Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Health & Wellness / แง่คิดจากคนดัง / Work Like Play Just Say ?Yes!?
แง่คิดจากคนดัง
Send To Friend

 
Share |
 
 

Work Like Play Just Say “Yes!”

บุษบา ดาวเรือง CEO หญิงแกร่งแห่งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ท่าทาง กระฉับกระเฉงว่องไว ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธงไชย แมคอินไตย์ และศิลปินชื่อดังมากมาย

  ...เธอทำอย่างไรจึงทำให้ผลงานทุกชิ้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
  ...เธอทำอย่างไรจึงมีไฟไม่หยุด
  ...เธอทำอย่างไรจึงยังคงหัวเราะเสียงดังสดใส ไม่ว่างานจะหนักหนาสาหัสสักเพียงไหน
  ...และ...เธอทำอย่างไรจึงมีวันนี้

คนรุ่นใหม่รู้จักคุณเล็กในบทบาทซีอีโอหญิงแกร่งแห่งแกรมมี่ แต่ไม่ทราบว่าเริ่มต้นจนมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร อยากให้ช่วยเล่าความเป็นมาของตัวเองให้ฟัง

ขอเริ่มตั้งแต่ช่วงที่ได้เริ่มงานกับ คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม (ประธานกรรมการบริหารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่) ก็แล้วกันนะคะ สมัยเรียนคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรากับกลุ่มเพื่อนเป็นคนร่าเริงสนุกสนาน ชอบทำอะไรต่ออะไรเยอะแยะไปหมด พอดีตอนเรียนปี 3 เพื่อนไปอ่านเจอว่าบริษัทฟาร์อีสท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ซึ่งตอนนั้นคุณไพบูลย์เป็นครีเอทีฟไดเร็คเตอร์อยู่ ประกาศรับสมัครครีเอทีฟ ก๊อปปี้ไรเตอร์ ต้องการคนคิดอะไรสนุกๆ และแตกต่าง เพื่อนจึงแนะให้เราลองสมัครดู ตัวเองในตอนนั้นก็คล้ายๆ เดี๋ยวนี้ คือ ค่อนข้างขี้เกียจ ไม่ค่อยอ่านหนังสือ แต่เราอยากรู้ว่าเรียนปี 3 นี่สมัครงานแล้วเขาจะรับไหม ก็เลยลองไปดู

ด้วยความที่ในประกาศระบุว่า ถ้ามีประสบการณ์จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เราก็มานั่งคิดว่า เรายังเรียนอยู่เลย ถ้าจะสมัครก็ต้องทำให้ตัวเองน่าสนใจก่อน แต่ถ้าส่งเป็นกระดาษขาวๆ ยาวๆ เหมือนคนอื่นคงไม่เด่น ถ้าจะให้เด่นซองต้องเป็นสีแดงและมีขนาดใหญ่ เลยออกแบบจดหมายสมัครงานให้เป็นรูปเล่มสีแดง แล้วมาจินตนาการต่อว่า คนที่รับสมัครตอนนี้เขาคงกำลังยุ่งอยากหาคนช่วย ก็หารูปผู้ชายหัวฟูๆ มาแปะแล้วบอกว่า “รู้นะว่าคุณกำลังมีปัญหา อยากหาใครสักคนมาทำงานด้วยใช่ไหม” พอหน้าต่อไปก็แปะรูปผู้ชายที่ดูผ่อนคลาย เสร็จแล้วก็บอกให้เขารีแล็กซ์ สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเขียนว่า “ฉันมีเรื่องที่คิดว่าคุณจะต้องสนใจจะเล่าให้ฟัง” ทีนี้แทนที่จะบอกว่าเราเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี้คงไม่เก๋ ก็เลยบอกว่า “ฉันรู้จักคนคนหนึ่งนะ เขาเป็นอย่างนี้ๆ...เขาชอบทำการ์ด” (หัวเราะ) คือคิดว่าอาชีพนี้ต้องการคนมีความคิดแปลกใหม่ และการทำการ์ดต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เยอะทั้งภาพ ทั้งคำพูด จากนั้นก็อธิบายคุณสมบัติตัวเราไปมากมาย พอถึงหน้าสุดท้ายค่อยบอกว่า “คุณคงสงสัยว่าทำไมฉันรู้จักคนคนนี้ดีจังเลย...Because it’s me.” แล้วก็แปะรูปตัวเองลงไป ที่เล่าให้ฟังเพราะอยากจะบอกว่า จะทำอะไรก็ตามให้มองไปที่เป้าหมายแล้วคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้มา

ขอทราบเคล็ดลับในการที่ต้องทำงานใหญ่ๆ ซึ่งต้องมีไฟและจินตนาการตลอดเวลา

ตัวเองเป็นคนขี้เล่น ทำงานแบบ Work Like Play ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองวิเศษ เก่ง และแกร่งอะไรมากมาย แค่สนุกกับงาน เพราะเราทำงานให้ความสุขคนอื่น ถ้าตอนคิดงานเราทุกข์ งานคงออกมาหม่นหมอง ตัวเราเองจึงต้องสนุกและมีความสุขก่อน ถึงจะนำความสุขสนุกสนานไปให้คนอื่นได้
 คิดว่าตัวเองโชคดีที่พระเจ้าจัดสรรให้ได้ใช้ชีวิต และทำงานกับคนรอบข้างที่ดีอย่างนี้ ตอนแรกที่เข้า
ทำงาน
คุณไพบูลย์และพี่ๆ เมตตาเอ็นดูเรามาก เริ่มจากไม่รู้อะไรเลย ต้องเรียกว่าเริ่มจากติดลบแต่พี่ๆ รอบข้างจะคอยเกื้อหนุนเราตลอด เช่น สอนเขียนสปอตโฆษณา เขียนสตอรี่บอร์ด ทำสคริปต์หนัง ก็จะสอนตั้งแต่ต้น อธิบายความหมายให้ฟังทีละคำ ทำให้จากน้องเล็กที่ไม่รู้อะไรเลย กลายเป็นก๊อปปี้ไรเตอร์และคุมงานโปรดักชั่นสร้างหนังโฆษณาได้ ถือว่าฟาร์อีสท์ฯเป็นโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งของเราเลยก็ว่าได้

มีข้อคิดอย่างไรสำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองเรียนมาและต้องเริ่มจากศูนย์หรือติดลบ
ถ้าไม่ได้เรียนมาก็ต้องเริ่มจากทำในสิ่งที่รัก จะว่าเป็นคนบูชาความรักก็ได้นะคะ เพราะสำหรับตัวเอง ความรักขับเคลื่อนทุกอย่าง ทำให้เราอยากจะเรียนรู้ ลองผิดลองถูก สิ่งสำคัญในการทำงาน คือ คุณต้องรักงานนั้นก่อน เราจะได้ไม่เฟคไม่ฝืน ถ้าฝืนจะทำได้เดี๋ยวเดียว อีกอย่างที่คิดว่าสำคัญคือ คอมมอนเซ้นส์ ถ้ามีแล้วจะจับต้องทุกอย่างได้โดยไม่มีอคติ ต่อมาคือ ความช่างสังเกต เพราะจะทำให้เราเกิดการเรียนรู้แม้จะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ตัวเองจะมีความรับผิดชอบ ที่อยากจะทำงานให้ดี ไม่ให้คนที่ไว้ใจเราต้องผิดหวัง

ทราบว่าคุณเล็กเคยทำงานในเครือสหพัฒน์ ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่และมีระบบการบริหารงานที่ดีมาก
ไม่ทราบว่าได้นำหลักการและแนวคิดในการทำงานข้อไหนมาใช้บ้าง

คติการทำงานที่ได้มาจากนายห้าง เทียม โชควัฒนา และใช้มาจนเดี๋ยวนี้คือ “เร็ว ช้า หนัก เบา” หมายถึงเวลามีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรเข้ามา ต้องมองก่อนว่าเป็นเรื่องหนักหรือเบา เราต้องแก้ทันทีหรือรอก่อน
หลักการนี้ใช้ได้กับทุกเรื่อง ทั้งชีวิต การงาน ความรัก ไม่ใช่ปัญหาเล็ก แต่เราก็ทุ่มสามร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อแก้ไข อีกเรื่องที่ได้เรียนรู้จากนายห้างคือ ความทุ่มเทในการทำงาน ถ้าออกตรวจตลาดจะไม่เห็นท่านเหนื่อยล้าเลย และเป็นคนเอาใจเขามาใส่ใจเรา พูดคุยได้กับคนทุกระดับ เรื่องการให้ ท่านก็เปรียบเทียบได้อย่างลึกซึ้งว่า “ผลักน้ำออกไป น้ำไหลเข้ามา วักน้ำเข้ามา น้ำไหลออกไป” หมายถึง ยิ่งให้ก็จะยิ่งได้ แม้ไม่ใช่สิ่งของก็เป็นความรู้สึกดีๆ นอกจากนี้ยังมีเรื่อง ระวังความคิดที่ไม่ดี เพราะจะแสดงออกมาทางสีหน้าท่าทาง

 ดูคุณเล็กเป็นคนสนุกสนาน อารมณ์ดีตลอด อยากทราบว่าเคยโกรธใครไหมคะ และเมื่อเกิดปัญหาในการทำงานแก้ไขอย่างไร

ถ้าโกรธก็แป๊บเดียวนะคะแล้วก็ลืม ต้องบอกว่าได้หลายๆ อย่างจากพี่เบิร์ด คือพี่เบิร์ดเป็นคนมองโลกในแง่บวก ปัญหาหลายปัญหาที่ผ่านมาได้เพราะพี่เบิร์ด แกรมมี่ยุคแรกศิลปินไม่ได้เยอะอย่างทุกวันนี้ และถนนทุกสายมุ่งสู่พี่เบิร์ดหมด ดังนั้นจะมีบ่อยครั้งที่ต้องทำอะไรกระชั้นชิด อย่างมีเวลาแค่เจ็ดวันคิดคอนเสิร์ตการกุศล ถ่ายทอดออกทีวี เราก็บอกว่า “โห พี่จะคิดยังไงทัน แค่เจ็ดวันเองนะเบิร์ด” พี่เบิร์ดบอก “เจ็ดวันเหรอพี่เล็ก
วันนึงมีตั้ง 24 ชั่วโมง” เราก็บอกไปว่า “เออ นั่นสินะเบิร์ด แล้วชั่วโมงนึงยังมี 60 นาทีอีกนะเนี่ย และในนาทียังมีวินาทีอีก ดีจังเลยนะ กลับบ้านนอนเลยมีเวลาเหลือเฟือ” (หัวเราะเสียงดัง)
เนื่องจากต้องทำงานกับพี่เบิร์ดเยอะมาก ก็จะได้แชร์ความคิดอย่างนี้กันบ่อย พอเราเปลี่ยนวิธีคิดและไม่เครียดก็ทำให้เกิดสติปัญญา ตอนแรกคิดไม่ออก แต่พอเราไม่เครียดก็คิดได้ และออกมาเก๋ด้วย เป็นคอนเสิร์ต “เกาเหลาธงไชย” ที่ประสบความสำเร็จ คนดูมีความสุขมาก เชื่อเลยว่าต้องไม่เครียดแล้วจะเกิดปัญญา

 อีกอย่างที่เหมือนกับพี่เบิร์ดคือ เราเป็นพวกชอบร่อนตะแกรง ทุกวันเราต้องหมั่นฝึกแยกแยะเรื่องราวว่า อันนี้เกิดจากอะไร อันนั้นเกิดเพราะอะไร การฝึกแบบนี้ทำให้เราแยกแยะเรื่องได้ ไม่ว่าอะไร เราต้องแยกให้ได้ก่อนว่าเรื่องนี้แค่ไหน จะรับมืออย่างไร เหมือนที่นายห้างสอนเรื่องเร็ว ช้า หนัก เบา ตรงนี้สำคัญมาก
 คิดว่าชีวิตทุกคนต้องพบเจอปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร คนอาจมองว่าชีวิตเราดูสุขสบาย พบเจอแต่คนดีๆ สิ่งดีๆ ไม่เคยมีความทุกข์เลยหรือ จริงๆ มี แต่ไม่เก็บมาจำ เวลาใครมาถามถึงชีวิต หรือการทำงานที่ผ่านมา ก็เลยเล่าแบบสนุกๆ เพราะลืมตอนที่ไม่สนุกไปหมดแล้ว ไม่เหลือตะกอนอะไรไว้แล้ว
 สิ่งที่ตัวเองกับพี่เบิร์ดกลัวที่สุดคือ อารมณ์เกลียด เราถือว่าอันตรายร้ายแรงมาก แต่ก่อนที่จะเกลียดเราต้องโกรธก่อนใช่ไหม เพราะฉะนั้นพอเริ่มโกรธจะต้องรีบจัดการก่อน อย่าให้ลุกลาม เดี๋ยวจะกลายเป็นความเกลียด สระโอของคำว่าโกรธยังม้วนหัวไม่ทันเสร็จต้องรีบจัดการให้หาย ถ้าเจอปัญหาหรืออุปสรรคจะคิดว่า
พระเจ้ากำลังทดสอบความอดทนของเรา ทำให้เรามีภูมิต้านทานไว้แก้ปัญหาใหม่ที่จะมีเข้ามา ลองฝึกคิดแบบนี้ไว้เรื่อยๆ แล้วเราจะชินและใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข




05 พฤศจิกายน 2552 17:07:08
 
 

 
 
 
 

สุขภาพวัยทำงาน สุขภาพแม่และเด็ก
สุขภาพผู้สูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บ
สุขภาพใจ ความงามและโภชนาการ
บุคลิกภาพและการเข้าสังคม