ภูมิชาย บุญสินสุข บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร a book
ในเครือ a day
เลือกความฝัน...ที่มัน ใช่

ภูมิชาย บุญสินสุข หรือคุณบิ๊ก หนุ่มตัวใหญ่อารมณ์ดี มีรอยยิ้มแบบใจดี ๆ ระบายอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา นอกจากเป็น บ.ก. บห. ของ a book แล้ว เขายังเป็นนักเขียนสำนวนน่าอ่าน ที่สร้างสรรค์ผลงานพ็อกเก็ตบุ๊คสู่สายตาแฟนๆ มากมาย เขาเข้ามาทำงานกับ a day จากการชักชวนของวงศ์ทนง ชัยณรงค์ศิลป์ ผู้ก่อตั้ง a day และภายใน 2 - 3 วันแรกของการทำงานที่นี่ เขาก็รู้เลยว่า งานนี้ใช่ แต่กว่าจะพบวันนี้ที่ใช่ คุณบิ๊กตามหาความฝันของตัวเองมานาน
“ผมจบนิเทศศาสตร์ เรียนมาทางวิทยุ-โทรทัศน์ครับ ไม่ใช่สิ่งพิมพ์เลย ทำวิทยุอยู่ 10 ปี ช่วงทำงานก็มีโอกาสได้เขียนหนังสือ ทำคอลัมน์...เป็นคนชอบอ่านหนังสือ คุณแม่บังคับ คือแม่ชอบอะไรก็บังคับ แต่ผมอ่านแล้วก็ชอบด้วย เออ...สนุกดีด้วย ก็เลยอ่านตามคุณแม่ตั้งแต่เด็กแล้วครับ”
คุณบิ๊กออกตัวว่า ไม่ได้เรียนเก่งไปหมดทุกวิชา สมัยเรียนก็เรียนบ้างไม่เรียนบ้างด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่เคยโดดเรียน
“ผมเป็นคนเรียนรอดโดยธรรมชาติ วิชาไหนเก่งหน่อย เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ก็จะรอด วิชาไหนไม่ชอบก็จะแย่ เลขนี่แย่มาก แต่พ่อแม่จะไม่ห่วง อะไรดีก็เก่ง อะไรไม่ดีก็อย่าตก ก็แค่นั้น เป็นคนมีความกดดันเรื่องการเรียนต่ำมากครับ เพราะพ่อแม่จะไม่บังคับ ผมเรียนที่สาธิตเกษตรฯ ม.ปลาย เรียนเตรียมอุดม...”
เมื่อแรกที่จะสอบเข้าเตรียมฯ คุณบิ๊กตั้งใจจะสอบเข้าสายวิทย์ เพราะตอนเด็ก ๆ มีความฝันอยากขับเครื่องบิน แต่เมื่อไปติวเตรียมสอบ ปรากฏว่าไม่มีความสุขเลย
“แม่พูดมาคำเดียว ...ก็ชอบภาษาไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ไปเรียนภาษา... ผมก็ เออ...จริงด้วย บางทีเราก็ต้องชั่ง ระหว่างสิ่งที่เราอยากทำ กับสิ่งที่เราทำได้ดี ความฝันมันก็มีหลายระดับ ความฝันบางอย่างเราทำให้มันเป็นจริงได้ ต้องดูว่าต้นทุนเรามีอะไร ความถนัด ความชอบ บางครั้งความฝันมันก็เป็นแค่ความฝัน เช่น อย่างผมจะให้ไปขับเครื่องบินมันก็ไม่ได้ แค่จำได้ว่าเราเคยมีความฝันก็แฮปปี้แล้ว และทุกครั้งที่เดินทางโดยเครื่องบิน ผมก็จะจำได้ว่าเมื่อก่อนผมเคยอยากขับเครื่องบิน ผมคิดว่าคนเรามีความฝันได้หลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องติดแหง็ก อยู่กับความฝันที่เราดูแล้วเป็นไปไม่ได้ พอมาถึงจุดหนึ่งก็จะเริ่มรู้ว่า ไม่ใช่แล้ว เพราะเราเข้าใจแล้วว่า การจะเป็นนักบินขับเครื่องบินมันต้องอาศัยอะไรบ้าง ต้องสอบ ต้องอะไร และในเมื่อสิ่งที่ปูทางไปสู่การเรียนขับเครื่องบิน ไม่ใช่สิ่งที่เรามีความสุขกับมัน เราก็จะเข้าใจได้เองในที่สุดว่า มันไม่ใช่”

ถึงแม้คุณบิ๊กจะชอบอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ และทำหนังสือ และมีโอกาสได้ทำแมกกาซีนด้วยซ้ำ แต่เขาก็เคยคิดเสมอว่า ไม่ใช่สิ่งที่ ‘ใช่’ สำหรับเขา
“สิ่งที่เราทำมาตลอดไม่ว่าทำมาหากินอะไร ก็คืออ่านหนังสือ แต่ผมก็บอกตัวเองว่า มันไม่มีทางที่เราจะ
ทำเป็นอาชีพได้หรอก อาจจะคิดไปโดยอัตโนมัติเพราะเราเห็นจากสังคม คนพูดเข้าหูโดยที่เราก็ไม่ได้นึก เช่น เป็นนักเขียนจะเลี้ยงตัวเองได้ยังไง พอได้ยินเรื่องเหล่านี้บ่อย ๆ เข้า และจากที่เราเห็นตัวเองออกหนังสือ เห็น บ.ก.ทำงาน เราก็จะบอกตัวเองว่า ไม่ได้หรอก ผมรู้ตั้งแต่ 2 เดือนแรกที่มาทำแมกกาซีนแล้ว พอได้ไปทำผม
รู้สึกมันเหมือนตอนอยากเป็นนักบิน ภาพนักบินก็คือ กำลังขับเครื่องบินอยู่ ใส่เสื้อเท่ ๆ แค่นั้น แมกกาซีนก็เหมือนกัน เราเห็นแต่ภาพคอลัมน์ของเราเสร็จแล้ว มีชื่อเรา คนอ่านชอบ แต่เราไม่รู้ว่า กว่าจะมาเป็นตรงนี้ มันต้องทำอะไรบ้าง พอได้ลองทำจริง ถึงได้รู้ว่า มันไม่ใช่...พอดีมาเจอพี่โหน่ง (วงศ์ทนง ชัยณรงค์ศิลป์ ผู้ก่อตั้ง
a day) พอพี่โหน่งชวนมาทำงาน ภายใน 2-3 วันแรกของการมาทำงาน ผมรู้เลยว่าใช่ ผมรู้สึกเลยว่า อะไรใช่ ก็คือใช่ อะไรไม่ใช่ ก็ไม่ใช่ บางทีชีวิตมันง่ายแค่นั้นเองครับ...”
คุณบิ๊กให้แง่คิดว่า บางครั้งสิ่งที่รักที่ชอบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำเป็นอาชีพได้ ก็มี
“เราต้องรู้ก่อนว่าเราชอบเรารักอะไร สิ่งที่ทำเป็นงาน กับสิ่งที่ทำเพราะรัก มันเป็นคนละเรื่องกันหมดเลย ไม่ใช่ว่า passion ของทุกคนจะสามารถทำเป็นอาชีพได้ อยู่ที่ว่าแต่ละคนสามารถรวม passion เข้ากับการทำมาหากินได้หรือเปล่า บางคนรักหมามาก แต่ไม่ได้แปลว่าจะทำฟาร์มหมารอด รักหมาแต่ต้องทำฟาร์มหมาเป็นธุรกิจ เราอาจจะรักหมาน้อยลงก็ได้นะ”
สำหรับหลักสูตรการเรียนที่มีวิชาต่าง ๆ หลากหลาย บางวิชาเด็ก ๆ อาจจะคิดว่า ทำไมต้องเรียน เรียนไปก็ไม่ได้เอาไปใช้ คุณบิ๊กก็เคยคิดแบบนี้มาแล้วเหมือนกัน
“ผมจำได้ว่า มีหลายวิชาที่ผมคิดว่าเรียนทำไม แต่คิดดูอีกที ใครจะไปรู้ บางทีวิชาที่ไม่ชอบเรียน เรียน ๆ ไปกลับทำได้ A ผมยังสนับสนุนให้เด็กเรียนอะไรหลากหลายอยู่นะ บังคับให้มันเรียนก่อน ไม่งั้นมันจะไม่ได้ลอง แล้วเมื่อพ้นภาคบังคับไป ค่อยปล่อยเค้าให้เป็นอิสระ ควรจะให้เด็กรู้เร็วที่สุดว่าเค้าชอบอะไร แล้วให้เค้าโฟกัส ไม่ใช่ถ้าไม่ได้ 3.8 หรือ A- เค้าแย่แล้ว สิ่งที่พ่อแม่และระบบการศึกษาควรจะตั้ง goal เอาไว้ คือ อย่าให้เด็กมีความรู้สึกกดดันว่า เมื่อสอบได้ไม่ดี...มึงคือคนห่วย ซึ่งไม่ healthy ครับ มันเป็นพิษเป็นภัยมาก ๆ มันไม่ต้อง
เก่งที่สุดหรอก แต่ขอให้มีความสุขที่ได้ติดตามสิ่งที่เค้าชอบไปเรื่อย ๆ สักวันก็เก่งเองครับ มันอยู่ที่คุณตีความคำว่าเก่งไปในทางโหดร้ายเกินไปหรือเปล่า พยายามบีบว่าทุกคนต้องเก่ง ถ้าไม่เก่งจะไม่ได้รับเลือก ไม่ได้บอกว่าเค้าว่า ไม่ต้องเก่งทุกอย่างก็ได้”

จากประสบการณ์ของตัวเอง คุณบิ๊กจึงอยากฝากไปถึงน้องๆ วัยเรียน ที่ไม่ว่าจะเรียนเก่งหรือไม่เก่งว่า
“ผมว่าที่ผมผ่านมาก็โอเคนะ อะไรที่ชอบน้อยหน่อย ก็เอาแค่ผ่าน อย่างน้อยรับผิดชอบตัวเองไม่ให้ตกได้ ไม่งั้นจะติดอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ผ่านไปขั้นต่อ ๆ ไป ถ้าเด็กได้คอนเซปต์นี้ ความกดดันก็จะน้อยลงไปเยอะเลย ชอบอะไรก็พยายามให้เก่งสมกับที่ชอบ ถ้าชอบแล้วไม่เก่ง อาจจะไม่ได้ชอบจริง ๆ ก็ได้นะ เราต้องหาสิ่งที่ตัวเองชอบจริง ๆ แล้วทำ ถ้าทุกคนได้ทำในสิ่งที่รัก เท่านั้นประเทศชาติก็เจริญแล้ว”
|