Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แง่คิดจากคนดัง / เปิดใจ ทองสุข แต้พานิช สตรีผู้ทรงอิทธิพลอย่างล้นเหลือของอุดม แต้พานิช
แง่คิดจากคนดัง
Send To Friend

 
Share |
 
 

เปิดใจ ทองสุข แต้พานิช สตรีผู้ทรงอิทธิพลอย่างล้นเหลือของอุดม แต้พานิช

โบราณว่าไว้ “ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่” แต่ที่บ้าน “แต้พานิช” ภาษิตนี้อาจใช้ไม่ได้ เพราะดู “นาย” ก็สามารถดูที่แม่ได้เหมือนกัน

เคยสงสัยว่าอะไรหนอที่หล่อหลอมให้อุดม แต้พานิช เป็นคนช่างคิด ช่างขบขัน และขยันหามุกมาสร้างเสียงหัวเราะได้ตลอด เหตุผลหนึ่งที่พอสรุปได้ก็คือ เป็นกิฟต์หรือของขวัญที่เบื้องบนให้มา ขณะที่อีกเหตุผล เราได้ทราบในวันที่เขาควงแขนคุณแม่ทองสุข แต้พานิช (หรือที่อุดมมักเอ่ยถึงบ่อยๆ ตอน เดี่ยวไมโครโฟน ว่าคุณนายทองสุข) มาให้สัมภาษณ์พร้อมกันในวันนี้ แม้วัยจะล่วงเข้าเลข 65 แม่ทองสุขยังอารมณ์ดี สุขภาพดี
และที่สำคัญคือ จิตใจดี ซึ่งความดีในตัวนี้เองที่แผ่อิทธิพลถึงทุกคนที่อยู่รอบตัว รวมถึง (ลูก) ชาย (คน) กลางแห่งบ้านแต้พานิชด้วย

ถ้ามีคนถามว่าทำบุญด้วยอะไรถึงมีลูกเป็นโน้ต - อุดม จะตอบว่าอย่างไรครับ
แม่ทองสุข ทำบุญตามฐานะค่ะ มากบ้างน้อยบ้างตามอัตภาพแหมะ (ชื่อที่แม่ทองสุขเรียกแทนตัวเอง)
ชอบไปวัด ก่อนท้องเขาแหมะเคยไปวัดแล้วอธิษฐานกับพระว่า ท้องครั้งไหนก็ขอให้ได้แต่ลูกชาย เพราะคิดว่ามีลูกผู้หญิงคงไม่มีเวลาดูแล สมัยก่อนทำงานหนัก ต้องออกไปเย็บผ้า ถ้าต้องกระเตงลูกสาวไปด้วยรู้สึกว่า
ลำบาก

โน้ต ตรงกันข้ามกับวิกตอเรีย เบ็คแฮม เนาะ อันนั้นได้แต่ลูกชาย จนอยากได้ลูกสาว รู้สึกว่าชีวิตไม่
สมบูรณ์ถ้าไม่ได้ลูกผู้หญิงแต่นี่กลับอยากได้ลูกชาย

แม่ทองสุข แหมะอธิษฐานตลอดว่ายังไงก็ขอให้ได้ลูกชายช่วงนั้นฝันตลอดว่าได้สร้อย ได้พระ แล้วลูก
สามคนนี่ฝันเหมือนเดิมคือเห็นเป็นพระองค์เดิม สร้อยเส้นเดิม คิดว่าถ้ามีลูกชายเลี้ยงง่ายกว่า ไม่ต้องคอยแต่งตัวให้ แค่เสื้อกล้ามตัวเดียวก็ได้แล้ว คิดแค่นี้

แล้วถ้าถามกลับว่า แล้วอุดมทำบุญด้วยอะไรถึงได้เกิดเป็นลูกแม่ทองสุข
โน้ต ควรจะถามว่าทำกรรมอะไรมากกว่าหรือเปล่า (หันไปหยอกแม่) โอ๋ ล้อเล่นๆ ผมว่าชาติที่แล้วถ้าไม่
ได้เป็นแม่ - ลูก ก็อาจจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เพราะผมกับแม่นี่เหมือนเพื่อนเลย คุยกันได้ทุกเรื่อง
ต้องบอกว่าเขาเป็นแม่ที่ให้ความเป็นกันเองกับลูกมาก ก็ต้องขอชมเชยมา ณ ที่นี้

แม่ทองสุข Thank you. (หัวเราะกันทั้งแม่ทั้งลูก) จะบอกว่าแหมะเลี้ยงลูกด้วยความรักมากนะ ถึงได้เรียนกันทุกคน
โน้ต นี่เธอ แม่ที่ไหนเขาก็เลี้ยงลูกด้วยความรักกันทั้งนั้น เธอไม่ต้องมาเรียกร้องเลย (หัวเราะ)
แม่ทองสุข แล้วรักเท่ากันด้วย ตอนไม่มีเงินไม่มีทองก็รักคิดว่าเราจะต้องทำอะไรดีๆ ให้ลูกตลอด แต่สมัยก่อนทำอะไรก็ได้แค่นั้นไม่มีอะไรที่ดีเลิศ สมัยก่อนแหมะทำอาชีพเย็บเบาะรถยนต์ ไม่ว่าเบาะรถสองแถวหรือรถเก๋งทำได้หมด
โน้ต เขาทำกับแฟนเขา (พ่อของโน้ต) ผมไม่เคยเห็นหน้าแฟนเขาเลยนะ พอผมเกิดมา แฟนเขาก็ชิงเสียชีวิตไปก่อน
แม่ทองสุข ตอนที่พ่อเสีย อุดมเพิ่ง 5 ขวบ

ลำบากแค่ไหนครับที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว
แม่ทองสุข ก็ลำบากนะ ดีที่ว่าตอนนั้นยังอายุน้อย เลยยังทำงานไหว ดีที่ลูกไม่ค่อยดื้อด้วย บอกอะไรก็
เชื่อ ตอนพ่อเขาเสียใหม่ๆ แหมะไม่ร้องไห้เลย นั่งนิ่งจนคนมาเขย่าไหล่ คิดว่าเราช็อก ที่ไม่ร้อง เพราะไม่เชื่อว่าเขาจะตาย ไม่มีใครเห็นน้ำตาแหมะเลย จนกลับบ้านถึงปล่อยโฮ หลังสามีเสียชีวิตคิดว่าทำงานอะไรก็ได้เพื่อให้ได้เงิน ทั้งขายข้าวแกง ส้มตำ ขนมจีน อะไรก็ได้ที่ไม่ผิดกฎหมายทำได้หมด เป็นช่วงชีวิตที่ลำบากสุดๆ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าเราต้องเข้มแข็ง ต้องสู้ ญาติพี่น้องไม่มีใครช่วย เพราะไม่มีใครช่วยนี่แหละ เราถึงสู้ พ่อของเขาไม่ได้มีอะไรทิ้งไว้ให้เลย เราต้องสู้มากๆ

โน้ต ต้องสู้ ต้องสู้จึงจะชนะ (ฮัมเป็นเพลงเจิน เจิน ขึ้นมา)

เลี้ยงลูกอย่างไรครับ ถึงได้เป็นคนมีอารมณ์ขันแบบนี้
แม่ทองสุข แหมะก็ไม่แน่ใจ อาจจะเป็นเพราะแหมะเป็นคนไม่ค่อยเศร้ามั้ง หรือเพราะพาเขาไปวัดบ่อยก็ไม่รู้
โน้ต ผมจำภาพในวัยเด็กไม่ค่อยได้ มันเป็นภาพที่เลือนรางมาก
แม่ทองสุข แหมะก็ไม่ค่อยนึกถึงอดีต เคยฟังพระพูดในทีวี ท่านบอกว่า คนเราถ้าไม่คิดถึงอดีตแล้วชีวิต
จะมีความสุข ทำอะไรผิดพลาดอย่าพยายามเก็บมาคิด แต่ให้แก้ไข เมื่อก่อนแหมะเป็นคนคิดมาก ทำให้ไม่มีความสุข ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว โกรธใครก็โกรธแป๊บเดียว ไม่เอามาใส่สมอง ถ้ารู้ว่ากำลังจะโกรธก็เดินหนี คิดว่าคงเป็นเพราะแต่ก่อนเข้าวัดบ่อย ตอนนี้ถึงได้สบาย สมัยก่อนแม้ไม่มีเงิน แต่ถ้ามีข้าวปลาสองสามอย่าง แหมะไปวัดเลย บางวันอธิษฐานขอให้ขายส้มตำดีๆ ถ้าขายดี วันต่อมาปิดร้านเอากับข้าวไปถวายพระเลย ทำบุญเท่าที่ทำได้ ลูกๆ นี่ชวนไปวัดเขาก็ไป คงเพราะชอบพาไปวัด เขาถึงได้เป็นคนดี ถึงจะเลี้ยงยากบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่เกเร ไม่ไปท้าตีท้าต่อยกับใคร

โน้ต สไตล์การเลี้ยงลูกของเขาคือสบายๆ เขาไม่เคยมาบอกว่าต้องเรียนอะไร เพื่อนผมหลายคนเล่าให้
ฟังว่า แม่บังคับให้เรียนแพทย์ พ่อบังคับให้เรียนวิศวะ จนผมรู้สึกว่า เฮ้ย แล้วทำไมเราไม่โดนบังคับบ้าง ถ้าแม่บังคับ ป่านนี้ผมอาจจะได้เป็นวิศวกรแล้ว (หัวเราะ) แต่นี่จะสอบได้สอบตกไม่เคยว่า เรียกว่าเลี้ยงลูกแบบ
บุฟเฟ่ต์มากๆ

แม่ทองสุข เราต่างคนต่างไม่บังคับกันและกัน บางทีบอกเขาว่าแหมะจะไปที่นั่นที่นี่นะ แต่ไปทำไมเขา
ไม่เคยถาม

โน้ต อยากไปไหนเขาก็ไป ปิดบ้านแล้วหายไปเลย พอโทร.ไปหาบอกว่าอยู่กาฬสินธุ์ หรือเวลาผมจะไปต่างประเทศ ผมก็หายไปเลย ไม่เคยบอก เรียกว่าสองคนนี้อินดี้กันสุดๆ แปลกอย่างหนึ่งคือพี่น้องเป็นอย่างนี้กันทุกคน ถามวิธีเลี้ยงลูกไปแล้ว อยากถามวิธีเลี้ยงแม่ฉบับอุดมบ้างครับ
โน้ต สั้นๆ ง่ายๆ คือ อย่าให้เงินขาดมือ แม่เลี้ยงลูกด้วยนมลูกเลี้ยงแม่ด้วยเงิน
แม่ทองสุข (หัวเราะ) แหม พอให้มาเราก็เอาไปซื้อกับข้าวกับปลาให้ลูกน้องเขานั่นแหละ ถ้าเหลือก็ไป
เที่ยวบ้าง ซื้อลอตเตอรี่บ้าง

โน้ต เรื่องเลี้ยงดูแม่ ผมมองกลับกัน ตอนเด็กเราไม่อยากห่างแม่ เราต้องการความรัก ความเอาใจใส่ ถึงตอนแม่แก่ เขาจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง เราก็คอยอยู่ใกล้ๆ เขาอยากได้อะไรก็ให้ อะไรที่เราเคยอยากได้ตอนนู้นคือสิ่งที่เขาอยากได้ตอนนี้

แปลกใจว่าทำไมแม่กับลูกถึงไม่อยู่บ้านหลังเดียวกัน ทำไมต้องแยกกันอยู่ด้วย
เราเคยอยู่บ้านเดียวกันมาก่อนครับ แต่ด้วยสไตล์การแต่งบ้าน หรือ “รส-สะ-นิ” ของเราทั้งสองคนนั้น
ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สมัยที่อยู่ด้วยกันผมอายุยี่สิบกว่าๆ ด้วยความที่ยังวัยรุ่น ผมก็แต่งบ้านแบบที่อยากแต่งเต็มที่ แต่เมื่อแม่มาอยู่ด้วย บ้านผมก็เต็มไปด้วยปฏิทินนู่นนั่นนี่ มีเครื่องลางของขลังแขวนเต็มไปหมด

ผมเห็นว่าสไตล์ของเราไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้ ผมเลยแยกมาอยู่เอง มีวัยรุ่นหลายคนที่ขาดพ่อหรือแม่แล้วรู้สึกว่าตัวเองขาดความอบอุ่น เลยทำตัวมีปัญหาเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ผมเองก็เคยก็ทำตัวมีปัญหาอยู่พักหนึ่ง ทั้งที่จริงไม่ได้รู้สึกว่าพ่อตายแล้วขาดความอบอุ่นหรอก แต่ดัด
จริตทำเป็นขาด เพราะไปดูหนังเรื่อง น้ำพุ มา คิดว่าเราไม่มีพ่อ เราต้องติดยา ต้องทำแบบน้ำพุ ตอนนั้นเรียนศิลปะด้วย ไปไหนมาไหนถือกระดานแบบที่น้ำพุถือตลอดลองไปดื่มเหล้า แต่รู้สึกว่าไม่อร่อย หันไปสูบบุหรี่แต่สูบไม่ได้ ไอ ถือว่าโชคดีมาก ไม่งั้นป่านนี้ผมติดเหล้า ติดบุหรี่ไปแล้ว เพราะมันไม่ถูกจริต เลยเลิก จะบอกว่าพ่อตายแม่ตายไม่เกี่ยวหรอก ชีวิตเรา เราเลือกเอง อย่าโทษคนอื่น จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวเรา เราเลือกอนาคตตัวเองได้ คนที่ไปโทษพ่อโทษแม่เป็นการโยนความรับผิดชอบ เวลาทำผิดแล้วโยนให้คนอื่นมันสบายตัวไง คนที่โบ้ยความผิดไปให้พ่อแม่ผมว่าเป็นคนขี้แพ้ พ่อก็ตายไปแล้ว ไปดึงเข้ามารับผิดทำไม เราทำตัวดีๆขยันเรียน ขยันทำงานไม่ย่อท้อกับอุปสรรควันหนึ่งก็จะประสบความสำเร็จเหมือนคนอื่นๆ ทุกอย่างเราเป็นคนเลือกทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา อย่าเอาความไม่เอาไหนของเราไปโยนให้คนตาย

มีเรื่องไหนที่ทำให้รู้สึกประทับใจกันและกันเป็นพิเศษครับ
โน้ต แม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนผมเกิดไฟไหม้...อะ ให้เขาเล่าดีกว่า
แม่ทองสุข แหมะคลอดอุดมที่คลินิก หลังคลอดสองวันก็ยังอยู่ที่คลินิก ตอนนั้นแหมะนอนไม่ค่อยหลับ หมอเลยให้ยานอนหลับมากินมีคนคลอดลูกอยู่ 3 เตียง แหมะนอนอยู่เตียงสุดท้าย ด้วยความที่ยุงเยอะ
พยาบาลเลยเอายากันยุงมาจุดไว้ใต้เตียง ตกดึกบังเอิญผ้าห่มที่ห่มมันไปโดนยากันยุงทำให้ไฟไหม้ มันไหม้จนถึงฟูกแล้ว แต่เพราะฤทธิ์ยาสลบแหมะไม่รู้สึกตัว จังหวะนั้นอุดมเขาร้องไห้ขึ้น พี่เลี้ยงที่เป็นพยาบาลที่อยู่อีกห้องเลยวิ่งมาดู เห็นควันเต็มห้อง เขามาเขย่าตัวจนเราตื่น ถ้าไม่ได้อุดมร้องไห้ ป่านนี้แหมะคงตายเพราะไฟคลอกไปแล้ว

โน้ต ที่เขาเลี้ยงผมมาดีก็เพราะผมเคยช่วยชีวิตเขาไว้นี่เอง

นิสัยไหนที่คิดว่าแม่กับลูกเหมือนกันที่สุดครับ
แม่ทองสุข ขี้สงสารมั้ง
โน้ต เวลามีคนหาบของมาขายหน้าบ้าน เขาซื้อประจำ เขาเป็นอย่างนี้ตลอด เห็นใครมาขายของไม่ว่าจะตะกร้า ขนม ลอตเตอรี่ที่คนตาบอดมาขาย เขาซื้อตลอด ของบางอย่างไม่ได้กินได้ใช้หรอก เพราะที่บ้านมีอยู่แล้ว แต่ซื้อเพราะสงสาร อาจจะเป็นเพราะเขาเคยเป็นแม่ค้ามาก่อน เลยเข้าใจความรู้สึกแม่ค้าด้วยกัน ล่าสุดผมก็เพิ่งซื้อหวยชุดไปพันกว่าบาท วันนั้นเป็นวันหวยออก เห็นคนขายผ่านมาหน้าบ้าน หวยมันจะออกอีกไม่กี่นาทีแล้ว แต่เขายังขายไม่หมด เลยช่วยซื้อทั้งที่ตัวเองไม่ได้อยากจะซื้อ เพราะไม่ใช่คนชอบหวย นิสัยนี้คงได้จากแม่จริงๆ
แม่ทองสุข เราช่วยคนโดยไม่ได้หวังอะไร เคยเจอคนตกรถพอถามเขาก็บอกว่าเป็นคนลำพูน มาตามหาคนในหมู่บ้านเราแต่ไม่เจอเขาบอกว่าทำงานในโรงงานแถวพระประแดง ทำมาหนึ่งปีไม่ได้เงินเลย เพราะมีคนเบิกเงินของเขาไปหมด เขาจะหาเงินกลับบ้าน ก็เลยถามว่าค่ารถเท่าไร เขาบอก 350 บาท แหมะเลยให้ไป
500 บาท ต่อมาไม่กี่วันเขาโทร.มาขอบคุณ บอกว่าผมถึงบ้านแล้วนะครับ งวดนั้นแหมะซื้อลอตเตอรี่ถูกรางวัลได้เงินมาสี่หมื่นกว่าบาท

โน้ต รู้เลยว่าทำบุญเพราะอะไร (หัวเราะ) แต่ผมเห็นแม่ทำแบบนี้มาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว ผมคิดเอาเองนะว่ามันเหมือนแรงดึงดูด พอเขาให้ไม่มีการดีไซน์ เขาก็เลยได้รับคืน เขาเป็นคนที่มีโชคมากๆ นะครับ ถูกหวยบ่อย บางครั้ง 4 งวดติดกัน พนักงานในออฟฟิศผมรู้หมด บางคนไม่เชื่อว่าจริง จนมาเห็นเองว่าคนแบบนี้ก็มีด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ซื้อเยอะนะ

ถ้าถามว่ามีเรื่องไหนที่สงสัย ข้องใจ หรือไม่เข้าใจในตัวของกันและกันบ้าง
แม่ทองสุข เรื่องหายไปไหนไม่ค่อยจะบอกนี่เป็นเรื่องหนึ่ง บางทีหายไปเป็นเดือน อยากให้บอกกันบ้าง บางทีเห็นเขาเก็บเสื้อผ้าก็ถามว่าจะเก็บเสื้อผ้าหนีไปไหนอีกแล้ว แต่เขายังไม่ทันตอบ แหมะก็เดินกลับบ้าน...งงตัวเองเหมือนกัน
โน้ต ผมกลัวว่าบางเรื่องบอกไปแล้วเขาจะเป็นห่วง หรือบางเรื่องรู้ไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ผมเลยไม่อยากให้รู้ ยกตัวอย่างเรื่องรายได้ เราได้มาเท่าไรก็อย่าให้เขารู้เลย เดี๋ยวเขาไม่สบายใจ (แม่ทองสุขหัวเราะเสียงดัง) มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมอยากเล่ามาก แต่ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับคำถามไหม วันนั้นฝนตกหนักมาก ฟ้ามืดไปหมด ผมอยู่ที่ออฟฟิศคุยกับลูกน้องเรื่อง เดี่ยวฯ ที่จะจัด แต่จู่ๆ ก็นึกถึงเขาขึ้นมา ผมเลยเดินฝ่าฝนไปหาที่บ้านเลย ไปถึง
เห็นบ้านมืดมาก

สักพักเห็นเขาถือไฟฉายออกมา แล้วเห็นว่าน้ำกำลังท่วมบ้านเขาอยู่ เพราะหลังคาแตก น้ำรั่วลงมาเป็นน้ำตกเลย ตู้เสื้อผ้าเปียกหมดน้ำนองมาถึงกลางบ้าน เขาพยายามเช็ดพื้นโดยเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาปู ใช้ผ้าขนหนูซับ สภาพเหมือนคนในรายการ วงเวียนชีวิต มาก แต่ทั้งๆ ที่เจอปัญหาหนักขนาดนั้น เขายังพยายามไปหาไฟแช็กมาจุดเทียนเพื่อนึ่งซาลาเปาให้ลูกกิน ตอนนั้นน้ำตาจะไหลอยากให้คนมาถ่ายไปออกรายการ วงเวียนชีวิต มาก จะได้มีคนบริจาคเงินให้ วันนั้นผมต้องขึ้นไปบนหลังคาเพื่อเอาไม้ไปปิดรูรั่ว ซึ่งหลายรูมาก นี่คุณ (หันไปบอกแม่) นี่ถือเป็นอีกครั้งที่ผมช่วยชีวิตคุณไว้นะ ไหนร้องเพลงซิ “ลูกนี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง...”

แหมะอยู่ช่วยตลอดหรือครับ ช่วงที่ลูกชายทำ เดี่ยวไมโครโฟน
แม่ทองสุข ใช่ อยู่กับเขาทุกรอบ แหมะมีหน้าที่ดูแลเรื่องกับข้าวกับปลา ให้กำลังใจเขา เขาเป็นคนที่
ตั้งใจทำงาน บางอย่างไม่ได้ดังใจเขาก็โวย แต่โวยทีเดียวจบ เขาไม่เก็บไว้ในใจ เป็นคนที่ขจัดปัญหาออกจากตัวได้เร็วเหมือนกัน แหมะว่าใจเราสำคัญ ต้องเข้มแข็งต้องสู้ คนเราอย่าขี้เกียจ มีปัญหาอะไรก็ช่าง แต่ใจต้องสู้ มีหนี้ก็ค่อยๆผ่อนไป คนเราถ้าใจสู้ อะไรก็สำเร็จ ที่สำคัญคือ อย่าเอาเปรียบใครต้องมีเมตตา แค่ใจเราคิดสงสารคนอื่นก็ได้บุญแล้ว แหมะว่าถ้าคนไทยมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันจะดีมาก ของกินบ้านเรามีทุกอย่างและถูกด้วย เมืองนอกนี่กล้วยด๊ำดำยังมีคนซื้อกิน

โน้ต (เข้ามาร่วมคุยอีกครั้ง) แม่เป็นกำลังใจที่ดีมากในการทำงานของผม ทุกงานที่ผมทำขาดเขาไม่ได้เลย ถ้าเป็นนักฟุตบอลก็ถือว่าเขาเป็น 1 ใน 11 คน ไม่ใช่ผู้จัดการทีม ไม่ใช่คนให้น้ำ แต่เป็นหนึ่งในผู้เล่นถ้าสังเกตทุกงานที่ผมทำ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน งาน เดี่ยวฯ ต้องมีชื่อแม่อยู่ในนั้น ผมรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งจริงๆ บางคนบอกว่าชอบเอาแม่มาขาย พูดถึงแม่บ่อยไปหรือเปล่า สำหรับผมคิดว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ เวลาพูดถึงเขาเขาก็ชื่นใจนะผมว่า เวลาไปที่งาน แม่ผมไม่ใช่แค่แม่นักแสดงที่มารอลูกในกองถ่ายเท่านั้น แต่เขามีบัตรสต๊าฟตำแหน่งคือแม่นักแสดง ในบริษัทพอดีพานิช แม่เป็นหนึ่งในพนักงานตำแหน่งคือแม่บ้าน แต่ได้เงินเดือนมากกว่าเจ้าของบริษัทอีก ตอนสิ้นเดือนเขาก็จะมารับเงินเดือนเหมือนทุกคน

วันแม่พิเศษแค่ไหนครับ
ปกติมาก แหม คนเรารักแม่ไม่ต้องแสดงออกแค่วันแม่ก็ได้เพราะถ้าทำปีละครั้ง สมมุติว่ามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ 70 ปี เราก็บอกรักกันแค่ 70 ครั้งเองนะ ผมว่าทำทุกวันก็ได้ เจอกัน หยอกกัน เล่นกัน พอถึงวันแม่อาจจะมีอะไรพิเศษขึ้นมาหน่อย อย่างผมคือให้ของที่เขาอยากได้ ซึ่งเขาจะต้องการแต่ของชิ้นใหญ่ๆแค่กอด แค่หอม หรือให้มะลิ แม่ผมไม่เอาคนอื่นให้ได้ แต่ลูกจะให้เขาบอกว่ามันธรรมดาไป(แม่ทองสุขหัวเราะชอบใจ) เขามักจะมีรายการหรือโปรเจ็คท์ที่คิดขึ้นมาได้ก่อนวันแม่เสมอ เช่นไปเดินดูโครงการบ้านนั่นนี่ ดูโบรชัวร์รถยนต์เราก็ไม่กล้าขัดใจเขาถ้าทุกอย่างราบรื่นดังที่ใจเขาปรารถนา เราก็จะมีข้าวกิน แต่ถ้าเราเหิมเกริมไปขัดใจ วันต่อมาเขาจะทำเป็นป่วย ไม่อยากทำกับข้าว

คนมักจะชอบอธิษฐานว่า ถ้าชาติหน้ามีจริงขอเกิดมาเป็นแม่ - ลูกกันอีก แม่ - ลูกคู่นี้ล่ะครับ
โน้ต โอ๊ย แค่ชาติเดียวพอแล้ว พอ พอ พอ ไปดีกว่า (แม่ทำหน้าจ๋อย) พูดเล่นนะ
แม่ทองสุข แหมะเองก็ไม่เคยอธิษฐานเลย เพราะคิดว่าชาตินี้มีบุญได้มาเป็นแม่ - ลูกกัน เราก็มีความสุขแล้ว เวลาอธิษฐานส่วนใหญ่จะขอให้ลูกเจอคนดีๆ ทำอะไรให้สำเร็จ เวลา เดี่ยวไมโครโฟน ก็จะเอาผลไม้เป็ดไก่ไปไหว้เจ้าที่ให้ วันไหนมีสองรอบก็ไหว้สองรอบ ขอให้งานลุล่วงไปด้วยดี นอกจากนี้ก็ขอให้ลูกสุขภาพแข็งแรง แหมะคิดว่าเราทำดีต่อกันในชาตินี้ดีที่สุดแล้ว ไม่อยากอธิษฐานอะไรที่เกินความจริง ไม่ชอบบน อะไรที่ขอแล้วเกินตัวไม่เคยขอ ไปวัดก็ทำบุญตามอัตภาพเท่านั้น
โน้ต ตามกฎแห่งกรรมเขาบอกว่า คนเรามีกรรมไม่เท่ากันพระท่านสอนว่า อย่าเที่ยวไปอธิษฐานมั่วๆ บางคนเป็นแฟนกัน รักกันขอให้ชาติหน้าเกิดมาคู่กันอีก แต่ถามว่ามีใครรู้บ้างว่าตัวเองไปทำกรรมหนักเบาอะไรไว้บ้าง ถ้าคิดตามหลักคณิตศาสตร์ คำนวณผลบุญผลกรรมของแต่ละคนแล้ว ฝ่ายหญิงอาจจะเป็นคนธรรมะธัมโม ศีลครบ ปฏิบัติธรรมตลอด มีบุญเต็มร้อย แต่ฝ่ายชายอาจจะขี้เหล้าเมายาคดโกง ทำให้บุญไม่เสมอกัน ฝ่ายชายอาจจะคะแนนขาดไปสัก 20แต่เมื่อขอเกิดมาคู่กัน ผู้ชายอาจเกิดเป็นคนพิกลพิการ ส่วนฝ่ายหญิงด้วยผลบุญอาจเกิดมารูปสวยรวยทรัพย์ แต่ด้วยผลกรรมที่ไปอธิษฐานผูกใจกันไว้ กรรมก็เลยบีบบังคับให้คู่กันจนได้ เราจะเห็นจากหลายๆ คู่ที่บางทีทะเลาะกันบ่อยมาก แต่เลิกกันไม่ได้ มันไม่ใช่คู่บุญ แต่เป็นคู่กรรม แม่เนี่ยเรารักอยู่แล้ว แต่ขอรักกันเป็นชาติๆ ไปดีกว่า
แต่จะบอกว่า อัธยาศัยการเป็นแม่แบบนี้ ลูกอย่างผมชอบมาก อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เหมือนมีเพื่อนที่มี
ความคิดร่วมสมัย แม้ว่าการศึกษาของเขาจะไม่สูงถึงขั้นปริญญา เป็นแค่แม่ชาวบ้านคนหนึ่ง แต่ก็เป็นคนที่มีความคิดร่วมสมัย คุยรู้เรื่อง เพื่อนผมเคยมาหาที่บ้านบอกว่าขอแลกแม่ได้ไหม เด็กในออฟฟิศยี่สิบสามสิบคนบอกว่าอยากได้แม่แบบนี้ เขารักแม่ผมมาก แม่ผมเลยรู้สึกว่าตัวเองมีลูกเยอะไม่มีงานเข้าก็มาหยอก มาป้วนเปี้ยน ซื้อขนมมาแจก เพื่อนบางคนมาที่บ้านตั้งใจมาหาแม่เลยก็มี บอกว่าคุยด้วยแล้วสบายใจ ชาติต่อไปไม่รู้ว่าบุญเราจะเสมอกับแม่หรือเปล่า ถ้าบุญพาวาสนาส่ง แม้ไม่ได้เกิดมาเป็นแม่ลูกกัน แต่ก็อาจได้เกิดมาเป็นวงศาคณาญาติกันอีก แค่นี้ก็เป็นบุญมากแล้วครับ




30 พฤศจิกายน 2554 02:32:05
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม