หนูนา - หนึ่งธิดา โสภณ
รากฐานของตึก คือ อิฐ... รากฐานของชีวิต คือ การศึกษา
“แต่ละครั้งเมื่อได้เงินจากงานพิเศษ หนูนาจะบอกกับคุณแม่ว่า....
หนูนาขอเอาเงินส่วนนี้เป็นค่าเรียนพิเศษนะ ทำให้เราภูมิใจและตั้งใจเรียน
กว่าจะได้เงินตรงนี้มาเราต้องเหนื่อยมานะ” |
นางเอกหน้าใหม่จากภาพยนตร์เรื่อง “กวน มึน โฮ -
Knowing Me,Knowing You” ภาพยนตร์โฮแมนติก
กวนมิดี้ เรื่องใหม่ แห่งค่ายจีทีเอช ซึ่งกำหนดฉายในวันที่
19 สิงหาคมนี้
เวที “ลักส์ปั้นดาว” เปรียบเสมือนประตูบานใหญ่ ซึ่งเปิดให้เธอก้าวเข้ามาสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เธอก็ทำได้ จากผู้เข้าประกวด “ลักส์ปั้นดาว”
ทั้งหมด 1,500 คน คัดเลือกจนเหลือผู้ชนะเลิศเพียง
คนเดียว เธอคือ “หนูนา - หนึ่งธิดา โสภณ” โรงเรียน
สตรีวิทยา
“หนูนา” เปิดประเด็นแนะนำตัวให้เราฟังว่า...
ชื่อหนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ นะคะ อายุ 18 ปี กำลัง
ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสตรีวิทยา แผน
ภาษาอังกฤษ - จีน ผลการเรียนอยู่ในระดับกลางๆ ค่ะ
ม.4 เกรดเฉลี่ยรวม 3.8 ซึ่งถือว่าน้อยนะคะสำหรับ
โรงเรียนสตรีวิทยา (น้อยตรงไหนเนี่ย) แต่เมื่อขึ้น ม.5
เกรดเฉลี่ยลดลง เพราะหนูนาเริ่มก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงบ้างแล้ว เพียงแต่ยังไม่เต็มตัว เกรดจึงตกไปอยู่ที่
|
 |
3.5 ตอนนี้ก็กำลังรอลุ้นเกรดเฉลี่ยของ ม.6 อยู่น่ะค่ะว่าจะได้เท่าไหร่
“ช่วงม.6 จะยุ่งมาก เพราะปรับเป็น GAT/PAT อีกทั้งยังมี Admissions และสอบตรงด้วย หนูนาก็ต้องทำงาน
ด้วยก็เลยดูจะยุ่งๆ น่ะค่ะ ล่าสุดที่จุฬาฯ รับสอบตรง หนูนาได้ยื่นใบสมัครไว้เหมือนกัน กำลังรอผลว่าจะมีโอกาสเป็นผู้มีสิทธิ์เข้าสอบหรือเปล่า ถ้าวันไหนหนูนาต้องทำงาน หนูนาก็จะถือหนังสือมาอ่าน นำแบบฝึกหัดมาทำ ถึงแม้ว่าหนูนามีงานทำแต่หนูนาก็ไม่ทิ้งการเรียน”
เมื่อถามถึงคณะใฝ่ฝันที่อยากเรียนเมื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย หนูนาบอกว่า...
“คณะที่หนูนาอยากเรียนคืออักษรศาสตร์ จุฬาฯ นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ หรืออักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร ค่ะ
เนื่องจากหนูนาเป็นคนชอบพูดภาษาอยู่แล้ว อยากพูดได้หลายภาษา จึงคิดว่าจะสอบเข้าด้านที่เกี่ยวกับภาษาค่ะ ซึ่งเราต้องเตรียมตัวเยอะมากๆ ช่วงนี้หนูนาก็มีเรียนพิเศษหรือไม่ก็ไปติวกับสถาบันที่มีชื่อเสียงที่เรียนแล้วได้ผล และต้องอ่านหนังสือเยอะขึ้น หนูนาจะให้ความสำคัญกับการเรียนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเ ป็นเรียนพิเศษ หรือเรียนในห้อง สำคัญเราต้องอ่านหนังสือเองด้วยค่ะ คิดเองก็จะดีมากเลยค่ะ สิ่งหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรามากในตอนนี้ คืออินเตอร์เน็ต ถ้าเราใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตเราก็จะได้ประโยชน์กลับมาเยอะมาก ไม่ใช่เฉพาะเล่นเกมส์อย่างเดียว จะมีข่าวการติวจากสถาบันนั้นๆ หรือแม้แต่ติวออนไลน์ก็มีค่ะ ในกรณีที่หนูนาไม่สามารถไปติวด้วยตัวเองได้ ติวออนไลน์เสร็จอยากได้เอกสารเกี่ยวกับเรื่องไหนเราก็สามารถปลิ๊นได้อีกด้วยค่ะ”
ภาพยนตร์เรื่องแรก”กวน มึน โฮ”
“จากที่หนูนาไม่เคยเล่นหนัง เล่นละครเพียงอย่างเดียว บอกได้ทันทีเลยว่าเกร็งมากค่ะ กังวลมากด้วยว่าจะทำออกมาได้ไม่ดี และจะเป็นตัวถ่วงพี่ๆ ทีมงานทุกคน เพราะหนังกับละครจะไม่เหมือนกัน แต่หนูนาก็ได้พี่ๆ ทุกคนที่จีทีเอช หรือแม้แต่พี่โต้ง (ผู้กำกับ) กับพี่เต๋อ (พระเอกของเรื่อง) ก็คอยช่วยค่ะ พี่เต๋อจะช่วยส่งอารมณ์ ช่วยส่งซีนให้ตลอด ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นและไม่เกร็ง ซึ่งผลงานจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นหนูนาอยากให้ติดตามชม และเป็นกำลังใจให้หนูนาด้วยนะคะ เพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของหนูนา.. (ยิ้มสวยพร้อมกับ
ส่งสายตาอ้อนวอน)
หลายคนบอกว่าวงการบันเทิงเป็นสิ่งฉาบฉวย ได้มาไวก็ไปไว แต่เมื่อเรารู้จักปฏิบัติตัวหนูนาคิดว่าถึงยังไงหลายคนก็ยังจำเราได้ เช่นเดียวกับเรื่องค่าใช้จ่ายที่ว่าหามาง่ายก็ไปง่าย สำหรับหนูนานั้นคิดว่าไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากหนูนาทำงานตรงนี้ คุณแม่ก็จะบอกหนูนาว่าหนูนาควรภูมิใจ เพราะได้ทำงานและหาเงินเอง เอาเงินที่ทำงานมาได้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว และนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางด้านการเรียนด้วย แต่ละครั้งเมื่อได้เงินจากงานพิเศษ หนูนาจะบอกกับคุณแม่ว่าหนูนาขอเอาเงินส่วนนี้เป็นค่าเรียนพิเศษนะ ทำให้เราภูมิใจและตั้งใจเรียน กว่าจะได้เงินตรงนี้มาเราเหนื่อยมานะ คุณแม่จะคอยสอนตลอดค่ะ”
คติประจำใจ : รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา
“หนูนาคิดว่าการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็น พ่อแม่หรือแม้แต่ตัวเราก็อยากมีการศึกษาที่ดีๆ สูงๆ หนูนาคิดว่ารากฐานของเด็กไทยสมัยนี้ต้องมีการศึกษาที่ดี ฉะนั้นเราไม่ควรจะละทิ้ง บางคนมาทำงานทางด้านบันเทิงก็จะคิดว่าทำงานทางด้านนี้ไม่ต้องเรียนก็ได้ หาเงินไว้ก่อน การพูดว่าไม่มีเวลาไปเรียน ไม่ใช่หรอกค่ะเป็นข้ออ้างมากว่า เราสามารถเรียนได้ทุกที่ ไม่เลือกแม้กระทั่งตอนทานข้าว ถ้าไม่สามารถอ่านหนังสือได้ เราก็ใช้วิธีอัดเสียงของอาจารย์ในห้องเรียนมาเปิดฟังก็ได้ เมื่อมีเวลาว่างหนูนาจะทำอย่างนี้ตลอดค่ะ หนูนาคิดเสมอว่าทุกเวลามีค่าสำหรับการเรียน การเรียนบางครั้งไม่จำเป็นว่าจะอ่านจากตำราเรียนเพียงอย่างเพียว อ่านหนังสือนวนิยาย หนังสือการ์ตูน ก็ถือว่าเป็นการอ่านหนังสือแล้วค่ะ ได้เปิดโลกทัศน์ เปิดโลกความรู้ ถึงแม้ไม่ใช่การเรียนรู้ทางด้านวิชาการแต่เราได้เรียนรู้ทางด้านอื่นๆ ซึ่งมีประโยชน์”
ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นนักแสดง นักร้อง นักเต้นและด๊อกเตอร์อยู่ในคนๆ เดียวกัน เพราะความฝันสูงสุดที่หนูนาฝันไว้คือจะต้องเรียนจบระดับด๊อกเตอร์ ทำให้ทุกคนเห็นว่าถึงแม้ทำงานทางด้านบันเทิงแต่เธอก็เป็นผู้หญิงรุ่นใหม่ที่มีสมอง มีความคิดเป็นบวก ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเองเป็นผู้กำหนด ไม่มีใครรู้ตัวเราได้ดีกว่าตัวเรา
ที่มา : นิตยสารการศึกษาอัพเกรด
|