Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แง่คิดจากคนดัง / กมลา สุโกศล...คนดีที่ไม่สมบูรณ์แบบ
แง่คิดจากคนดัง
Send To Friend

 
Share |
 
 

กมลา สุโกศล...คนดีที่ไม่สมบูรณ์แบบ

เมื่ออยู่บนเวที ผู้หญิงคนนี้คือนักร้องเจ้าของน้ำเสียงทรงพลัง ถึงขั้นได้รับขนานนามว่า “ราชินีนักร้องวงบิ๊กแบนด์แห่งประเทศไทย” เธอคือผู้ถ่ายทอดบทเพลง Live & Learn ที่สร้างกำลังใจให้แก่ผู้คนได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะเนื้อร้องท่อนที่ว่า

“อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน...และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด”
ทว่าเมื่อใดก็ตามที่ลงจากเวทีกลับมาสู่บทบาทนักธุรกิจ ประธานกรรมการบริหารของกลุ่มโรงแรมสยาม
ซิตีแอนด์รีสอร์ทผู้นี้ ก็จะแสดงให้เห็นถึงความคิดอ่านและความสามารถอันเก่งกาจหาตัวจับยาก พอกลับถึงบ้าน ประธานคนเก่งก็จะกลายเป็นคุณแม่ลูกสี่ธรรมดาๆ คนหนึ่ง โดยในขณะนี้มีหลานเพิ่มเข้ามาในชีวิตอีกเจ็ดคน ซึ่งทุกคนต่างเป็นทั้งความสุขและความภาคภูมิใจอันดับต้นๆ ของเธอในทุกวันนี้

คืนหนึ่ง ภายหลังจากที่ กมลา สุโกศล เจ้าของบทบาททั้งหมดนั้นได้วางภาระหน้าที่ต่างๆ ลงเพื่อกลับมาสู่ช่วงเวลาส่วนตัวของเธอเอ
เรื่องราวต่างๆ ก็เริ่มพรั่งพรู...

คุณกมลาคิดว่าเคล็ดลับความสำเร็จทั้งในด้านธุรกิจและการร้องเพลงคืออะไรครับ
การที่ทำได้ทั้งสองทางนี่ถือเป็นเรื่องประหลาดเหรอคะ คนจำนวนมากก็ประสบความสำเร็จทั้งสองด้านนี้ได้เหมือนกันนะ...ในความคิดของดิฉัน คุณจะทำอะไรก็ได้ ขอให้คุณทำให้ดีก็แล้วกัน ทำไม่ดีจะดันทุรังทำไปทำไม เสียเวลา อย่างเรื่องตีกอล์ฟ รู้ว่าทำอย่างไรก็ทำได้ไม่ดี ดิฉันก็ไม่ตี กีฬาที่เล่นคนเดียวนี่จะเล่นได้ไม่ดีเลย อย่างเมื่อก่อนตอนอยู่ที่อังกฤษ ดิฉันก็จะเล่นกีฬาประเภททีมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นทีมลาครอสหรือทีมว่ายน้ำ ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบจนทำทุกอย่างได้ดีไปหมดหรอก ดังนั้นก็ จงทำในสิ่งที่เราทำได้ แล้วก็ทำให้ได้ดี

เหมือนตอนที่เลือกทำธุรกิจโรงแรมแทนธุรกิจรถยนต์ตามที่ได้รับมอบหมายจากทางบ้านใช่ไหมครับ
ดิฉันอาจจะพยายามจนทำได้ดีก็ได้นะคะ แล้วก็ไม่ได้พยายามปีเดียว แต่ใช้เวลาเป็นสิบปี เพราะ
อุตสาหกรรมนี้ลึกมากกว่าที่คุณจะทำได้หรือว่ารู้จริง นอกจากนั้นยังไม่มีใครมานั่งบอกหรือสอนเลยด้วย คุณพ่อ (กมล สุโกศล) ให้ลุยเอง ซึ่งก็อาจจะลุยถูกบ้างผิดบ้าง สะเปะสะปะบ้าง อย่าง มาริสา (มาริสา สุโกศล
หนุนภักดี ลูกสาวคนโต) ยังได้ดิฉันเป็นหลัก คือมีคำแนะนำให้บ้าง แล้วก็ให้เขาได้มีโอกาสออกความเห็นด้วย หรือตอนที่ สุกี้ (กมล สุโกศล แคลปป์ ลูกชาย) เป็นซีอีโอของ Bakery Music ก็คอยบอกเขาว่า “Chief
Financial Officer (เจ้าหน้าที่บริหารการเงิน) คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการบริหารองค์กรเลย ดังนั้น ยูต้องมีคนที่รู้เกี่ยวกับตัวเลข คนที่รู้เรื่องการเงิน ถ้ายูไม่มีตรงนี้จะไม่มีทางเติบโตได้เลย”

ในกรณีที่ต้องเจอกับอุปสรรคปัญหาหนักๆ เคยท้อบ้างไหมครับ
ถ้าคุณอยู่ในจุดที่ดิฉันอยู่ จะรู้เลยว่าเราท้อแท้ไม่ได้ มีลูกน้องที่อยู่ข้างหลังตั้งพันกว่าคน คุณต้องเชื่อตัวคุณเอง คุณต้องช่วยตัวเองก่อน ถ้าคุณไม่ช่วยตัวเองแล้วใครจะช่วยคุณล่ะ มีคนอีกตั้งเยอะที่ตามเราอยู่ ถ้าคุณเกิดท้อไปแล้วเขาจะรู้สึกอย่างไร ในทางตรงข้าม ถ้าเราสู้ตาย เขาก็สู้ตายด้วยกันกับเรา ทุกวันนี้ที่ประสบความสำเร็จมาได้ถึงขนาดนี้ก็เพราะลูกน้อง (หัวเราะ) อุตสาหกรรมโรงแรมนี่คุณไม่มีทางทำงานคนเดียวได้หรอก

แล้วหลักในการทำงานแบบกมลา สุโกศล เป็นอย่างไรครับ
ในฐานะซีอีโอ เราต้องเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา หากผิดพลาดต้องถือเป็นการเรียนรู้และ
ต้องรีบแก้ไข เราต้องมุ่งมั่น ท้อแท้ไม่ได้ เพราะยังมีคนที่ต้องดูแลอีกมากมาย หากเราท้อ เราจะเป็นผู้นำที่ดีได้อย่างไร แต่ถ้าเราผู้เป็นแม่ทัพลุกขึ้นสู้ ลูกทัพของเราก็จะพร้อมสู้เพื่อชัยชนะไปกับเรา

การเป็นซีอีโอของดิฉันเกิดจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง จากคนที่รู้จริงทั้งในและนอกวงการ ทั้งที่เป็น
พนักงานและผู้บริหาร ดิฉันยึดหลักที่ว่า ซีอีโอเปรียบเสมือนแม่ทัพที่จะต้องมีวิสัยทัศน์ ต้องมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น มีมุมมองที่กว้างไกล เปิดหูเปิดตา มีความคิดเชิงบวก หาความรู้อยู่ตลอดเวลา รู้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร จะได้ตัดสินใจให้ทันต่อเหตุการณ์ มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามารถใช้ภาวะผู้นำได้อย่างเหมาะสม ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนและลำบากใจ ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า หรือผู้ร่วมทำธุรกิจ

ทุกวันนี้ดิฉันก็ยังสนุกกับงานอยู่เสมอ เรียกว่าถ้าไม่ได้ทำงานนี่คงผูกคอตายไปแล้ว (หัวเราะ) เพราะไม่มีอะไรทำ เบื่อ ขอแค่ได้ทำงาน จะมากจะน้อยอย่างไรก็ได้ แค่ได้เห็นลูกน้องก็สนุกแล้ว (หัวเราะ) เวลาทำงานด้วยกัน ดิฉันก็มักจะใช้หลัก Put the right man in the right job. แต่นอกจากงานจะต้องถูกกับคนแล้ว เรื่องที่ต้องใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจด้วยก็คือ เขาต้องทำงานกับคนอื่นได้ด้วย ไม่ใช่เป็นพวกเอาตัวรอดอย่างเดียว คือฉันไปของฉันคนเดียวได้ แต่แนะนำลูกน้องไม่เป็น ทำงานโดยไม่มีทีมเวิร์คเลย ซึ่งถ้าคุณยังต้องการให้เขาอยู่ก็อาจเปลี่ยนให้ไปทำอย่างอื่น ซึ่งเขาอาจจะทำได้ดีกว่าก็ได้...พวกเพชรในตมก็มีเยอะนะ บางทีทำงานด้วยกันเป็นสิบปีถึงได้รู้ แต่ก็ไม่สายเกินไปที่เราจะให้โอกาสเขา นอกจากนั้นดิฉันจะบอกลูกน้องอยู่เสมอว่า ไม่ว่าจะทำดีหรือไม่ดี ถึงไม่มีใครเห็นอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวคุณเอง ดิฉันเองบางทีด่าลูกน้องไปแล้วรู้สึกไม่ดีเลย วันรุ่งขึ้นก็จะพูดกับเขาว่า “วันนี้ ผมเปลี่ยนสไตล์แล้วเหรอ” เขาก็จะรู้ว่าเราขอโทษนะ

ความสุขในปัจจุบันของคุณกมลาคืออะไรบ้างครับ
ดิฉันเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง เดี๋ยวนี้ยิ่งแอ๊คทีฟขึ้นอีก คล้ายๆ ว่ามีสิ่งที่สนใจมากขึ้น เพราะโดยส่วนตัว
เราจะหมกมุ่นอยู่อย่างเดียวหรือสองอย่างไม่ได้ วันหนึ่งหลานๆ ก็โตขึ้นไป และเมื่อผ่านช่วง 11 - 12 ขวบไปแล้ว เขาก็มีชีวิตของตัวเอง ชอบอยู่กับเพื่อนฝูง ไม่อยากอยู่กับคุณย่าคุณยายแล้ว เรียกว่าบังคับให้ทำอะไรก็ไม่ยอมทำ ฉะนั้น เราก็ต้องมีความสนใจของตัวเอง ยิ่งเดี๋ยวนี้ดิฉันจะชอบอยู่กับตัวเองมากที่สุด สนุกดี โดยเฉพาะช่วงดึกๆ ไม่มีใครเข้ามากวน มีหมานอนอยู่ตัวหนึ่ง แล้วก็ทำโน่นทำนี่ไปจนเช้าเลย

บางทีถ้ามีหลายรายการถ่ายทอดชนกัน ดิฉันชอบนั่งดูเทนนิสจอหนึ่ง ดูฟุตบอลอีกจอหนึ่ง เปิด
คอมพิวเตอร์อีกจอหนึ่ง (หัวเราะ) คอมพิวเตอร์นี่สำหรับคอยเช็กผลฟุตบอลที่เว็บ www.arsenal.com ซึ่งจะ
สนุกมากตอนที่แฟนๆ ทั่วโลกเข้าไปคอมเม้นต์ผลกันว่า คราวนี้ทีมเล่นห่วยเล่นดีอย่างไร แต่ไหนแต่ไรดิฉันเป็นพวก Techno Idiot เหมือนๆ กับคนรุ่นเดียวกันที่ไม่มีใครเก่งเรื่องนี้เลย แต่สุดท้ายก็ทำได้ เพราะความที่ตัวเองอยากดู เลยถูกใจโลกอินเทอร์เน็ตที่ทุกอย่างเร็วมากๆ ยิ่งมาเจอ www.google.com อยากรู้อะไรก็ได้รู้หมดเลย

นอกจากนั้นดิฉันจะต้องอ่านหนังสือพิมพ์ในรถทุกวัน เรียกว่า passionate เลยนะคะ ล่าสุดเพิ่งอ่านเรื่องของ Mark Wahlberg ที่เล่นเรื่อง The Fighter เรื่องของเขาน่าสนใจ ตอนช่วงอายุ 12 -13 เขาแย่มาก ติดยา เคยไปต่อยกับคนนั้นคนนี้จนตาเสียไปหนึ่งข้าง เคยเข้าคุกด้วย แต่หลังจากเข้าคุกไปได้ 45 วัน ตอนออกมาเขากลับตัวเป็นอีกคนไปเลย กลายเป็นนักร้องชื่อ Marky Mark แล้วก็เคยโฆษณาชุดชั้นใน ตอนนี้เขาจะสี่สิบแล้ว นอกจากเป็นดาราหนัง เขายังเป็นโปรดิวเซอร์ทำพวกหนังทีวีใหญ่ๆ อยู่ 3 เรื่อง นี่อ่านคร่าวๆ นะ แต่ฉีกเก็บไว้แล้วเดี๋ยวจะกลับไปอ่านอีกทีหนึ่ง

ทุกวันนี้เริ่มแบ่งภาระในเรื่องงานไปบ้างหรือยังครับ
ลูกๆ เขาก็ยังมาปรึกษาอยู่นะคะ เข้ามากันทีละคนสองคน ลูกสาว ณี (ดารณี สุโกศล แคลปป์) กับสาเขาบอกว่าต้องช่วยกัน (ยิ้ม) เราก็จะมีวิธีบอกแล้วก็ปล่อยให้เขาทำดูว่าอย่างนี้ดีไหม ดารณีลูกสาวคนที่สองเก่ง
มาก ตอนนี้เรื่องเงินทองเขาเป็นคนดูแลหมดเลย ถ้าเขาไม่กดไฟเขียวดิฉันก็ไม่ทำอะไรสักอย่าง อย่าง
โปรเจ็คท์โรงแรมริมน้ำนี่ น้อย (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) เป็นคนดูแลก็จริง แต่เขาไม่รู้ว่าสตางค์จะมาจากไหนดารณีต้องคอยบอกว่า ถ้าไม่ลดเหลือเท่านั้น ไม่ทำ ทุกคนก็ต้องฟังเขา เพราะเรื่องเงินสำคัญที่สุด ส่วนสุกี้ก็จะคอยคุมการก่อสร้างให้เสร็จ สำหรับมาริสา ตอนนี้เป็น Executive Vice President ของกลุ่มโรงแรมเรา สาเป็นคนที่มีความสามารถและขยันมาก รวมทั้งมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ซึ่งทีมงานทุกคนต่างก็ยอมรับเขาทั้งนั้น ส่วนเมลานี แฟนของน้อยก็มาช่วยมาริสาทำในส่วน Marketing & Development ตอนนี้เด็กๆ เขาร่วมใจกันดี เราก็ไม่ต้องทำอะไรนานๆ ทีเขาเรียกประชุมทีว่าเงินไม่พอ ก็สนุกดีนะคะ

แล้วเคยขอให้ลูกมาสืบทอดธุรกิจหรือเปล่าครับ
(ส่ายหัว) คุณเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้ดิฉันนับถือน่ะ คุณต้องไม่เกียจคร้าน แล้วชีวิตต้องมีเป้าหมาย ถ้าเป็นขอทานเกียจคร้านมานั่งขอตังค์ไปวันๆ เราก็คงไม่รู้สึกอย่างนั้นกับเขาแน่นอน อย่างน้อยนี่รางวัล MTV Music
Awards เขาได้มาแล้ว รางวัลสุพรรณหงส์ก็เคยได้แล้ว ดิฉันก็นับถือในความสามารถของเขา ส่วนลูกๆ คนอื่นก็เหมือนกันค่ะ

ในฐานะที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ลูกๆ ประสบความสำเร็จ คุณกมลามีคำแนะนำให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนอื่นๆ อย่างไรบ้างครับ
ดิฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นซิงเกิ้ลมัมนะคะ แล้วก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองพิเศษกว่าใคร ดิฉันก็เป็นเหมือนแม่คนอื่นๆ ที่เลี้ยงลูกประสบความสำเร็จ ไม่ใช่มีแต่เราคนเดียว แต่เราอาจจะเป็นแม่ซึ่งมีลูกประหลาด (หัวเราะ) เคล็ดลับก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า หนึ่ง ต้องเป็นเพื่อนเขา สอง คือต้องมีความนับถือในกันและกัน

ถ้าเลือกได้ คุณกมลาอยากให้คนจดจำว่าเป็นนักธุรกิจหรือนักร้องที่ประสบความสำเร็จครับ
ดิฉันอยากให้คนจำว่าดิฉันเป็นคนดีค่ะ เพราะการที่ใครก็ตามซึ่งรู้จักเราแล้วจำเราได้ว่าเราเป็นคนดี นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับดิฉัน ไม่ต้องเป็นนักธุรกิจหญิงสุดมหัศจรรย์หรือนักร้องชั้นยอดหรอก เป็นแค่คนคนหนึ่งที่เป็นคนดีและไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ เพื่อจะได้มีช่องให้เราไปเซี้ยวๆ ในแบบของเราได้ นี่ก็เพิ่งกลับจากไปเที่ยวกับหลานๆ ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม ของทีมอาร์เซนอลมาเองค่ะ (ยิ้ม) ดิฉันว่าไม่ใช่เรื่องผิดที่จะไม่
สมบูรณ์แบบ เพียงแต่อย่าให้ตัวเราเองต้องลำบากหรือคนที่เรารักต้องลำบากเพราะเราก็พอแล้ว




27 ธันวาคม 2554 04:42:55
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม