Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แนะนำสุขภาพน่ารู้ / ?เท้า? อวัยวะที่ไม่ควรละเลย
แนะนำสุขภาพน่ารู้
Send To Friend

 
Share |
 
 

นอกจากอาการเจ็บปวดที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์และความผิดปกติของโครงสร้างเท้าแล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ที่ไม่ร้ายแรงแต่เมื่อเป็นแล้วก็สร้างความรำคาญและเสียบุคลิกภาพอีกด้วย ได้แก่




ส้นเท้าแตก
    ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการส้นเท้าแตก คือ เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าจะมีปริมาณลดลง บวกกับผิวหนังบริเวณนี้เป็นส่วนที่รับน้ำหนักของร่างกายจึงแห้งหยาบและแตกเป็นร่องได้ง่าย นอกจากนี้ การเดินเท้าเปล่าให้เท้าสัมผัสกับความเย็นตลอดเวลาก็อาจส่งผลให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้งและแตกเป็นร่องลึกได้เหมือนกัน”
ตาปลา
    ตาปลานั้นเกิดจากสาเหตุเดียวกับส้นเท้าแตก แต่มีปัจจัยที่เพิ่มมาคือ แรงเสียดสีและแรงบีบที่มาจากหลายสาเหตุทั้งจากการสวมรองเท้าที่คับหรือรองเท้าที่ตัดเย็บไม่เรียบร้อย ทำให้เกิดแรงเสียดสีบางบริเวณมากเป็นพิเศษ ยิ่งมีปัญหานิ้วเท้าผิดรูปร่วมด้วย จนทำให้นิ้วเท้ามาเกยและเสียดสีกันระหว่างเดิน ยิ่งทำให้ผิวหนังด้านหนาเป็นไตแข็งจนเกิดตาปลาขึ้น
วิธีการดูแลรักษาอาการส้นเท้าแตกและตาปลา
•    แช่เท้าในน้ำอุ่นวันละ 20 นาที จะช่วยให้ผิวหนังที่แข็งนุ่มลง แต่ต้องระวังระดับอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ในการแช่เท้าไม่ให้ร้อนเกินไป
•    ใช้แปรงขนอ่อนนุ่มทำความสะอาดบริเวณส้นเท้าที่แตก หรือถ้าผิวหนังบริเวณนั้นหนาและแข็งมาก ให้ใช้หินขัดเท้าขัดเพื่อทำความสะอาด อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งควบคู่ไปด้วย
•    ใส่รองเท้าตลอดเวลา เพื่อให้อาการส้นเท้าแตกและตาปลาทุเลา แม้อยู่ในบ้านก็ต้องใส่ โดยเลือกรองเท้าที่มีพื้นนิ่มไม่คับหรือหลวมจนเกินไป รวมทั้งรองเท้านั้นต้องตัดเย็บอย่างเรียบร้อย ไม่มีรอยตะเข็บทำให้เกิดการเสียดสี มิเช่นนั้นส่วนที่ตัดเย็บไม่เรียบร้อยอาจเสียดสีกับเท้าทำให้เกิดตาปลาขึ้นได้
หูดที่เท้า
    หูดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเกิดการติดเชื้อขึ้นที่เซลล์
ผิวหนังชั้นนอกและแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ผิดปกติ ไวรัสชนิดนี้อาจติดต่อไปยังผู้อื่นได้ด้วยการสัมผัส
    คนเรามักเข้าใจผิดและสับสนระหว่างหูดกับตาปลา แต่ที่จริงแล้วหูดมีลักษณะที่แตกต่าง คือ หูดจะมีจุดเลือดออกเล็กๆ อยู่ตรงกลาง เมื่อมีการกดทับอาจก่ออาการเจ็บปวดได้ และจะกระจายเป็นกลุ่มๆ ได้ เนื่องจากเป็นเชื้อโรคที่แพร่กระจายได้ หูดทั่วไปจึงมักจะหายเองได้ แต่ใช้ระยะเวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปี และอาจมีหูดเกิดขึ้นใหม่ได้เช่นกัน




 

 
บริหารเท้าง่ายๆ คลายปวด
1.    ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อฝ่าเท้า
1.1    ยืนตัวตรง เขย่งเท้าแล้วค้างไว้ นับ 1 - 10 แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงในท่ายืนปกติ ทำเช่นนี้วันละ 30 - 100 ครั้ง
1.2    ขณะนั่งให้เอาลูกเทนนิส ขวดน้ำเปล่า กะลามะพร้าว หรือวัสดุรูปร่างกลม มาวางที่ฝ่าเท้า แล้วใช้ฝ่าเท้าคลึงไปมา เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อฝ่าเท้า
    2. ท่าออกกำลังกายกล้ามเนื้อนิ้วเท้า
2.1 ใช้ผ้าขนหนูหรือเศษผ้าบางๆ วางบนพื้น แล้วใช้นิ้วเท้าคีบผ้านั้นขึ้นมา หรือคีบผ้านั้นพับให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือสามเหลี่ยมตามใจชอบ ทำวันละประมาณ 30 นาที ถ้าทำคล่องแล้วอาจ
เปลี่ยนไปคีบวัตถุที่ยากขึ้นเช่นเหรียญก็ได้
2.2 ใช้กระดาษบางๆ สอดเข้าไประหว่างนิ้วเท้า แล้วออกแรงหนีบกระดาษให้แน่นที่สุด ต้านกับแรงมือที่พยายามดึงกระดาษไม่ให้ดึงกระดาษออกได้
ล้อมกรอบ
เคล็ดลับในการดูแลถนอมเท้าให้สะอาดและอ่อนนุ่ม
การขัดด้วยสตรอว์เบอร์รี่
สตรอว์เบอร์รี่        6 - 8    ผล
น้ำมันมะกอก        2    ช้อนโต๊ะ
เกลือทะเล        1     ช้อนชา
    บดสตรอว์เบอร์รี่ให้ละเอียด เติมน้ำมันมะกอกกับเกลือ ผสมให้เข้ากันแล้วนำมานวดให้ทั่วเท้า ถูแรงๆ ในส่วน ที่หยาบกระด้าง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 - 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำ อุ่น แล้วตามด้วยน้ำเย็น
    ขัดด้วยส้มและน้ำมัน
ส้มผ่าเป็นแว่นๆ        2    ผล
น้ำมันพืช        1    ถ้วย
เกลือทะเล        1    ถ้วย
    นำน้ำมันพืชผสมกับเกลือ จุ่มส้มลงไป แล้วจึงนำส้มมาขัดเท้าให้ทั่ว เน้นบริเวณที่แห้งกร้าน ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยทำความสะอาดและทำให้เท้าคุณนุ่ม







29 สิงหาคม 2554 14:49:43
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม