Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
  Home / Education / ข้อมูลการศึกษาต่อต่างประเทศ / ออสเตรเลีย / ระบบการศึกษา - โครงสร้างการศึกษา
ออสเตรเลีย - ระบบการศึกษา - โครงสร้างการศึกษา
Send To Friend

 
Share |
 
 
 

โครงสร้างการศึกษา

การศึกษาภาคบังคับของประเทศออสเตรเลีย คือปีที่ 1 - 10 หรือ Year 1 - 10 (อายุ 6 - 15 ปี) สำหรับนักศึกษาต่างชาติ สามารถสมัครเพื่อเข้าศึกษากับสถาบันในประเทศออสเตรเลียได้ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาเอก รูปแบบระบบการศึกษาของประเทศออสเตรเลียกำหนดโดยรัฐบาลกลาง และจัดแบ่งออกเป็น 6 ส่วนคือ

1. หลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (Primary and Secondary Education)
การศึกษาระดับประถมศึกษา (Year 1 - 6) และมัธยมศึกษา (Year 7 - 12) อยู่ในความรับผิดชอบของ แต่ละรัฐ มีทั้งโรงเรียนของรัฐบาลและเอกชน และมีทั้งแบบโรงเรียนชายล้วน หญิงล้วน สหศึกษา และมีทั้งแบบไปเช้าเย็นกลับและแบบประจำ โดยทั่วไปโรงเรียนสามารถรับนักเรียนต่างชาติเข้าเรียนได้ ตั้งแต่ Year 7 เป็นต้นไป แต่สำหรับระดับประถมจะพิจารณาเป็นกรณีไป สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำเป็นต้องมีการแต่งตั้งผู้ปกครองหรือ Guardian เพื่อคอยดูแลด้วย

2. หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ELICOS)
ประเทศออสเตรเลียมีสถาบันสอนภาษาที่จดทะเบียนและได้รับการรับรองให้เลือกมากมายทั่วประเทศ ตั้งแต่สถาบันสอนภาษาเอกชนที่มีชั้นเรียนขนาดเล็ก จนถึงศูนย์ภาษาขนาดใหญ่ในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย TAFE หลักสูตรต่างๆ ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ตามความสนใจและความต้องการของนักศึกษาต่างชาติ โดยที่สถาบันทั้งของภาคเอกชนและภาครัฐบาล จะต้องดำเนินงานตามมาตรฐานของการรับรองระดับประเทศ หลักสูตรภาษาอังกฤษที่เปิดสอนในประเทศออสเตรเลียมีชื่อเรียกย่อๆ ว่า ELICOS ซึ่งย่อมาจาก English
Language Intensive Courses for Overseas Students


ซึ่งหมายถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดที่เปิดสอนสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะการจัด ระดับความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปจะจัดแยกไว้เป็นระดับต่างๆ คือ Beginner, Elementary,
Lower-Intermediate, Intermediate, Upper-Intermediate และ Advanced สถาบันสอนภาษาในประเทศออสเตรเลีย จะถูกกำหนดโดย NEAS ให้มีรูปแบบการเรียนแบบเต็มเวลา ที่มีการเรียนการสอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 25 ชั่วโมง เป็นการเรียนแบบเข้าชั้นเรียน 20 ชั่วโมง ที่เหลือจะเป็นการเรียนด้วยตนเอง ภายใต้การดูแลจากอาจารย์ ในขณะที่สถาบันภาษาในประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ จะเปิดสอนเพียง 18-20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น


สำหรับระยะเวลาของหลักสูตร จะนับเป็นสัปดาห์ ส่วนใหญ่จะจัดเป็นช่วง ช่วงละ 4-5 สัปดาห์ หรือช่วงละ 10 สัปดาห์ หากนักศึกษามีพัฒนาการทางด้านภาษาได้รวดเร็ว ก็สามารถเลื่อนขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้น หลังจากสำเร็จการศึกษาในแต่ละช่วงได้ อย่างไรก็ดี ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเรียนหลักสูตรภาษาทั้งหมด ยังขึ้นอยู่กับพื้นฐานของนักศึกษาแต่ละคนด้วย สถาบันภาษาในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะมีช่วงปิดภาคเรียนประมาณ 2 สัปดาห์ ระหว่างแต่ละช่วงของการเรียน 10 สัปดาห์ แต่สถาบันภาษาของเอกชนจะเปิดสอนตลอดปี และโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีข้อกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำ ในการรับนักศึกษาต่างชาติ

แต่จะจัดให้มีการสอบ Placement Test เพื่อวัดระดับความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของนักศึกษาก่อน เพื่อการจัดระดับชั้นเรียนที่เหมาะสมต่อไป นอกจากนี้ สถาบันสอนภาษาเกือบทุกแห่งในประเทศออสเตรเลีย จะมีบริการต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ เช่น จัดหาที่พัก บริการรับที่สนามบิน แนะแนวศึกษาต่อ บริการสมัครเรียน บริการช่วยหางาน บริการด้านสุขภาพ บริการที่ปรึกษาปัญหาส่วนตัว สำหรับเด็กนักเรียนในระดับมัธยมที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีก็จะมีบริการจัดหาผู้ปกครอง (Guardianship)
ด้วย

 

  • ประเภทของหลักสูตรภาษาอังกฤษ

    English for Academic Purposes
    ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ/เชิงวิชาการ หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับการเตรียมความพร้อมทางด้านภาษาอังกฤษ สำหรับการเข้าศึกษาต่อในระดับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย ซึ่งมักจัดให้มีวิชาเลือกเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบ IELTS หรือ TOEFL ไว้ด้วย

    General English
    ภาษาอังกฤษทั่วไป เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิต
    ประจำวันทั้ง 4 ทักษะ คือ อ่าน พูด ฟัง เขียน โดยเน้นให้มีการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน เป็นการเพิ่มพูน
    ทักษะทางภาษา เพื่อใช้ในการทำงานหรือเพื่อการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยอาจมีวิชาเลือกตามความสนใจเฉพาะ อาทิเช่น การฝึกอ่านออกเสียง การสนทนา ออสเตรเลียศึกษา การเรียนภาษาด้วยดนตรี และการละคร เป็นต้น

    English for Specific Purposes
    ภาษาอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษที่เหมาะสมสำหรับในบางสาขาอาชีพหรือในลักษณะงานบางประเภท ที่มีการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษเฉพาะด้าน อาทิเช่น ภาษาอังกฤษเพื่ออินเตอร์เน็ต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การบิน การท่องเที่ยว ศิลปะและการออกแบบ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และเพื่อการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

    Academic Orientation Program
    ปฐมนิเทศเชิงวิชาการ เป็นหลักสูตรที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการเรียนในมหาวิทยาลัย ให้กับนักศึกษาที่กำลังจะเข้าเริ่มการเรียนในภาคการศึกษาต่อไป มักจัดขึ้นเป็นระยะสั้นๆ ประมาณ 4 - 5 สัปดาห์ ก่อนการเปิดภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้นๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการเรียนการสอน ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย

    Direct Entry English Program - (DEEP)
    หลักสูตรการเข้าศึกษาต่อโดยตรง เป็นการไปเรียนภาษาอังกฤษก่อนแล้วต่อด้วยหลักสูตรทางด้านวิชาการกับสถาบันการศึกษาที่ต้องการ ซึ่งจะพิจารณาจากพื้นฐานภาษาอังกฤษของนักศึกษา เช่น ผลสอบ IELTS หรือผลสอบ placement test และเมื่อศึกษาสำเร็จหลักสูตรต่อโดยตรงนี้แล้ว และมีผลการเรียนตรงตามที่กำหนดไว้ นักศึกษาสามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรทางด้านวิชาการที่สมัครไว้ก่อนแล้วได้ทันที โดยอาจไม่ต้องสอบ IELTS อีก

    English for Business
    เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในเชิงธุรกิจ
    English Test Preparation Program
    ภาษาอังกฤษเพื่อการเตรียมตัวสอบข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อเข้าศึกษาต่อ ซึ่งจะมี 2 ประเภทคือ IELTS (International English Language Testing System) และ TOEFL (Test of English as a Foreign Language) โดยเนื้อหาของแต่ละหลักสูตร จะมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อม และสอนให้รู้จักแนวข้อสอบพร้อมการฝึกทักษะการทำข้อสอบของ IELTS และ TOEFL

    English for High School Preparation
    ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อระดับมัธยม เป็นหลักสูตรสำหรับนักเรียนที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนระดับมัธยมของประเทศออสเตรเลีย โดยหลักสูตรจะเน้นพัฒนาการทางภาษาและทักษะที่ต้องใช้สำหรับการเรียนในโรงเรียนมัธยม โดยเนื้อหาจะผสมผสานกันระหว่างเนื้อหาทางวิชาการในระดับมัธยมและการฝึกภาษาอังกฤษ

    English and Recreation
    ภาษาอังกฤษและสันทนาการ และ Study Tour / Holiday English - ภาษาอังกฤษและท่องเที่ยว
    ทัศนศึกษา เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษที่มีความยืดหยุ่นมาก โดยถือเป็นการเดินทางเพื่อเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนด้วย ผู้ที่ถือวีซ่าท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวและเรียนในหลักสูตรภาษาได้ยาวนานถึง 3 เดือน หลักสูตรภาษาอังกฤษในแบบที่เรียกกันว่า Study Tour หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษและสันทนาการนี้ จึงเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยมักจัดเป็นหลักสูตรสั้นๆ ประมาณ 2-6 สัปดาห์ เนื้อหาของหลักสูตรจะเป็นการผสมผสานการเรียนในช่วงเช้า และกิจกรรมในช่วงบ่าย ที่ให้ความยืดหยุ่นในการเรียนอย่างมาก มีสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ที่บรรจุหลักสูตรภาษาอังกฤษเข้าไว้กับหลักสูตรด้านกีฬาโดยเฉพาะ หรือกิจกรรมสันทนาการ เช่น กีฬาดำน้ำ ตีกอล์ฟ ล่องเรือ ขี่ม้า หรือแม้แต่การชิมเหล้าไวน์ เป็นต้น

    Teaching English as a Second Language Program
    หลักสูตรประเภทนี้ มีจุดมุ่งหมายในการอบรมฝึกฝนผู้ที่ต้องการออกไปประกอบอาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ โดยผู้เรียนต้องสอบรับประกาศนียบัตรด้วย ประกาศนียบัตรการสอนภาษาอังกฤษที่เป็นที่ยอมรับของสากล คือ RSA/Cambridge Certificate in TEFLA, RSA/Cambridge Diploma in TEFLA และ RSA/Cambridge Examination in English for Language Teachers

    English and Work Experience/Internship
    ภาษาอังกฤษและการฝึกงาน เป็นหลักสูตรที่กำหนดให้นักศึกษาเริ่มต้นด้วยการเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษก่อน (ส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ ซึ่งนักศึกษาควรมีความสามารถทางด้านภาษาอยู่ในระดับกลางแล้ว) จากนั้นก็จะให้นักศึกษาเข้าฝึกงานกับหน่วยงานหรือองค์กร ทั้งของรัฐบาลและเอกชน เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การทำงานจริง ระหว่างช่วงฝึกงานของนักศึกษาในลักษณะนี้ อาจจะไม่ได้รับค่าจ้างระหว่างการฝึกงาน

3. หลักสูตรเตรียมพื้นฐานก่อนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา (Foundation Studies)
นักศึกษาต่างชาติที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไข สามารถเข้าศึกษาในหลักสูตรนี้เพื่อเป็นการปูพื้นฐานสำหรับการเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย เนื้อหาวิชาเรียนส่วนใหญ่ จะนำมาจากหลักสูตร Year 11-12 ผสมกับวิชาพื้นฐานในสาขาที่ต้องการจะเข้าศึกษาต่อ และมักจัดแบ่งออกเป็นหลักสูตรในสายวิทยาศาสตร์ หรือสายศิลป์ หลักสูตรประเภทนี้ มีการเปิดสอนในสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมสายอาชีพและมหาวิทยาลัยต่างๆ หลายแห่ง เมื่อศึกษาสำเร็จ นักศึกษาต่างชาติจะมีคุณวุฒิเพียงพอต่อการยื่นใบสมัครเพื่อพิจารณาเรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรี


4. หลักสูตรระดับการฝึกอบรมสายอาชีพ (Vocational Education and Training)
หลักสูตรที่เปิดสอนส่วนใหญ่ จะให้ความสำคัญกับภาคปฏิบัติมากกว่าหลักสูตรที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัย ซึ่งเน้น ทฤษฎี โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่องของรัฐบาล-Technical and Further Education (TAFE) และวิทยาลัยเอกชน (Private College) หลักสูตรที่เปิดสอนจะเกี่ยวกับการฝึกอบรมสายอาชีพต่างๆ เช่น ทางด้านการโรงแรม เลขานุการ ธุรกิจ และคอมพิวเตอร์

วุฒิการศึกษาของระดับอาชีวศึกษาและฝึกอบรม แบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ดังนี้ ประกาศนียบัตร 1-4 (Certificates I-IV)
เป็นหลักสูตรระดับขั้นพื้นฐาน ซึ่งเน้นความรู้และทักษะในเชิงปฏิบัติการและพื้นฐานอาชีพ ระยะเวลาของหลักสูตร มีตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ จนถึง 1 ปี
  • อนุปริญญา (Diploma) ระยะเวลาของหลักสูตรคือ 1-2 ปี และส่วนใหญ่สามารถโอนหน่วยกิตเพื่อการเข้าศึกษาต่อหลักสูตรระดับปริญญาตรีได้ โดยอาจได้รับการยกเว้นหน่วยกิตการเรียนสูงสุดถึง 1 ปี
  • อนุปริญญาชั้นสูง (Advanced Diploma) เป็นหลักสูตรที่ใกล้เคียงกับหลักสูตรในระดับอนุปริญญา แต่สูงกว่า ระยะเวลาของหลักสูตรคือ 2-3 ปี

นอกจากนี้ ยังมีสถาบันจำนวนมากที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยในการเปิดสอนหลักสูตรในระดับปริญญาตรี (หรือส่วน
หนึ่งของหลักสูตร) และ Postgraduate Certificate ด้วย

5.หลักสูตรระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย)
ปัจจุบันประเทศออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัยรวมทั้งสิ้น 41 แห่ง ทุกแห่งได้รับการรับรองจากรัฐบาล เป็นของ
รัฐบาล 38 แห่ง และเป็นของเอกชน 3 แห่ง

วุฒิการศึกษาในระดับอุดมศึกษา สามารถจัดแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ได้ดังนี้

ปริญญาตรี (Bachelor Degree) :
ระยะเวลาของหลักสูตรคือ 3-6 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชา นักศึกษาไทยที่ศึกษาสำเร็จระดับมัธยม 6 จากประเทศไทย อาจมีคุณสมบัติไม่เพียงพอต่อการสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อโดยตรง และจะต้องเข้าศึกษาในหลักสูตร Year 12, Foundation หรือ Diploma ก่อนจะเข้าต่อระดับปริญญาตรี
  • ปริญญาตรีเกียรตินิยม (Bachelor Degree with Honours): โดยทั่วไปคือการศึกษาเพิ่มเติมอีก 1 ปี หลังจากสำเร็จปริญญาตรี เนื้อหาของหลักสูตร จะมีทั้งภาคบรรยายและการทำวิทยานิพนธ์ สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรนี้และมีผลการเรียนในระดับดีมากและได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จะได้รับการรับรองวุฒิให้เทียบเท่าปริญญาโท และสามารถสมัครเพื่อเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรระดับปริญญาเอกได้ทันที โดยไม่ต้องศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโทเพิ่มเติม
  • ประกาศนียบัตรบัณฑิต (Graduate Certificate)ระยะเวลาหลักสูตรคือ 6 เดือน เป็นหลักสูตรที่มุ่งเสริมความรู้และทักษะเฉพาะด้าน หรืออาจใช้เป็นตัวประเมินผลสำหรับผู้ที่คุณสมบัติยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการเข้าศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาโทโดยตรง
  • อนุปริญญาโท (Graduate Diploma)ระยะเวลาหลักสูตรคือ 6-12 เดือน เป็นหลักสูตรที่มุ่งเสริมความรู้และทักษะเฉพาะด้านเช่นเดียวกับประกาศนียบัตรบัณฑิต นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งที่ได้กำหนดให้การศึกษาในระดับนี้ เป็นการศึกษาในปีแรกของหลักสูตรระดับปริญญาโท และหากนักศึกษามีผลการเรียนที่ดี ก็สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้เลย โดยใช้เวลาศึกษาเพิ่มเติมอีก 6-12 เดือน

ปริญญาโท (Masters Degree) : มีทั้งรูปแบบการทำวิจัยการเข้าชั้นเรียนหรือทั้ง 2 อย่าง โดยมีระยะเวลาของหลักสูตรอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 2 ปี

ปริญญาเอก (Doctoral Degree) : หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Ph.D ระยะเวลาของหลักสูตรไม่แน่นอน แต่โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในช่วง 3 - 5 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตรที่เน้นในด้านการทำวิจัยเท่านั้น แต่ก็มีหลาย
มหาวิทยาลัย ที่เพิ่มเติมการเรียนการสอนในส่วนของการเข้าชั้นเรียน เข้าเป็นส่วนเริ่มต้นของหลักสูตร แล้วจึงทำวิทยานิพนธ์ต่อในช่วงหลัง นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยอีกจำนวนมากที่เปิดสอนหลักสูตร DBA ซึ่งเป็นการศึกษาในระดับปริญญาเอกทางด้านบริหารธุรกิจโดยเฉพาะ และส่วนใหญ่แล้วจะรับนักศึกษาที่ศึกษาสำเร็จหลักสูตร MBA และมีประสบการณ์การทำงาน


6. การศึกษาระบบทางไกล (Distance Education)
การรับรองคุณภาพการศึกษาโดยรัฐบาลจะครอบคลุมเฉพาะนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย และลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องแล้วเท่านั้น โดยทั่วไป รูปแบบของหลักสูตรประเภทนี้จะเป็นการศึกษาโดยผ่านทาง Internet ในรูปแบบของ chat room, virtual classroom หรือการเข้าไปศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง และทำรายงานส่งตามเวลาที่กำหนดไว้ ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรระบบทางไกล โดยมีคุณวุฒิ รูปแบบการเรียนการสอน และการประเมินผลที่แตกต่างกันไป สำหรับในประเทศไทย สำนักงาน ก.พ. ยังไม่รับรองวิทยฐานะของรูปแบบการเรียนในระบบทางไกลของสถาบันใดๆ ในประเทศออสเตรเลียทั้งสิ้น

มหาวิทยาลัยดัง หลักสูตรสุดฮิต
หลักสูตรการศึกษาของออสเตรเลียได้มาตรฐานสากล เนื่องจากรัฐบาลประกันคุณภาพของสถานศึกษา และหลักสูตรการศึกษาต่างๆของออสเตรเลีย

  • สถาบันการศึกษาต้องมีมาตรฐานทางวิชาการ การเงิน การบริหารและจัดการจริยธรรมจึงจะได้รับการรับรองจากรัฐบาล
  • หลักสูตรที่สอนแก่นักศึกษาต่างชาติ ต้องได้รับการรับรองและปรากฏรายชื่ออยู่อยู่ใน Commonwealth Register of Courses for Overseas Student (CRICOS)
  • วุฒิการศึกษาที่เปิดสอนให้นักศึกษาทุกระดับต้องอยู่ในกรอบคุณวุฒิการศึกษาของออสเตรเลีย แนวดังกล่าวต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณวุฒินั้นๆสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในประเทศและนานาชาติ
  • หน่วยงานระดับชาติทๆหน้าที่ควบคุมการเรียน การสอน การบริหารและการวิจัยในสถาบันศึกษา มหาวิทยาลัยต้องได้รับการตรวจสอบทุกๆ 5 ปี จาก Australian University Agency สำหรับสถาบันอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมต่างๆได้รับการตรวจสอบโดย Australian National Training Authority

มาตรฐานที่ประเทศออสเตรเลียใช้ในเรื่องการศึกษานั้น ทำให้ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนดีที่สุดในออสเตรเลีย แต่ละมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีความเป็นเลิศคนละด้าน ขึ้นอยู่กับความชอบและสนใจของนักศึกษา

หลักสูตรยอดนิยมของนักศึกษาไทยในประเทศออสเตรเลีย
จากจำนวนนักศึกษาไทยทั้งหมดในออสเตรเลีย มีจำนวนประมาณ 50% ที่กำลังศึกษาด้านการจัดการและ
พาณิชยศาสตร์ หลักสูตรยอดนิยม 5 อันดับแรก สำหรับนักศึกษาไทยมีดังนี้

    1. Master in Management and Commerce
    2. Bachelor in Management Commerce
    3. Master in Information Technology
    4. Master in Engineering and Related Technologies
    5. Master in Society and Culture

10 อันดับปริญญาโทยอดฮิตของนักเรียนไทยในออสเตรเลีย

    1. MBA : เป็นสาขาวิชาที่ Top Hit ของนักศึกษาไทยที่ต้องการเรียนต่อบริหารธุรกิจ การเรียน MBA นั้นจะเน้นทางด้านการวิเคราะห์หน่วยธุรกิจเน้นประสบการณ์จริง นักศึกษาควรมีประสบการณ์การทำงานมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี เพื่อจะได้เป็นต้นทุนทางความคิดประกอบการเรียนในอนาคต

    2. MIB สำหรับผู้ไม่มีประสบการณ์ : นักเรียนสามารถเข้าเรียนในสาขานี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องจบจากสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และไม่ต้องการประสบการณ์จากการทำงาน มีนักศึกษาจำนวนมากที่ไม่มีประสบการณ์จากการทำงานเข้าเรียนสาขานี้แทนการเรียน MBA

    3. Logistics : สาขาโลจิสติกส์ จึงเป็นที่น่าสนใจและเป็นสาขาแห่งอนาคต ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในประเทศที่กำลังพัฒนาทางด้านการขนส่ง ผู้ที่จบในสาขานี้จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากในทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อรองรับการขยายตัวทางภาคเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต สาขาวิชานี้จะเกี่ยวข้องกับสายงานทางด้าน วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งด้านคณิตศาสตร์

    4. Commerce-Marketing : ปริญญาโทบริหารธุรกิจที่สามารถเลือกสาขาวิชาเอกต่างๆได้ตามความถนัดและพื้นฐานจากปริญญาตรี เช่น Accounting, Marketing, Management ฯลฯ สาขาเหล่านี้ยังเป็นเป้าหมายของนักศึกษาไทยที่จบ BBA จากประเทศไทย โดยเฉพาะสาขา Marketing ยังเป็นสาขาอันดับหนึ่งของ Master of Commerce ในขณะนี้

    5. IT : MICT เป็นสาขาทางด้าน IT ที่มีความต้องการทางการตลาดสูง ทั้งในประเทศไทยและ
    ออสเตรเลีย นักศึกษาที่จบสาขาวิชานี้จะได้คะแนนในการสมัครขอวีซ่าถาวรในประเทศออสเตรเลียค่อนข้างสูงกว่าสาขาวิชาอื่น ด้วยเหตุที่สาขาไอที เป็นสาขาที่กว้างและเป็นการทำงานที่มีลักษณะเฉพาะ นักศึกษาที่ต้องการเรียนปริญญาโทสาขานี้ต้องมีความรู้พื้นฐานของปริญญาตรีจากสาขาที่เกี่ยวข้องมาก่อน เช่น Computer Science , Information Technology , Information Systems และมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมประมวลผลความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มาเป็นอย่างดี ผู้ที่จบสาขานี้สามารถหางานทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากเป็นที่ต้องการของภาครัฐและภาคเอกชน

    6. MIS : สาขาวิชายอดฮิตสำหรับนักเรียนจบด้านไอที และต้องการเรียน Information Systems เป็นสาขาเฉพาะด้าน ผู้เรียนควรมีประสบการณ์ด้านคอมพิวเตอร์ การประมวลผล Data Base รวมไปจนถึงความรู้ในด้านการบริหารธุรกิจ เพราะสาขานี้เรียนไปเพื่อเป็นผู้วางระบบคอมพิวเตอร์ การเรียน นักศึกษาต้องเรียนวิชาที่เป็นสาขาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผสมผสานกับการเรียนการบริหารธุรกิจ

    7. Master of Engineering Management : กลุ่มสาขาเหล่านี้จะเป็นสาขาวิชาผู้ที่ผู้จบปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ในทุกสาขาวิชาเอก แล้วต้องการเรียนทางด้านบริหารธุรกิจ แต่ยังคงไว้ซึ่งวิชาชีพวิศวกรรมศาสตร์

    8. Master of Engineering Practice : กลุ่มสาขาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งแตกย่อยไปเป็นสาขาวิชาต่างๆ เช่น Civil Engineering, Mechanical Engineering, Environmental Engineering, Material Engineering ฯลฯ วิชาเหล่านี้นักศึกษาไทยที่จบทางด้านวิศวกรรมศาสตร์นิยมต่อยอดของ
    สาขาที่ตัวเองเรียนมา

    9. Biotechnology (Master of Science) : นักศึกษาไทยที่จบทางด้านวิทยาศาสตร์ Biology สาขาปริญญา โท Biotechnology จึงเป็นสาขาวิชาหนึ่งที่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อีกทั้งยังเป็นสาขาวิชา
    เฉพาะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

    10. Laws (Master of Laws) : นักเรียนไทยที่จบทางด้านนิติศาสตร์ เลือกวิชาเอกยอดฮิตคือ
    กฎหมายเปรียบเทียบ International & Comparative Laws, กฎหมายอาญา Transnational Crime
    Prevention

รายชื่อสถาบันและมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย

โรงเรียน  
 
สถาบัน  
 
 


10 มิถุนายน 2552 09:55:18
 
เบอร์ติดต่อสถานฑูต และสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
 
 

 
 
 
   
 
ระดับการศึกษา
เตรียมอนุบาล อนุบาล
ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น
มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช.
ปวส. อุดมศึกษา