Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แง่คิดจากคนดัง / รักยืนยาวไม่ได้หมายความว่าต้องสมบูรณ์ทุกวัน ดวงดาว จารุจินดา
แง่คิดจากคนดัง
Send To Friend

 
Share |
 
 

รักยืนยาวไม่ได้หมายความว่าต้องสมบูรณ์ทุกวัน
ดวงดาว จารุจินดา

เมื่อถามคนรอบข้างว่ามีสูตรการครองชีวิตคู่ให้ยืนยาวได้อย่างไร ต่างคู่ต่างก็มีคำตอบตามประสบการณ์ของตัวเองที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ชีวิตคู่ไม่ได้มีความสมบูรณ์แบบทุกวัน บางวันอาจจะสุขบ้าง บางวันอาจจะทุกข์บ้างปะปนกันไป

เช่นเดียวกับชีวิตคู่ของ คุณดาว - ดวงดาว จารุจินดา ดารา นักแสดง และนักพากย์ กับ คุณหน่อง -
พลากร สมสุวรรณ ผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่องเจ็ด ที่อยู่ด้วยกันมานานถึง 25 ปี แม้คุณดวงดาวจะเคย
ผ่านชีวิตการแต่งงานมาแล้ว แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการสร้างครอบครัวครั้งใหม่กับคุณพลากร ตรงข้ามกลับมีความเข้าใจในการใช้ชีวิตคู่เพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เธอเล่าว่า

“ชีวิตคู่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบทุกวัน สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นต้องเรียนรู้ ต้องแก้ไขอยู่ตลอด แรกทีคนสอง
คนมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันเริ่มจากความรัก แต่ว่านานวันเข้าก็กลายเป็นเพื่อน เป็นคู่ชีวิต ชีวิตคู่ของดิฉันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ทำให้เราอยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนานได้ เนื่องมาจากคุณพลากรมีคุณพ่อเป็นนายทหาร และท่านสอนลูกให้เป็นลูกผู้ชาย มีความเป็นสุภาพบุรุษ ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ของสามีมากๆ ที่เลี้ยงลูกมาด้วยแบบอย่างที่ดี ”

“นอกจากนั้น การรู้จักยอมรับในกันและกัน ก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่าหวังว่าเราจะเปลี่ยนเขาหรือเขาจะเปลี่ยนเราได้ แต่ให้ยอมรับในข้อดีข้อด้อยของกันและกัน ทั้งดิฉันและคุณพลากรก็มีข้อด้อย แต่เป็นจุดที่เราสองคนรับได้ คือ หนึ่ง ดิฉันเป็นแม่ม่าย มีลูกติดอีกสองคน เพราะฉะนั้นการที่คุณพลากรจะก้าวเข้ามาในชีวิตได้ต้องยอมรับในสถานภาพของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นม่ายมีลูกติด สอง คือ ดิฉันใช้ชีวิตแบบครอบครัวสมัยก่อน คือทั้ง
คุณพ่อ คุณแม่ พี่ๆ น้องๆ อาศัยอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน ดังนั้นคนที่มาเป็นเขยบ้านนี้ต้องยอมรับความเป็นครอบครัวใหญ่นี้ได้ ”

“สิ่งสำคัญคือ ก่อนใช้ชีวิตคู่กับคุณพลากร ดิฉันบอกเขาเลยว่าเรื่องเดียวที่ดิฉันรับไม่ได้คือความไม่ซื่อสัตย์ ต่อกัน ส่วนเรื่องอื่นไม่เป็นไรเลยค่ะ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเรามีบาดแผลมาจากตรงนี้ ก็ไม่อยากให้ชีวิตคู่เป็นแบบนั้นอีก”
“ที่ผ่านมานอกจากคุณพลากรจะรักดิฉันแล้ว ก็ยังรักลูกทั้งสอง(คุณตั้ม-วิชญ และ คุณเติ้ล-ตะวัน จารุจินดา)
เหมือนลูกแท้ๆ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่พ่อผู้ให้กำเนิด แต่เขาก็เป็นพ่อที่ให้ชีวิตและให้การเลี้ยงดู ทั้งยังให้แนวทางในการดำเนินชีวิต จนลูกทั้งสองเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ เขาสอนลูกว่า อย่าทำร้ายจิตใจคน เพราะการทำร้ายจิตใจคนอื่นแย่กว่าการทำร้ายร่างกายเสียอีก ตอนลูกเล็กๆ เวลาพวกเขาเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลก็มี
คุณพลากรไปนอนเฝ้า เพราะบางครั้งดิฉันติดพากย์หนังต้องเลิกดึกดื่น การกระทำของคุณพลากรมีแต่สั่งสมความซาบซึ้งใจให้ดิฉัน

“การให้เกียรติกันและกัน ก็เป็นสิ่งสำคัญ เราต้องเข้าใจว่าแต่ละคนก็มีมุมส่วนตัวของเขา ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันไม่มีทางทำเด็ดขาดคือการเช็คโทรศัพท์หรือเช็คกระเป๋าสตางค์ของสามี เพราะการที่คนสองคนจะมาใช้ชีวิตร่วมกันได้ต้องเชื่อใจกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ชีวิตคู่จะไม่มีความสุขเลย ถ้าอยู่ด้วยความหวาดระแวง”
“สุดท้าย ไม่ว่าจะหล่อจะสวยอย่างไร วันหนึ่งก็ต้องแก่ เหี่ยวร่วงโรยด้วยกันทั้งนั้น ฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้เราอยู่ด้วยกันได้ยืนยาวคือ การแบ่งปันทั้งทุกข์และสุขร่วมกัน จนกระทั่งถึงวันหนึ่งเราก็จะมีเรื่องราวมากมายที่ควรค่าแก่ความทรงจำที่จะทำให้เรายิ้มด้วยกันหรือหัวเราะด้วยกันได้”

นี่คือตัวอย่างเคล็ดลับการครองคู่ในชีวิตจริง การจะประคับประคองชีวิตคู่ให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่งเป็นเรื่องของคนสองคนที่จะต้องปรับตัวเข้าหากัน พยายามศึกษาถึงข้อดีข้อเสียของกันและกันและพร้อมที่จะอภัยให้กันเสมอ




29 มิถุนายน 2553 15:24:20
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม