Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แง่คิดจากคนดัง / เคล็ดลับความสำเร็จจากสุดยอดซีอีโอ
แง่คิดจากคนดัง
Send To Friend

 
Share |
 
 

เคล็ดลับความสำเร็จจากสุดยอดซีอีโอ

ในโลกของการทำงาน มีปัจจัยมากมายหลายหลากซึ่งส่งผลให้แต่ละองค์กรประสบความสำเร็จ ทว่าหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใหญ่หรือเล็กก็คือ การมีผู้นำที่ดี เราจึงได้รวบรวมคุณสมบัติของการเป็น
สุดยอดผู้นำ บอกเล่าผ่านเรื่องราวของซีอีโอตัวอย่างทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ประวิทย์ มาลีนนท์
กรรมการผู้จัดการ บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด และบริษัทบีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)

นายใหญ่ผู้ทำตัวเล็ก

ความสำเร็จของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในปัจจุบันนั้นเป็นที่ยอมรับกันว่า นอกจากวิสัยทัศน์อันเฉียบคมของผู้บริหารสถานีอย่างคุณ ประวิทย์ มาลีนนท์ แล้ว บุคลิกความเป็นนักวางแผนบวกกับสไตล์การทำงานแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า ทุกอย่างสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนทำความเข้าใจกันได้ เป็นอีกปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ จนกลายมาเป็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจนยิ่งของหัวเรือใหญ่ของช่อง 3 ผู้นี้มาโดยตลอด
นอกจากนั้น วัฒนธรรมองค์กรอย่างหนึ่งของช่อง 3 ที่เขาได้สืบทอดมาจากรุ่นคุณพ่อคือ วิชัย มาลีนนท์ อย่างเหนียวแน่น คือ การจัดสรรวันรับประทานอาหารร่วมกับทีมงานเป็นประจำทุกสัปดาห์ ตามหลักบริหารคนที่ว่า
“ให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความสุขเสมือนอยู่ในครอบครัวเดียวกัน”
และด้วยหลักสำคัญข้อนี้เอง ที่ก่อให้เกิดรูปแบบการทำงานแบบทีมเวิร์คที่ทรงประสิทธิภาพ ทำให้
องค์กรกลายเป็นปึกแผ่นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของช่อง 3 ที่นับวันยิ่งเจริญก้าวหน้ามาก
ยิ่งขึ้น

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

ความคิดสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องมาจากคนคนเดียว

“สำหรับตัวแพรเอง ความคิดสร้างสรรค์มาจากความสุขในการได้ทำสิ่งที่ตนรัก เวลาได้ยินว่าใครได้
ประโยชน์จากงานที่เราทำ แพรจะมีความสุขและรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้ง และนี่คือแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งอื่นๆ ตามมา

“อมรินทร์วันนี้ เราทำหน้าที่มอบสาระความรู้และความรื่นรมย์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนในสังคมผ่านสื่อหลากหลายประเภท ไม่ใช่เพียงแต่หนังสือ โดยยึดหลักที่คุณชูเกียรติ (ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ผู้ก่อตั้ง บมจ.อมรินทร์ฯ) ได้ตั้งปณิธานไว้ว่า ‘เราจะทำงานเพื่อความสุขและความรุ่งโรจน์ของสังคม’ ตัวเราเองจึงต้อง
ติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเป็นไปของโลกและของผู้คนอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้พนักงาน
ขวนขวายหาความรู้และอัพเดตตัวเองด้วย

“เพราะเชื่อว่า ความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องมาจากซีอีโอเท่านั้นในที่ประชุมแพรจึงพูดเสมอว่า ใครมี
ความคิดเห็นอย่างไรขอให้พูดออกมา อย่ากลัวว่าสิ่งที่คิดจะไร้สาระ น่าขำ หรือเจ้านายจะตำหนิ เพราะหลายต่อหลายครั้งตอนที่เริ่มคิดโปรเจ็คท์ เมื่อมีใครสักคนเริ่มต้นนำเสนอไอเดียที่หนึ่งขึ้นมา แม้ว่าจะยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด แต่จากไอเดียที่หนึ่งก็จะไปเรื่อยๆ คนที่สองคอยเติม คนที่สามคอยแก้ คนที่สี่คอยเสริม ฯลฯ
สุดท้ายเราก็จะได้ไอเดียที่ดีที่สุด”

โฮเวิร์ด ชูลท์ซ (Howard Schultz)
ประธานกรรมการบริหาร ประธานบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์

Onward ถอยไปข้างหน้า พลิกฟื้นสู่ชัยชนะ

40 ปีแล้วที่บริษัทสตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ให้บริการลูกค้าทั่วโลกผ่านร้านกาแฟหรูที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ
ชีวิตคนทั่วโลก ทว่าหนึ่งในโครงการแรกสำหรับย่างก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ที่ โฮเวิร์ด ชูลท์ซ และทีมผู้บริหารได้ระดมสมองกันเพื่อที่จะนำพาบริษัทให้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ กลับเป็นการปิดร้านสตาร์บัคส์ทั่วสหรัฐฯเพื่ออบรมการชงกาแฟเอสเปรสโซแก่เหล่าบาริสต้าอีกครั้ง ยังผลเป็นสิ่งที่ชูลท์ซเรียกว่า “การถอยไปข้างหน้าเพื่อกลับไปหาตัวตนที่แท้จริง”

นอกจากนั้นสตาร์บัคส์ยังนำวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อแก้ไขวิกฤติคือ การขยายบริษัทไปในระดับโลกพร้อม
กับทำให้แต่ละร้านเป็นหัวใจของท้องถิ่นนั้นๆ ด้วยการพยายามเชื่อมโยงและสนับสนุนชุมชนรวมถึงวัฒนธรรมที่แต่ละร้านให้บริการอยู่ อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการเสาะหากาแฟอย่างมีจริยธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบชาวไร่กาแฟ และมีความพยายามในการทำให้ร้านที่บริษัทเป็นเจ้าของมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ในที่สุด ภายในเวลาสองปีเท่านั้น สตาร์บัคส์ก็กลับมาผงาดอีกครั้ง สมความตั้งใจของโฮเวิร์ด ชูลท์ซ

ดร.บุญเกียรติ โชควัฒนา
กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
(มหาชน)

ล้มแล้วลุกได้ด้วยคิดบวก

ดร.บุญเกียรติ โชควัฒนา ซีอีโอแห่งบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับเครื่องอุปโภคบริโภคในประเทศไทย กล่าวว่า การคิดบวก คิดดีเกี่ยวกับตนเอง เป็นการให้ขวัญกำลังใจแก่ตนเองให้สามารถยืนหยัดที่จะทำงานให้ดีและมีสุข และเนื่องจากการทำงานนั้นเกี่ยวข้องกับคนอื่น การที่เราคิดบวกก็จะมีผลดีต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วย
แต่คนที่เคยล้มเหลวหลายๆ ครั้งมาก่อน คุณบุญเกียรติ กล่าวว่า สามารถกลับมาคิดบวกได้ โดยมีข้อ
แนะนำดังนี้

1. ต้องไม่นึกถึงเหตุการณ์หรืออารมณ์แห่งความล้มเหลวนั้นอีกเลย หรือหากจะคิดก็ต้องคิดหาสาเหตุของความล้มเหลวนั้น และต้องได้คำตอบว่า ทำอย่างไรจึงจะสำเร็จในภายหน้า
2. ต้องไม่โทษตนเองสำหรับความล้มเหลวนั้น และไม่โบ้ยไปให้ผู้อื่น
3. ไม่เล่าเรื่องความล้มเหลวให้ใครฟังอย่างเด็ดขาด
4. ต้องไม่กลัวว่าถ้าสำเร็จแล้วจะมีคนมาพึ่งบารมี
5. ต้องเชื่อว่ามีคนพร้อมที่จะช่วยเหลือเรา

ลี คุน-ฮี (Lee Kun-hee)
ประธานกรรมการบริหาร ประธานบริษัทซัมซุง กรุ๊ป

ไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” สำหรับซีอีโอคิดบวก

จากจุดเริ่มต้นด้วยเงินลงทุนเพียง 30,000 วอน เมื่อ พ.ศ. 2481 บริษัทการค้าเล็กๆ ชื่อ ซัมซุง ก็เจิดจรัสสมดังชื่อที่มีความหมายว่า ดาวสามดวง อย่างที่ “นายลี เบียง - ซอล” ผู้ก่อตั้งวาดหวังไว้ โดยซัมซุงสามารถครองความเป็นเจ้าตลาดธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในเกาหลีใต้ได้นับตั้งแต่ พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา แต่นั่นดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะทันทีที่ “นายลี คุน - ฮี” ก้าวขึ้นรับตำแหน่งซีอีโอแทนผู้เป็นพ่อ เขาก็ได้นำ
ซัมซุงไปสู่ความท้าทายใหม่ๆ อีกมากมาย

ครั้งนั้น ซัมซุงต้องต่อสู้กับคู่แข่งอย่างญี่ปุ่นทั้งในเรื่องนวัตกรรม การดีไซน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่า ซัมซุงเป็นสินค้าระดับล่าง ไม่มีคุณภาพ ซึ่งกระทบหูของลี คุน - ฮี เข้าอย่างจัง ทว่าเขากลับแสดงให้เห็นถึงความเป็นซีอีโอที่ยิ่งใหญ่ด้วยการคิดบวก และใช้ความอับอายผลักดันตนเองว่า
“ต่อไปนี้ซัมซุงจะผลิต ‘เฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพสูง’ เท่านั้น” นับจากวันนั้น ภายใต้การบริหารงาน แบบผสมผสานทั้งแนวเก่า(การบริหารธุรกิจแบบครอบครัว) และแนวใหม่(การบริหารธุรกิจแบบองค์กร) ที่ลี คุน - ฮี นำมาปรับใช้ ประกอบกับ แนวคิดการทำงานที่ไม่หยุดนิ่ง เน้นการสร้างสรรค์ วิจัย และพัฒนาด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายมากที่สุด แม้ว่ามันจะท้าทายมากเพียงใดก็ตาม แต่สำหรับซีอีโอคนนี้แล้ว เขากลับมองว่า
“ในโลกแห่งความท้าทาย ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”

วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffet)
ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์

สมถะ เรียบง่าย ใจบุญ

มหาเศรษฐีชาวอเมริกันวัย 80 ปี ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงความร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของโลกมาตลอด
ทศวรรษนี้ นอกเหนือจากอัจฉริยภาพในการลงทุนของเขาแล้ว เรื่องราวการประสบความสำเร็จของบัฟเฟตต์ยังเป็นแรงบันดาลใจในหลายๆ ด้านให้แก่ผู้ร่วมงาน เริ่มจากการทำงาน ที่นอกจากจะยึด “คุณค่าการลงทุนเป็นหลัก” แล้ว (ปรัชญาการลงทุนของบัฟเฟตต์คือ ข้อ 1. อย่าเสียเงิน ข้อ 2. อย่าลืมกฎข้อ 1.) ผู้บริหารยังต้องมีความซื่อสัตย์ ทำงานอย่างโปร่งใส ยึดถือประโยชน์ของหุ้นส่วนทุกคนเป็นที่ตั้ง

บัฟเฟตต์ได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากในเรื่องการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สมถะ และมัธยัสถ์ที่สุด แม้จะเป็น
เจ้าของบริษัทขายเครื่องบินดัง แต่เขาก็ไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวเลยสักครั้ง และแม้จะเป็นซีอีโอ บริษัทที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม บัฟเฟตต์กลับได้รับเงินเดือนราวสามแสนบาทต่อเดือนเท่านั้น!

นอกจากนี้ บัฟเฟตต์ยังบริจาคทรัพย์สินกว่าร้อยละแปดสิบ หรือประมาณสามหมื่นเจ็ดพันล้านเหรียญ ให้กับมูลนิธิบิลล์และเมลินดา เกตส์ เพราะเขาเชื่อว่าเงินทุกเหรียญที่เขาได้รับมาในวันนี้ล้วนมาจากสังคมทั้งนั้น ดังนั้นก็ควรคืนเงินบางส่วนกลับคืนสู่สังคมบ้าง พร้อมกับชักชวนให้ผู้มีฐานะร่วมกันนำเงินมาบริจาคเพื่อทำประโยชน์แก่สังคมต่อไป
วิถีชีวิตของบัฟเฟตต์เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งหลายได้เห็นว่า “ยิ่งสูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องน้อมตัวลง
ให้ใกล้กับผืนดินมากเท่านั้น”




29 มกราคม 2555 05:23:32
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม