|

Life & Culture
เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแถบฝั่งทะเล
ด้านตะวันออก ที่มีการพัฒนาไปมากหรือในภูมิภาคทางใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น และมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงโตเกียว โดยอายุเฉลี่ยของผู้หญิงญี่ปุ่นจะอยู่ที่ประมาณ 80 ปี
และผู้ชายประมาณ 75 ปี จัดเป็น 1 ใน 4ประเทศ คือ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ และ นอร์เวย์ ที่ประชากรมีอายุยืนที่สุดในโลก
- ศาสนา
ศาสนาประจำชาติของชาวญี่ปุ่นได้แก่ ศาสนาชินโตและศาสนาพุทธ ซึ่งในปัจจุบันชาวญี่ปุ่นไม่นิยม
นับถือศาสนาใดเป็นหลัก แต่นิยมปฏิบัติตามประเพณี และพิธีกรรมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคนญี่ปุ่นสามารถปฏิบัติตามประเพณีต่างๆ ของศาสนาที่แตกต่างกันได้ โดยไม่มีความรู้สึกขัดแย้งแต่อย่างใด อีกทั้งยังยินยอมให้ผู้ที่นับถือศาสนาที่ต่างกันแต่งงานกันได้ และไม่สอนศาสนาในโรงเรียน
- วัฒนธรรม
มีรากฐานมายาวนานตั้งแต่ยุคโจมง จนถึงวัฒนธรรมผสมผสานร่วมสมัยที่ได้รับอิทธิพลจาก เอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นมีทั้งงานฝีมือเช่น อิเกะบะนะ (การจัดดอกไม้) การทำเครื่อง
เคลือบ เครื่องปั้นดินเผา การแสดงเช่น คาบูกิ ศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น การแสดงโน ละครที่
เก่าแก่ที่สุด นักแสดงสวมหน้ากากและแต่งกายแบบโบราณที่สวยงาม บุนระกุ ละครหุ่น และประเพณีต่างๆ เช่น พิธีชงชา ศิลปะการต่อสู้ เป็นต้น
- วิถีชีวิต
กีฬาที่ขึ้นชื่อเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นคือ เบสบอลและซูโม่ ฟุตบอลก็เป็นที่นิยมมากขึ้นโดยเฉพาะการ
แข่งขันของนักฟุตบอลอาชีพ ที่เรียกว่า “เจลีก” ที่เปิดให้ผู้ชมเข้าชมการแข่งขันได้เป็นจำนวนมาก นอกจาก
กีฬาแล้วชาวญี่ปุ่นจะชอบไปท่องเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนาในช่วงวันหยุดยาวที่มีให้ถึงปีละ 3 ช่วง อุปนิสัยของคนญี่ปุ่นมักจะขี้อาย ไม่เข้าไปคุยกับใครก่อน และไม่แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ
- อาหารการกิน
ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานข้าวเป็นหลัก ส่วนใหญ่นิยมกินข้าวกล่อง เพราะความสะดวกสบายและหน้าตาอาหารที่จัดตกแต่งได้อย่างสวยงาม อาหารญี่ปุ่นนั้นมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมไปทั่วโลกในหลายๆ อย่าง เช่น ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ สุกียากี้ ยากิโทริ และโซบะ เพราะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบมาอย่างดี โดยวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือ ถั่วเหลือง ถั่วแดง และสาหร่าย นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของชาและสาเกอีกด้วย

