีใครช่วย ให้ทำการปฐมพยาบาลผู้สำลักกับตัวเอง โดยวางกำปั้น เอาด้านหัวแม่มือเข้าหาตัวเอง ในตำแหน่งเหนือสะดือ 3 เซนติเมตร เอามืออีกข้างกดไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงๆ แต่ถ้าไม่ออกให้รีบมองหาขอบพนักเก้าอี้ เอาเก้าอี้ยันไว้กับผนังแล้ววิ่งเอาบริเวณตำแหน่งเดิมกระแทกกับพนักเก้าอี้หลายๆ ที ถ้าไม่มีเก้าอี้อาจจะใช้ขอบโต๊ะก็ได้
ถึงจะเป็นการช่วยชีวิตที่น่าหวาดเสียว แต่ก็ต้องทนเจ็บตัวหน่อย เพื่อความอยู่รอดค่ะ
|