สำหรับเธอคนนี้ เจี๊ยบ - โสภิตนภา ชุ่มภาณี ในช่วงชีวิตหนึ่ง...ก็เคยมีมุมมองชีวิตทำนองนี้เช่นกัน ชีวิตที่อยากจะทำทุกอย่าง อยากจะรู้จักทุกสิ่ง ใช้ชีวิตไปตามกระแสนิยม แต่แล้วเมื่อเธอตระหนักว่าสิ่งเหล่านั้นไม่เพียงแต่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืนเท่านั้น ทว่าบางครั้งยังมีปัญหาตามมาให้แก้ เธอจึงเลือกที่จะไม่วิ่งหาความสุขแบบนั้นอีก เพราะแท้จริงแล้วความสุขก็เป็นแค่สิ่งง่ายๆ ที่อยู่รอบตัวเรา เพียงแต่ว่าเราจะ “เห็น” หรือ “สัมผัส” ได้หรือไม่เท่านั้น
“ซูเปอร์มัม” ฮีโร่ของเจี๊ยบ
เพราะคุณพ่อเสียไปตั้งแต่เจี๊ยบยังเด็ก คุณแม่ (คุณเพ็ญนิภา ทัพพะรังสี) จึงรับหน้าที่เลี้ยงดูเจี๊ยบมาตามลำพัง คุณแม่พยายามเป็นทั้งพ่อและแม่ เติมเต็มความรักความเข้าใจ ไม่เคยทำให้เจี๊ยบรู้สึกว่า “ขาด” เลย
สมัยมัธยม เจี๊ยบอยู่กลุ่มเดียวกับเพื่อนจอมเฮี้ยว วันหนึ่งระหว่างพักกลางวันก็เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันขึ้นในโรงอาหาร แล้วบังเอิญว่าเจี๊ยบกับเพื่อนดันไปยืนดูอยู่ด้วยพอดี ทั้งหมดจึงถูกอาจารย์ฝ่ายปกครองรวบตัวติดร่างแหไปด้วยกัน…เหตุการณ์วันนั้นจบลงด้วยการเรียกผู้ปกครองเด็กทุกคนมาพบที่โรงเรียน
ตอนนั้นเจี๊ยบกลัวมาก เพราะการเรียกผู้ปกครองมาพบถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณแม่ฟัง ซึ่งท่านก็รับฟังโดยดีไม่ว่าอะไรเจี๊ยบเลย นอกเสียจากว่าวันรุ่งขึ้นท่านจะไปโรงเรียนเจี๊ยบเพื่อสืบ
ข้อเท็จจริงต่างๆ จนได้ข้อสรุป
…จากนั้นท่านจึงไปชี้แจงกับคุณครูพร้อมพยานหลักฐานว่า “เจี๊ยบและเพื่อนไม่ผิด”
วันนั้นจึงเป็นวันที่เจี๊ยบประทับใจในตัวคุณแม่มาก เพราะท่านกล้าหาญ มีความเป็นธรรม และถึงแม้จะ
ปกป้องลูกตามสัญชาตญาณของแม่ แต่ทุกอย่างก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง มีเหตุมีผล
ถ้าถามว่าฮีโร่ของเจี๊ยบคือใคร ตอบได้เลยว่า ฮีโร่ของเจี๊ยบก็คือแม่ค่ะ
บินเดี่ยวสู่โลกกว้าง
เจี๊ยบเป็นลูกคนเดียวของบ้านและเป็นหลานผู้หญิงคนสุดท้องของตระกูล ที่บ้านจึงดูแลเจี๊ยบเหมือน
ไข่ในหิน จะเรียกว่าริ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมก็ว่าได้ ชีวิตช่วงนั้นจึงออกจะเป็นคุณหนูอยู่นิดๆ
เมื่อจู่ๆ เจี๊ยบมาขออนุญาตไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ทุกคนจึงถึงกับช็อก แต่คุณแม่กลับเป็นคนเดียวที่เชื่อมั่นในการตัดสินใจของเจี๊ยบ ท่านพาเจี๊ยบไปส่งถึงหอพักมหาวิทยาลัยโดยไม่พูดอะไร นอกเสียจากให้ “ของขวัญ” ไว้ชิ้นหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะรีบหันหลังกลับเดินจากเจี๊ยบไป...นับแต่นั้น ท่านก็ไม่มาเยี่ยมเจี๊ยบอีกเลย
ห้าปีกับชีวิตในต่างแดนทำให้เจี๊ยบได้เรียนรู้อะไรมากมาย ได้เหนื่อย ได้หนาว ได้ไม่มีเงิน ได้เหงา และมีอิสรเสรีในการคิดทำอย่างใจต้องการ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นการค้นพบตัวตนที่สำคัญที่สุดของเจี๊ยบ จริงอยู่ที่ชีวิตช่วงนั้นอาจจะเป๋ไปเป๋มาหรือออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่โชคดีที่เหลือเกินที่เจี๊ยบ “รู้ตัว” เสมอเพราะมีสิ่งสิ่งนี้
ของขวัญที่คุณแม่ให้ “กรอบรูปที่มีกล่องดนตรี” แม้เพลงจะเศร้าชนิดที่ฟังทีไรก็ร้องไห้ทุกครั้ง แต่เสียงเพลงนี้ก็คือตัวแทนความรัก ความห่วงใยของคุณแม่ เป็นกำลังใจให้เจี๊ยบผ่านพ้นช่วงชีวิตเป๋ๆ มาได้
ข้อความที่ว่า “ลูกเป็นคนสำคัญที่สุดของแม่” บนกรอบรูป ทำให้เจี๊ยบต้องคอยเตือนตัวเองว่า เจี๊ยบจะต้องทำให้แม่เป็นคนสำคัญที่สุดของเจี๊ยบด้วยเช่นกัน ต้องทำให้ท่านภูมิใจ เอาปริญญากลับไปฝากท่านให้ได้
ผู้จัดการชีวิต
เมื่อก่อนเจี๊ยบใช้ชีวิตแบบสาวสังคมทั่วไป กิน เที่ยว ออกงาน ซื้อของ บางครั้งออกจะสุรุ่ยสุร่ายด้วยซ้ำไป บางอย่างซื้อมากองเก็บไว้ ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง...ชีวิตไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไร
ไม่น่าเชื่อว่าวันหนึ่งก็มีคนเข้ามาจัดการชีวิตให้เจี๊ยบได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เขาคนนั้นเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ชื่อว่า น้องเบเน่ (ด.ช.อธินันท์ ชุ่มภาณี) ลูกชายคนแรกของเจี๊ยบและ พี่เบียร์ (คุณธิตินันท์ ชุ่มภาณี)
ตั้งแต่ตั้งท้อง เจี๊ยบกลายเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างไม่น่าเชื่อ รักข้าวของ เป็นระเบียบมาก จะหลับจะตื่นต้องมีกำหนดเวลาที่แน่นอน จะซื้อของอะไรก็ต้องคิดก่อนเสมอ ซื้อเท่าที่จำเป็นไม่ตามกระแส เพราะจากนี้จะเน้นเก็บเงินไว้ให้น้องเบเน่ คนสำคัญที่สุดของเจี๊ยบและพี่เบียร์แทน
นอกจากเจี๊ยบจะเข้าใจความยิ่งใหญ่ใน “รักของแม่” แล้ว เจี๊ยบยังได้รู้ว่า สิ่งของนอกกายที่เคยชื่นชอบนั้น แทบจะไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับอ้อมกอดรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของลูกที่ชุ่มชื่นหัวใจทุกครั้งที่สัมผัส นี่แหละที่เขาบอกกันว่า ความสุขเกิดขึ้นง่ายๆ รอบๆ ตัวเรานี่เอง
คุณค่าของน้ำใจ
Great Expectations เป็นภาพยนตร์ที่เจี๊ยบประทับใจมากจนถึงกับซื้อโปสเตอร์มาติดไว้ในห้อง
ความสำคัญของเรื่องเริ่มที่ชีวิตวัยเด็กของพระเอก ซึ่งเขาเคยให้ความช่วยเหลือชายพเนจรคนหนึ่ง หาข้าวหาน้ำให้กินอยู่หลายวัน แต่แล้ววันหนึ่งชายคนนั้นก็ถูกตำรวจจับตัวไป…ทั้งสองจึงไม่ได้พบกันอีกเลย
พระเอกเป็นคนชื่นชอบการวาดรูปมาก เขาใฝ่ฝันลึกๆ อยากเปิดแสดงผลงานสักครั้ง แต่ไม่เคยมีโอกาส จนวันหนึ่งเขาได้รับการติดต่อให้เดินทางไปแสดงผลงาน และมีคนขอเหมาซื้อรูปของเขาทั้งหมดอย่างไม่
น่าเชื่อ สุดท้ายเรื่องมาเฉลยว่า โอกาสที่พระเอกได้รับ คือการ “ตอบแทนคุณ” จากชายพเนจรคนนั้นนั่นเอง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เจี๊ยบเข้าใจว่า น้ำใจเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน เพราะบางครั้งสิ่งที่เราช่วยเหลือคนอื่น ณ ตอนนั้นอาจจะดูน้อยนิด เราไม่ติดใจอะไร แต่ขอให้รู้ไว้เถอะว่า สำหรับผู้รับแล้วคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ สำหรับบางคน อาจสร้างความประทับใจให้เขารู้สึกตราตรึงไปตลอดชีวิตก็เป็นได้
ไม่จำเป็นต้องทำ ต้องให้ เพื่อหวังการตอบแทนคุณกลับมา แต่ขอให้ทำเพราะความรักในเพื่อนมนุษย์ แค่นี้แหละที่เจี๊ยบว่าสำคัญที่สุด
ทุกวันนี้ความสุขของเจี๊ยบเกิดขึ้นได้ทุกวัน เกิดขึ้นง่ายๆ และอยู่รอบๆ ตัว ไม่จำเป็นต้องไปที่หรูๆ กินอาหารแพงๆ เพราะเพียงแค่ได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารักและรักเรา จะเป็นครอบครัวก็ดี เพื่อนก็ดี
อยู่ที่ไหนในโลกก็มีความสุขได้ไม่ต่างกัน
|