Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แง่คิดจากคนดัง / บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้ต้องการ...แค่เส้นชัย (เสมอไป)
แง่คิดจากคนดัง
Send To Friend

 
Share |
 
 

บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้ต้องการ...แค่เส้นชัย (เสมอไป)

เมื่อเอ่ยถึง “ความสำเร็จ” แต่ละคนมักให้คำนิยามแตกต่างกันไป ทว่าไม่ว่าจะ
นิยามถึงอะไรก็ตามแต่ จะชื่อเสียง เงินทอง หรือความก้าวหน้าทางหน้าที่การงาน สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนคือ “ค่าความสำเร็จ” ของแต่ละคนไม่
เท่ากัน

หนุ่ม - ศรราม เทพพิทักษ์ นักแสดงผู้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมากว่า 20 ปี และกำลังมีบทบาทการ
ทำงานใหม่ๆ ได้แก่ การรับหน้าที่เป็นผู้ประนีประนอมประจำศาลจังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งเป็นผู้บริหาร
บริษัทฤทธิราม จำกัด เขาคนนี้มีมุมมองเรื่องความสำเร็จอย่างเรียบง่ายว่า

“ความสำเร็จในทุกๆ วันคือการได้ลงมือทำ” หมายความว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม อย่าเพิ่งมองไปที่
ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา แต่ขอให้มอง ณ จุดที่เราทำก็พอ และเมื่อมีโอกาสได้ทำอะไรก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่

แม้ไม่ใช่ที่หนึ่งก็ไม่เป็นไร เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือความภูมิใจที่ได้ลงมือทำ

ปลดล็อกให้อดีต
หลายปีก่อนหลังทำงานเสร็จ ผมขับรถกลับบ้านตามปกติ แต่วันนั้นผมเพลียมากจนเกิดหลับในขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีรถก็สั่นไปทั้งคันแล้วพร้อมๆ กับมีเสียงดังโครม!
พอลืมตาก็เห็นว่ารถของผมเสียหลักปีนขึ้นฟุตปาธไปชนต้นไม้ ความตกใจทำให้ผมรีบเหยียบเบรกตั้งใจจะหยุดรถ แต่เท้าดันไปเหยียบเอาคันเร่งเข้าให้ ผลก็คือ รถพุ่งชนต้นไม้ไปอีก 2 ต้น จากนั้นต้นไม้ก็ล้มลงไปทับตู้โทรศัพท์สาธารณะเข้า... ทำให้พี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่แถวนั้นพลอยรับเคราะห์ไปด้วย
เมื่อรถจอดนิ่งสนิท ผมรีบลงมาดูที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่ทันแล้ว...ร่างพี่ผู้หญิงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ริมฟุตปาธ ผมจึงได้แต่กราบขอขมาพี่เขา ณ ตรงนั้น ด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจที่สุดในชีวิต
นับจากวันนั้นถึงแม้ผมจะพยายามช่วยเหลือครอบครัวพี่เขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ความรู้สึกผิดที่
ว่า “ผมทำให้คนอื่นตาย” ไม่เคยลดน้อยลงเลยและยังวนเวียนอยู่ในใจตลอดเวลา วันหนึ่งผมจึงตัดสินใจไป
พบกับพระพี่เลี้ยงที่เคยดูแลผมตอนผมบวช (สมัยนั้นผมเรียกท่านว่า หลวงพี่เทอด) ผมเล่าความอึดอัดใจทั้ง
หมดให้ท่านฟังและถามว่า “ผมจะจัดการจิตใจตัวเองอย่างไรดีให้ดีที่สุด” หลวงพี่แนะนำกลับมาสั้นๆ แค่ว่า
“ให้นับถือพี่คนนี้เหมือนเป็นบรรพบุรุษของเราคนหนึ่ง”

แค่ได้ฟัง ผมก็รู้สึกดีขึ้นมาทันทีเหมือนว่าสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจได้หลุดออกไป ผมคิดว่าพี่เขาไม่ต่างจาก
ผู้มีพระคุณของผมเลย เพราะถ้าวันนั้นเขาไม่มารับเคราะห์แทนผม ผมก็อาจจะตายไปแล้วก็ได้

ผมรู้ดีว่าความผิดบางอย่างไม่สามารถลบล้างได้หมด แต่อย่างน้อยเราต้องรับผิดชอบให้เต็มที่ ทุกวันนี้
เวลาทำบุญ ผมจะอุทิศส่วนกุศลไปให้พี่เขาด้วยทุกครั้งไม่ต่างจากญาติสนิท

พจนานุกรมชีวิต
ผมว่าคนไทยทุกคนโชคดีที่ได้อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัว
ที่ว่าโชคดีเพราะเราได้เรียนรู้หลายๆ อย่างจากพระองค์ท่าน ทั้งจากพระราชกรณียกิจพระจริยาวัตร
พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาท ล้วนน้อมนำมาใช้ได้เป็นอย่างดี เปรียบเหมือนเป็น “พจนานุกรมการใช้ชีวิตของคนไทย” ก็ว่าได้

สมัยก่อนผมยอมรับว่า เวลามีปัญหาเข้ามา ผมจะรวน รีบร้อนและลนอยากให้ปัญหาพ้นจากตัวเราเร็วๆ จะแก้อย่างไรก็ได้ ขอให้เสร็จไวๆ ก็พอ แต่พอโตขึ้นการมีประสบการณ์ชีวิตและการได้ศึกษาพระราชดำรัสของในหลวงทำให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องธรรมชาติของปัญหา
พระราชดำรัสที่ผมจำได้แม่นและยึดถือมาตลอดก็คือ “การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหา แต่ต้องใช้ความ
มุมานะและสติปัญญาแก้ปัญหา” นั่นทำให้รู้ว่า ปัญหาทุกปัญหาล้วนมีช่วงเวลาที่เหมาะสมของตัวมันเองและ
กระบวนการที่แตกต่างกันในการแก้ไข แต่ที่ไม่ควรเด็ดขาดก็คืออย่าใช้อารมณ ในการแก้ปัญหา

ผมเองที่ผ่านมานอกจากจะลนเวลาเจอปัญหา บางครั้งยังชอบ “แบก” ไว้อีก ซึ่งพอมองย้อนกลับไปถึงได้รู้ว่า จริงๆ แล้วปัญหาไม่ต่างจากการที่เราแบกเป้หนักๆ สักใบ ถ้าเราแบกเป้เข้าไปนอนด้วยเราก็นอนไม่สบาย ต้องหัดปลดเป้ออกบ้าง ทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็คือ “หลักการปล่อยวาง” นั่นเอง
การปล่อยวางมีทั้งเอาใจออกไปทำอย่างอื่นบ้าง (ชั่วคราว) เพื่อเติมกำลังใจให้ตัวเอง แต่สุดท้ายถ้าย้อน
กลับมาแก้ปัญหาแล้วแก้ไม่ได้จริงๆ เราก็ต้องเข้าใจ ยอมรับ และปล่อยวางอย่างถาวร

ปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาของโลก แต่การรับมือกับปัญหาของแต่ละคนต่างหากที่จะทำให้คุณดู “ธรรมดา” หรือ “ไม่ธรรมดา”

ลิ้นชักกับร่มชูชีพ
นอกจากปัจจัยพื้นฐาน 4 ประการเพื่อความอยู่รอดแล้วผมว่าคนเราควรต้องมี “ลิ้นชัก” และ “ร่มชูชีพ” ไว้ประจำบ้าน
ลิ้นชัก คือ การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะดีหรือร้ายเพื่อเป็นบทเรียนในชีวิตต่อไป เก็บไว้ตามลำดับเวลาที่ผ่านมาเหมือนเราเอาของใส่ลิ้นชัก จากนั้นเมื่อไรที่เกิดปัญหาท้อแท้ หรืออะไรก็ตาม ถ้าอยากรู้สึกดี มีกำลังใจ อยากมีทางออกก็กลับไป “เลือก” หยิบเรื่องราวจากลิ้นชักที่เราเก็บไว้และนำออกมาใช้
ส่วน ร่มชูชีพ คือ ตนเอง เป็นการทำให้ตัวเองอยู่รอดไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ เพราะทุกปัญหาย่อมมี
ทางออกเสมอ เราต้องพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดให้ตัวเองให้ได้

ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าคุณจะมีลิ้นชักสักกี่ร้อยชั้นหรือมีร่มชูชีพอันใหญ่แค่ไหน ต้องอย่าลืมว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเสมอ”




30 พฤศจิกายน 2554 01:49:32
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม