Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แนะนำสุขภาพน่ารู้ / เรื่องสิวๆ ที่ไม่สิว
แนะนำสุขภาพน่ารู้
Send To Friend

 
Share |
 
 

เรื่องสิวๆ ที่ไม่สิว

สิวเกิดจากต่อมไขมันและรูขุมขนผลิตไขมันออกมามากจนเกินไป มักพบบริเวณใบหน้า หน้าอก แผ่นหลัง เป็นต้น แม้จะสามารถรักษาให้หายได้ แต่ถ้าไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด รักษาไม่ตรงจุด และปล่อยทิ้งไว้จนเป็นปัญหาเรื้อรัง นอกจากจะเต็มไปด้วยริ้วรอยแล้วยังส่งผลให้เกิดความเครียด ขาดความมั่นใจ รวมทั้งเสียเงินค่ารักษาอย่างไม่รู้จบ

สิว ปัญหาผิวหนังที่นับว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคน เพราะเกิดได้จากปัจจัยหลายอย่างรอบตัว ทั้ง
ฮอร์โมน พันธุกรรม ความเครียด การรักษาความสะอาด ฯลฯ ประเภทของสิวมีทั้งสิวหัวเปิดและสิวหัวปิด ซึ่งควรสังเกตอาการก่อนทำการรักษา เพราะสิวปกติสามารถรักษาให้หายเองได้ตามธรรมชาติ แต่หากมีอาการผิดปกติ อาทิ เป็นผื่นแดง แสบร้อน มีการลุกลามเป็นวงกว้าง ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยไว้จนอาการรุนแรง อาจรักษาไม่หายขาด ส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ ขาดความมั่นใจ นำไปสู่ภาวะเครียดได้ นอกจากนี้ควรป้องกัน โดยการดูแลผิวหนังให้สะอาด ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวหนังให้เหมาะสม เพื่อให้ปัญหาสิวไม่มารบกวนจนรำคาญใจ

ทำความรู้จักกับสิว
สิวเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับต่อมไขมันและรูขุมขนที่ทำ
หน้าที่ผลิตไขมันหล่อเลี้ยงผิว เมื่อไขมันถูกผลิตออกมามากเกินไป ก็จะมีซีบัม (Sebum) สารธรรมชาติของผิวหนังออกมารวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วทำให้เกิดหัวสิว จากนั้นเชื้อแบคทีเรียตามผิวหนังก็จะแบ่งตัวเพิ่มขึ้น และไปผสมกับเซลล์ผิวหนังที่หลุดออกมาจนไปอุดตันรูเปิดของต่อมไขมัน ส่งผลให้เกิดการอักเสบเป็นตุ่มหนองที่เรียกว่าสิว ซึ่งมักพบบริเวณผิวหนังที่มีต่อมไขมันขนาดใหญ่จำนวนมาก อาทิ ใบหน้า หน้าอก แผ่นหลัง เป็นต้น

สาเหตุของการเป็นสิว
การเกิดสิวทุกชนิดล้วนมีสาเหตุจากแบคทีเรียเข้ามาประกอบด้วยแทบทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังเกิดจาก
ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgens Hormone) ซึ่งมีทั้งในเพศชายและเพศหญิง เพราะเป็นตัวกระตุ้นการผลิตซีบัม โดยเฉพาะในวัยรุ่น เกิดจากพันธุกรรม ภาวะเครียดและวิตกกังวล การแคะ แกะ เกา เช็ดถูหน้าแรงๆ ทานอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัดเผ็ดจัด ความสกปรกของข้าวของเครื่องใช้ เกิดในช่วงมีประจำเดือน แพ้ยาบางชนิด แพ้สิ่งที่ทำให้ระคายเคือง อาทิ เครื่องสำอาง แสงแดด ควันรถยนต์ ควันบุหรี่ เป็นต้น รวมทั้งไลฟ์สไตล์ การประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่พบในชีวิตประจำวันก็ล้วนมีผลต่อการเกิดสิวได้ทุกช่วงวัย

ประเภทของสิว
ประเภทของสิวเมื่อแบ่งตามลักษณะการเปิดปิดของต่อมไขมัน มี 2 ประเภทคือ
1. สิวอุดตันแบบหัวเปิด เป็นสิวหัวดำ มีจุดดำๆ ตรงหัวสิว เมื่อกดลงไปจะมีกลุ่มน้ำมันที่ตกค้างในต่อมไขมันผุดออกมา
2. สิวอุดตันแบบหัวปิด เป็นสิวที่เพิ่งเกิดการอุดตัน มีลักษณะเป็นตุ่มสีขาวแข็งๆ ห้ามบีบเด็ดขาด เพราะจะทำให้กลุ่มน้ำมันที่ตกค้างในต่อมไขมันแตก เป็นหนอง และบวมแดง
ซึ่งสิวบนแผ่นหลัง หน้าอก และลำตัวมีความต่างกับสิวบนใบหน้าตรงที่มีอาการเริ่มแรกคือ คัน ระคาย
เคืองผิว เกิดผื่นแดง เป็นสิวหลายๆ ประเภทกระจายอยู่ทั่วไป อาจเป็นไม่นานหรือเป็นเรื้อรัง ที่สำคัญมักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

ดูแลรักษาสิว
เมื่อเป็นสิวควรสังเกตลักษณะอาการเพื่อทำการรักษาและดูแลอย่างถูกต้อง ดังนี้
  • ใช้ยาทารักษาสิว ส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ ใช้ในกรณีสิวไม่รุนแรง ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดปริมาณไขมัน ทำให้ไม่เกิดไขมันอุดตัน ควรศึกษาวิธีการใช้อย่างละเอียด
  • ใช้ยารับประทาน มักใช้ในกรณีที่สิวรุนแรงปานกลางถึงมาก ต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายยา เพราะจะใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น และต้องทานยาต่อเนื่องและสม่ำเสมออย่างน้อย 6 - 8 เดือนจึงจะเห็นผล
  • หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน

อาการบ่งชี้ควรรีบพบแพทย์
อาการสิวทั่วไปอาจสร้างความรำคาญ แต่ไม่นานก็หายได้เอง ในกรณีที่เป็นสิวจำนวนมาก และเรื้อรังเป็นเวลานานจนสิ่งอุดตันทำปฏิกิริยากับอ๊อกซิเจนในอากาศกลายเป็นสิวหัวดำ เมื่อรักษาเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น มีอาการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เป็นผื่นแดง สิวขยายวงกว้าง แสบร้อนบนใบหน้า รวมทั้งการเป็นสิวชนิดถุงน้ำที่มีโอกาสเกิดแผลเป็นถาวร ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที

ป้องกันสิว
สิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันสิวคือ การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงทั้งกายและใจ กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักผลไม้และอาหารที่ไม่ผ่านการดัดแปลงเป็นสำคัญ ดื่มน้ำสะอาดเพื่อให้ผิวสุขภาพดี พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใสปลอดโปร่ง รวมทั้งรักษาความสะอาดบนใบหน้า ล้างหน้าด้วยโฟมหรือครีมที่เหมาะกับผิว ไม่ขัดหรือเช็ดหน้าแรง ทดสอบเครื่องสำอางทุกชนิดบริเวณใต้ท้องแขนและลำคอ เป็นเวลา 3 - 7 วัน เพื่อป้องกันการแพ้ ก่อนใช้ยารักษาสิวควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม

การรักษาสิวกับผลข้างเคียง
สิวเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดเพียงแต่ควบคุมได้ ดังนั้นการรักษาสิวโดยวิธีการต่างๆ อาจส่งผลข้างเคียงตามมา การใช้ยาทารักษาสิว หากตัวยาผสมในแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและแสบ การใช้ยาทานที่เป็นกรดวิตามินเอ หากตั้งครรภ์อาจส่งผลให้เด็กพิการ ดังนั้นถ้ามีเพศสัมพันธ์ควรทานยาคุมกำเนิดควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ การทำเลเซอร์ เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมในการรักษาสิว อาจทำให้ผิวแสบแดง ซึ่งวิธีนี้ผลการรักษามักขึ้นอยู่กับการตอบสนองของคนไข้ จึงควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น




06 มกราคม 2555 02:44:46
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม