Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แง่คิดจากคนดัง / เยอะ เกรอะ ซี่ เซอ ระ คุณหมอของฉัน
แง่คิดจากคนดัง
Send To Friend

 
Share |
 
 

“เยอะ เกรอะ ซี่ เซอ ระ” คุณหมอของฉัน

บ้านดินขาวไม่เคยมีหมอขึ้นไปมาก่อน...ตอนหมอขึ้นไปใหม่ๆ คนป่วยก็มาตรวจ คนไม่ป่วยก็มาตรวจ หมอตรวจตั้งแต่เช้าไปเลิกตอนตะวันตกดิน

..จันทร์เจ้าขา อาหารไม่พอ ครูกับหมอ บ้านฉันไม่มี จันทร์เจ้าขา ช่วยฉันสักที แก้วแหวนมณี ฉันไม่
ต้องการ ขออาหารพอกินก็พอ ครูกับหมอสักคนดีๆ จันทร์เจ้าขา ช่วยฉันสักที แก้วแหวนมณี ฉันไม่ต้องการ

หากขออะไรจากดวงจันทร์ได้จริงดังว่า ถ้อยคำที่ชาวปกาเกอะญอแห่งบ้านดินขาว อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เอ่ยขอจากดวงจันทร์ ก็คงไม่ต่างไปจากบทเพลงจันทร์เจ้าขาที่พลตำรวจตรีสุรศักดิ์ สุธารมณ์ เขียนไว้มากนัก
เนื่องจากผู้คนนับสองร้อยคนที่นี่มีชีวิตห่างไกลจากหยูกยาอาหาร โปรตีนมีรสชาติอย่างไร ร่างกายของ
บางคนแทบจำไม่ได้ ส่วนคุณหมอหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น หลายคนแทบไม่เคยพบมาก่อนเลย...ในชีวิต

จวบจนเมื่อสามปีที่แล้วที่นายแพทย์จบหมาดๆ คนหนึ่งหอบหยูกยาและเครื่องมือแพทย์ไต่ลัดเลาะทาง
ลาดชัน และคดเคี้ยวขึ้นไปถึงหมู่บ้านแห่งนี้ วันนั้นเองที่เด็กบางคนได้พบเจอคุณหมอเป็นครั้งแรก

“หลังจากเรียนจบ ผมมีโอกาสขึ้นไปเยี่ยมคุณน้า (เซอร์มารีอักแนส บัวทรัพย์) ซึ่งเป็นนักบวชอยู่ที่บ้าน
ดินขาว ครั้งนั้นผมได้ตรวจโรคให้ชาวปกาเกอะญอ และตั้งแต่นั้นก็ขึ้นมารักษาชาวบ้านที่นี่ทุกปี”

นายแพทย์ธณัฐ วิทยานุลักษณ์ หรือหมอโน้ต เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด จบการศึกษาจากคณะ
แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต หมอโน้ตเคยเข้ารับราชการที่โรงพยาบาลแพร่ ก่อนจะลาออกมาเป็นแพทย์ในโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

ก้าวแรกในวิชาชีพของหมอโน้ต เริ่มต้นด้วยความประทับใจในวัยเด็ก
“จำได้ว่า ตอนเด็กๆ ผมประทับใจคุณหมอท่านหนึ่ง ท่านใจดีรักษาเก่ง รักษาเดี๋ยวเดียวก็หาย”

ความประทับใจในวันนั้นทำให้หมอโน้ตรู้ว่า หน้าที่ของแพทย์มิได้มีเพียงการตรวจง่ายๆ แล้วก็จ่ายยาไป
ตามอาการเท่านั้น

“จริงๆ แล้วตัวหมอมีส่วนสำคัญมาก คลินิกสองแห่งอาจจะจ่ายยาเหมือนกันทุกอย่าง แต่คนไข้รักษากับ
หมอเอแล้วหาย แต่รักษากับหมอบีกลับไม่หาย ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่า หมอเอพูดดีใจดี คนไข้เคารพเชื่อถือ บอกอะไรคนไข้ก็ทำตาม การรักษาก็บรรลุผล”

หมอโน้ตตรวจรักษาคนไข้ชาวเขาที่พูดต่างภาษาบนพื้นฐานของความเข้าใจ ไม่ว่าจะเดินทางขึ้นไป
รักษาชาวปกาเกอะญอที่บ้านดินขาว หรือในครั้งที่ชาวเขาเผ่าแม้วหรือเผ่าตองเหลืองลงมารักษากับหมอโน้ตในเมือง นอกจากอุปกรณ์จำพวกเครื่องวัดความดัน ปรอทวัดไข้ และไม้กดลิ้นแล้ว อุปกรณ์สำคัญที่หมอโน้ตต้องมีติดตัวไว้เสมอก็คือ “หัวใจ” หัวใจที่อ่อนโยนพอจะทำให้คนไข้ทุกคนรู้สึกวางใจในตัวคุณหมอคนนี้

ไม่น่าแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ที่ขึ้นมาที่บ้านดินขาวครั้งนี้ ชาวปกาเกอะญอต่างมารอพบคุณหมอเหมือนมารอดูดารา... ไม่มีคนป่วยที่โรงพยาบาลแห่งไหนจะมีสีหน้าแช่มชื่นเท่านี้อีกแล้ว

“บ้านดินขาวไม่เคยมีหมอขึ้นไปมาก่อน การเดินทางไปหาหมอของพวกเขานับเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต
เพราะต้องนั่งรถลงไปที่ตัวอำเภอแม่แจ่มเป็นวันๆ ตอนหมอขึ้นไปใหม่ๆ คนป่วยก็มาตรวจ คนไม่ป่วยก็มาตรวจ หมอตรวจตั้งแต่เช้าไปเลิกตอนตะวันตกดิน

“เขาดีใจ เพราะเขารอให้มีหมอสักคนขึ้นไปดูแลเขาอยู่แล้ว”

แต่ปัญหาด้านการสื่อสารต่างภาษายังคงเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ หมอโน้ตต้องอาศัยคุณครูที่
สอนอยู่ที่นั่นคอยเป็นล่ามช่วยแปลภาษาปกาเกอะญอให้ฟัง

“หมอต้องใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อไม่ให้การสื่อสารผิดพลาด เช่น ปวดหัวไหม ไอไหม มีเสมหะไหม แต่คำศัพท์บางคำที่ไม่มีในภาษาของเขา เช่น อาการคลื่นไส้อาเจียน เหนื่อย แน่นหน้าอก คนทั่วไปจะบอกอาการแยกเป็นอย่างๆ ได้ แต่ชาวเขาจะพูดรวมเป็นคำเดียวคือ ‘ใจบ่ดี’ ทำให้หมอก็ไม่สามารถวินิจฉัยแยกโรคได้”
นายแพทย์หลายคนอาจถอดใจที่สื่อสารกับคนไข้ไม่รู้เรื่อง แต่สำหรับหมอโน้ต เขาบอกว่า...
“ผมชินแล้วกับการสื่อสารกับชาวเขา ไม่ต่างอะไรกับเวลาที่หมอตรวจชาวต่างชาติ ก็ต้องใช้ล่ามเหมือน
กัน เราไม่รังเกียจชาวต่างชาติอย่างไร เราก็ไม่รังเกียจชาวเขาอย่างนั้น”

วิถีชีวิตของชาวเขาแม้จะเกาะเกี่ยวอยู่กับงานหนัก แต่รายได้จากผลผลิตทางการเกษตรก็ยังไม่เพียงพอ
ให้พวกเขาได้กินอยู่เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี ยิ่งเมื่อมีอาการป่วยไข้ด้วยแล้ว พวกเขายิ่งมืดแปดด้าน...จนเมื่อได้มาเจอกับ “เยอะ เกรอะ ซี่ เซอ ระ” (คุณหมอของฉัน) คนนี้

“ผมได้รักษาเด็กคนหนึ่งที่นี่ เขามีพัฒนาการช้ากว่าปกติ อายุห้าขวบ แต่ตัวเล็กนิดเดียว ตรวจร่างกาย
ลักษณะทั่วไปคล้ายดาวน์ซินโดรม ตรวจพบเสียงลิ้นหัวใจรั่ว ทั้งยังมีปัญหาหูไม่ได้ยินมาแต่กำเนิด ทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ภาษา จึงเปล่งเสียงไม่ได้ หมอประสานไปที่โรงพยาบาลในเมืองเพื่อรักษาหู จนตอนนี้เขาเอ่ยคำว่า ‘แม่’ เป็นภาษาปกาเกอะญอได้แล้ว

“ส่วนอีกรายหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุราวสามสิบกว่าปี มีอาการกระดูกงอกที่หัวเข่า เขาทนปวดมาหลายปี คนไข้รายนี้หมอประสานไปที่โรงพยาบาลในเมืองให้ลงมาผ่าตัด จนตอนนี้เขาหายปวด สามารถเดินได้ ทำงานได้ตามปกติ”

แม้จะสื่อสารค่อนข้างลำบาก อีกทั้งการติดตามผลยังมีระยะทางเป็นอุปสรรค แต่หมอโน้ตยังทำงานอย่างอารมณ์ดี โดยใช้รูปแบบคลินิกครอบครัว หมอโน้ตตรวจรักษา เพื่อนหมอเป็นผู้จ่ายยา ส่วนคุณแม่ของหมอเป็นผู้ทำประวัติคนไข้...
หมอโน้ตบอกว่า ถ้าตั้งใจก็ไม่มีอะไรเป็นเรื่องยาก
“จริงๆ แล้วใครๆ ก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ อาชีพไหนก็ทำได้ อยู่ที่ว่าเราอยากทำหรือเปล่า ถ้าหมอมัวแต่คิดว่าจะทำได้หรือ พูดกันคนละภาษา ป่านนี้หมอก็คงไม่ได้ทำอะไรเสียที”
ถ้าสามปีที่แล้วหมอโน้ตไม่ตัดสินใจขึ้นมาที่นี่ คำว่า “หมอ” ของชาวปกาเกอะญอก็คงเป็นคำที่พวกเขายังเอื้อมไม่ถึง...ผิดกับตอนนี้ที่หมอโน้ตกลายเป็นขวัญใจของชาวปกาเกอะญอที่นี่ไปแล้ว
“ก่อนหมอกลับแต่ละครั้ง ชาวบ้านจะขอบคุณในแบบของเขาเด็กๆ พากันมาตั้งแถวร้องเพลง ส่วนผู้ใหญ่จะนำของที่มีค่าที่สุดของเขามาให้ จำพวกฟักทองยักษ์ แตงกวายักษ์ หรือไม่ก็ข้าวเหนียวดำ

“สำหรับหมอแล้วของเหล่านี้มีคุณค่าทางใจ ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน ความสุขของ
บางคนอาจอยู่ที่เงินทอง แต่ความสุขของหมออยู่ที่ ‘ฟักทองยักษ์’ เหล่านั้น”

เที่ยงแล้วดวงอาทิตย์ทำมุมตรงศีรษะพอดี แต่แสงแดดอ่อนก็พ่ายแพ้แก่สายลมหนาวที่พัดแรงจนฝุ่นคลุ้ง เด็กน้อยหลายคนดึงชายเสื้อกันหนาวตัวเก่าให้กระชับ อากาศหนาวชวนเป็นหวัดเช่นนี้พวกเขาฝากความหวังไว้ที่ยาซองเล็กที่คุณหมอแจกให้ ขณะที่แม่เฒ่าชาวปกาเกอะญอได้แต่ยิ้มแล้วยิ้มอีก ด้วยไม่รู้ว่าจะเอ่ยทักทายคุณหมอด้วยถ้อยคำใด คนไข้ของหมอยังคงทยอยมาเรื่อยๆ ต่างหอบค่ารักษาพยาบาลมาเต็มมือ บ้างหิ้วฟักทองลูกโต บ้างหิ้วข้าวสารบางคนหอบมาเป็นกระสอบ ผู้เฒ่าหลายคนยกมือไหว้คุณหมออย่างไม่คำนึงถึงอายุ
ศูนย์แพทย์ครบวงจรตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอาจเป็นความฝันที่ไกลเกินไปสำหรับพวกเขา เพราะสำหรับชาวปกาเกอะญอที่นี่ ขอเพียงมีหมอที่ยอมฝ่าฝุ่นมาทนหนาวเพื่อรักษาพวกเขาสักปีละครั้งสองครั้ง ก็นับว่า
จันทร์เจ้า ไม่ได้เพิกเฉยต่อคำขอของพวกเขาแล้ว




07 พฤษภาคม 2553 15:18:17
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม