รัฐรงค์ ศรีเลิศ
ผู้ก่อตั้งบริษัทโฆษณา Creative Juice และ Bangkok Writer บรรณาธิการบริหาร นิตยสารหนีกรุง

จินตนาการ คือทุกสิ่งทุกอย่าง
รัฐรงค์ ศรีเลิศ หรือที่ใคร ๆ เรียกเขาว่า ‘นกเขา’ หนุ่มอารมณ์ศิลปินที่มากความสามารถ และเนรมิต
จินตนาการของเขามาเป็นความจริงที่จับต้องได้อยู่ในกำมือ เขาจึงเป็นไอดอลของน้อง ๆ หลายต่อหลายคน ถ้าอยากเก่งเหมือนพี่นกเขา ลองฟังสิ่งที่เขาพูด และคิดตามไปด้วย
“ผมจบที่โรงเรียนปานะพันธ์วิทยา ปัจจุบันนั่งรถผ่านไปปากทางลาดพร้าวแล้วเศร้า โรงเรียนของเรากลายเป็นห้างซูเปอร์ สโตร์ไปซะแล้ว ส่วนระดับมหาวิทยาลัยกลับสวยงามใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผมจบคณะนิเทศศาสตร์ เอกโฆษณา โทวารสาร”
แต่ก่อนที่นกเขาจะค้นพบตัวเอง และเลือกเรียนนิเทศศาสตร์ที่ตรงใจ เขาก็ถูกเพื่อนลากไปเรียน
รัฐศาสตร์อยู่ตั้ง 2 ปีครึ่ง
“ผมเป็นคนเรียนไม่เก่งหรือไม่สนใจเรียนก็ไม่รู้ แต่วิชาในคณะนิเทศฯ ทำให้ผมรู้สึกสนุกที่จะรู้ ผมเลยคิดแบบสรุปเอาว่า เทคนิคการเรียนที่จะประสบความสำเร็จสูงสุด มันต้องเริ่มต้นมาจากการ เลือกเรียนในสิ่งที่เราชอบจริง ๆ ฝันอยากเป็นอะไรก็ไปลองเรียนดู ลองทดสอบสักสองสามชั่วโมงก็รู้แล้วครับว่า เราชอบหรือเบื่อหน่ายมัน มีโอกาสก็ควรลองดู เพราะบางทีฝันที่อยากกับประสิทธิภาพความเหมาะสมในตัวเรามันอาจไม่ไปด้วยกัน การเลือกเรียนในสิ่งที่เราสนุกกับมัน มันจะส่งผลไปถึงการทำงาน เพราะเราก็จะสนุกกับงานที่เรารักและผูกพันกับมัน”
เชื่อแน่ว่านกเขาคงสนุกกับงานของเขา เพราะไปได้ดีไม่ว่าจะจับทำอะไร ทำโฆษณาในเอเยนซี่ก็คว้ารางวัลมานับไม่ถ้วน ทำหนังสือก็ฉีกแนวแปลกใหม่ไม่ซ้ำแบบใคร อะไรคือฝันในวัยเด็กของเขา...
“อย่างผมเป็นคนชอบงานศิลปะ เด็ก ๆ อยากเป็นอาร์ติสต์วาดภาพ แต่จากผลงานยามเด็กไม่ว่าจะวิชาระบายสีหรือหัตถศิลป์ เลื่อยฉลุ ปูนปั้น ล้วนไม่ได้เรื่องเอาเลย แต่แก่นแท้ของการทำงานที่เกี่ยวกับศิลปะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น จิตรกร สถาปนิก อินทีเรีย ครีเอทีฟ นักดนตรี ผู้กำกับ ช่างภาพ นักเขียน ฯลฯ ล้วนต้องพึ่งสิ่งที่เรียกว่า...จินตนาการ จริง ๆ แล้วไม่ว่าอาชีพอะไรก็ล้วนต้องพึ่งจินตนาการ คนที่มีจินตนาการสูงกว่ามักจะก้าวหน้ากว่าคนที่อยู่ในวิชาชีพเดียวกัน จินตนาการ คือการสร้างภาพบางอย่างไปก่อนล่วงหน้า เช่น เราจะเขียนอะไรสักอย่าง...เราต้องคิดล่วงหน้า เราจะวาดภาพ จะถ่ายรูป หรือจะสร้างบ้านสักหลัง เราล้วนมีภาพร่างสวย ๆ ในใจไว้ล่วงหน้าทั้งสิ้น ยิ่งใครสนใจอยากทำงานเป็นครีเอทีฟ ก็ยิ่งต้องมีจินตนาการที่สูงล้ำขึ้นไปอีก เพราะนอกจากจะต้องคิดอะไรล่วงหน้าได้เก่ง ๆ แล้ว สิ่งที่คิดนั้นยังต้องแปลกใหม่กว่าคนอื่นไปอีกหลายเท่า อย่างที่เรียกกันว่าความคิดสร้างสรรค์นั่นแหละ”
แล้วเราจะหัดสร้างจินตนาการกันอย่างไร เพราะจินตนาการของแต่ละคนน่าจะแตกต่างกัน
“อาหารเสริมจินตนาการที่ดีที่สุดคือ...อะไรก็ได้ที่ไม่สำเร็จรูป อะไรที่ปรุงสำเร็จมาแล้วมันไม่ได้ช่วยเราฝึกคิดต่อ...อ่านหนังสือนี่ดีที่สุด เพราะนอกจากได้ความรู้รอบตัวแล้ว เรายังได้ฝึกแปลงความคิดจากตัวหนังสือออกมาเป็นภาพในจินตนาการโดยไม่รู้ตัว การดูทีวี ดูภาพยนตร์ ก็เป็นการเสริมในแง่ของการได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ การที่เรามีความรู้กว้างขวางมันก็ทำให้เราขยายขอบเขตจินตนาการไปได้อย่างไม่รู้จบ”

สำหรับน้อง ๆ มัธยม ที่ยังเวียนว่ายอยู่กับการเรียน การสอบ นกเขามีเคล็ดลับมาบอก
“เคล็ดลับก่อนสอบเหรอ...จริง ๆ สมัยผมเรียน ผมอ่านหนังสือก่อนสอบแค่วันเดียวเท่านั้น เคล็ดลับมีอยู่ว่า เราต้องเข้าเรียนเพื่อเข้าใจในเนื้อหานั้น ๆ ก่อน ไม่งั้นวันเดียวคงไม่ช่วยอะไรมากนัก อ้อ ผมมีวิธีเก็งข้อสอบมาฝากด้วย ปรกติในหน้าบทนำของหนังสือเรียนเขาจะมีบอกไว้เลยว่าเราเรียนวิชานี้ไปเพื่ออะไร...เชื่อมั้ย...นั่นละข้อสอบ เพราะข้อสอบทำขึ้นมาเพื่อทดสอบคุณว่า คุณบรรลุเป้าหมายของวิชานั้นแล้วหรือยัง...ง่าย ๆ เลยใช่มั้ย…และการอยู่ในโรงเรียนก็คือ การอยู่ในคนหมู่มาก เป็นเรื่องยากในการวางตัว แต่ผมก็เชื่อว่าโลกนี้ไม่มีใครปฏิเสธคนดี ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เบียดเบียนใคร ไม่มองใครสูงส่งหรือต่ำต้อย มันจะทำให้เราเป็นที่รักของคนส่วนใหญ่...แต่เด็กยุคนี้ต่างจากเด็กยุคก่อนเยอะ เด็กยุคใหม่จะได้เปรียบในเรื่องเทคโนโลยีการเรียนการสอน ทำให้เก่งเร็วมาก เดี๋ยวนี้นักดนตรีรุ่นใหม่ ๆ อายุนิดเดียวแต่เล่นเป็นเซียนเลย เรื่องภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง แถมพูดภาษาเกาหลีได้อีกด้วยมั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เด็กยุคนี้แพ้เด็กยุคก่อนหลุดลุ่ยเลย คือ สัมมาคารวะ ซึ่งผมว่ามีผลกับวันที่คุณต้องเข้าไปทำงานมาก ผมเจอเด็กหลายคนจบมาใหม่ ๆ ดูไบรท์มาก เก่งมาก แต่เวลาคุยออกมาแล้วเหมือนเขาเป็นเจ้าโลก เก่งไปซะทุกอย่าง จนหลงผิดไปว่า สิ่งที่ตัวรู้นั้นบางทีมันยังไม่เคยเอามาใช้ในชีวิตจริงซะด้วยซ้ำ ชีวิตสำเร็จรูปในยุคนี้มันทำให้เด็กยุคใหม่ทำง่าย เป็นเร็ว และดูเหมือนประสบความสำเร็จได้เร็ว แต่การขาดพื้นฐานที่แน่น มันก็ยากที่จะพาก้าวไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่”
ข้อคิดสำหรับเด็กเล็กเด็กใหญ่ นกเขาก็แบ่งปันมาหมดแล้ว เด็ก ๆ ทั้งหลายจงเริ่มสร้างจินตนาการ สร้างความฝันที่ชอบและที่ใช่ และบุกบั่นไปให้ถึงฝั่งฝัน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่และมองย้อนกลับมา จะได้มีความสุขเหมือนคุณนกเขา
“ผมรักประสบการณ์ประทับใจวัยเรียนทั้งหมดของผม มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด นึกย้อนกลับไปครั้งใด มันมีแต่ความทรงจำที่ดี ๆ มีรอยยิ้มเกิดขึ้นในใจของผมเสมอ นี่จึงเป็นเวลาที่ทุกคนควรตักตวงไว้ให้มากที่สุด อยู่กับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยให้มากที่สุด ทำกิจกรรมให้มากที่สุด... ต่อไปในอนาคตเมื่อย้อนกลับมาคิด... คุณจะขอบคุณตัวเองที่ไม่ได้ทิ้งเวลาที่ดีที่สุดไปอย่างเสียเปล่า... รู้จักคำนี้มั้ย... time on my hand... เอาไปจินตนาการต่อกันเอาเองแล้วกันนะครับ
|