- การเดินทาง
ที่นิยมมากที่สุดคือ รถไฟและรถไฟใต้ดิน เป็นการเดินทางที่ให้บริการทั่วถึงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ในโลก
ดำเนินการโดย Japan Railway (JR) มีตารางเวลาที่หนาแน่นและตรงเวลา ให้บริการตั้งแต่ตี 5 จนถึงเที่ยงคืนหรือตีหนึ่ง แต่จะเบียดเสียดยัดเยียดในช่วงเวลาเร่งด่วน ระหว่างเวลา 7.30 - 9.30น. และ 17.00 - 18.00น. สำหรับนักศึกษาสามารถซื้อตั๋วได้ในราคาพิเศษ นอกจากนี้ยังมีบริการรถประจำทางและรถแท็กซี่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่นิยมปั่นจักรยานมายังสถานีเพื่อต่อรถไฟ โดยจะมีที่จอดเฉพาะหรือที่รับฝากคอยให้บริการ
- ร้านค้าต่างๆ
เปิดให้บริการระหว่างเวลา 11.00 - 20.00 น. อาจแตกต่างกันตามท้องถิ่นและ ประเภทธุรกิจ โดย
พนักงานในญี่ปุ่นทุกคนจะไม่มีธรรมเนียมในการรับทิป เนื่องจากชาวญี่ปุ่นถือว่าการให้บริการที่ดีนั้นเป็นหน้าที่ที่ควรกระทำอยู่แล้ว ยกเว้นธรรมเนียมการให้ทิปแก่แคดดี้ในสนามกอล์ฟ
- ที่ทำการไปรษณีย์
มีเครือข่ายอยู่มากมายทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากจะบริการส่งจดหมายและพัสดุแล้ว ยังมีบริการเปิดบัญชี
ออมทรัพย์ สำหรับฝากถอนเงิน ATM โอนเงิน เงินกู้ เช็คเดินทาง และชำระค่าสาธารณูปโภคคล้ายๆ กับ
ธนาคาร รวมทั้งยังมีบริการประกันภัยอีกด้วย อัตราค่าบริการก็จะแตกต่างกันไป ตามประเภทน้ำหนักของจดหมายหรือพัสดุ รวมไปถึงวิธีการส่ง ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาทำงานของแต่ละสาขา ควรสอบถามจาก
ที่ทำการไปรษณีย์ที่อยู่ใกล้ๆ เพราะแต่ละสาขาไม่เหมือนกัน
- ระบบโทรศัพท์
นักศึกษาที่ต้องการมีโทรศัพท์ใช้ในห้องพักที่เช่าจากเอกชน สามารถทำเรื่องขอติดตั้งได้ด้วยตนเอง โดยโทร.ไป 116 แจ้งไปยัง NTT (NTT Communications Corporation) แล้วก็ไปทำเรื่อง โดยใช้บัตรประจำตัวคนต่างชาติ เพื่อยืนยันที่อยู่ได้ และเสียค่าเช่าสิทธิ์เป็นจำนวนเงิน 75,000 เยน รวมค่าภาษีผู้บริโภคอีก 5 % และค่าติดตั้งอีกประมาณ 10,000 เยน หรืออาจเช่าโทรศัพท์จากบริษัทเอกชน แต่โดยมากจะไม่สามารถโทรทางไกลไปต่างประเทศได้
บัตรโทรศัพท์
บริการโทรศัพท์สาธารณะในญี่ปุ่นมีอยู่แทบทุกแห่ง ส่วนใหญ่จะใช้ได้ทั้งแบบหยอดเหรียญ (10 เยน และ 100 เยนเท่านั้น) และใช้บัตรโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ภายในประเทศ คิดนาทีละ 10 เยน ถ้าหยอดเหรียญ 100 เยน จะไม่ทอนเงิน แม้ว่าเวลาจะเหลืออยู่ก็ตาม โดยบัตรโทรศัพท์สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ตามตู้ขายบัตรโทรศัพท์อัตโนมัติ ร้านขายของตามสถานีรถไฟ หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องโทรศัพท์สาธารณะที่สามารถโทรไปต่างประเทศได้ โดยเป็นแบบที่สามารถใช้ได้ทั้งเหรียญ และบัตรโทรศัพท์หรือบัตรเครดิต ราคาบัตรโทรศัพท์จะอยู่ที่ 1,000 เยน เมื่อใส่บัตรเข้าเครื่องจะมีมูลค่า 1,050 เยน สามารถใช้กับเครื่องสีเขียวหรือสีเทาของ NTT โทรกลับเมืองไทยตกนาทีละราวๆ 35 บาท แต่ถ้าแบบประหยัดใช้การ์ด Pinphone จะโทรได้นานกว่า แต่ต้องทำตามรายละเอียดหลังบัตรให้ถูกต้อง

โทรศัพท์มือถือ
ในญี่ปุ่นมีการแข่งขันกันมากทำให้มีการจัดโปรโมชั่นรายการค่าโทรศัพท์ และการใช้บริการต่างๆ อยู่บ่อยๆ ซึ่งสามารถเช็คได้จากอินเตอร์เน็ต และสามารถจ่ายค่าโทรศัพท์ได้ที่ธนาคาร ไปรษณีย์ ร้านสะดวกซื้อ หรือให้หักเงินจากบัญชีก็ได้ โดยสามารถนำโทรศัพท์จากไทยไปใช้ที่ญี่ปุ่นได้ แต่ต้องติดต่อขอปรับระบบสัญญาณกับบริษัทผู้ให้บริการก่อน และหากคิดจะซื้อเครื่องที่ญี่ปุ่นแล้วนำกลับมาใช้ที่ไทย ต้องถามให้ดีก่อน เพราะเป็นบริการเสริมแค่ของบางบริษัทเท่านั้น ระบบสัญญาณของญี่ปุ่นจะมีด้วยกัน 2 ระบบ ได้แก่ NTT DoCoMo และ KDDI
การโทรเข้า-ออก ระหว่างประเทศ
โทรทางไกลภายในประเทศญี่ปุ่น ทำได้โดยการกดรหัสทางไกลของเมืองที่จะโทรไป แล้วตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์ โดยไม่ว่าจะใช้บริการของ NTT หรือบริษัทอื่น หากโทรตอนกลางคืนและในวันหยุด ค่าบริการจะถูกกว่าโทรในวันธรรมดาตอนกลางวัน ในการใช้บริการโทรทางไกลของบริษัทอื่นๆ นอกเหนือจาก NTT นั้น ต้องกดรหัสบริษัท 4 หลัก ตามด้วยรหัสทางไกลของท้องถิ่น หมายเลขที่ต้องการจะโทร สำหรับค่าโทรศัพท์นั้นไม่ได้คิดค่าบริการต่อครั้งเหมือนในประเทศไทย แต่จะคิดตามระยะเวลาที่โทร ถ้าใช้นานก็ต้องเสียเงินมากขึ้น
วิธีโทรศัพท์จากญี่ปุ่นไปประเทศไทย กดรหัสการโทรออกนอกประเทศ เช่น 001 (หรือรหัสของบริษัทอื่นที่ให้บริการ) กดรหัสประเทศ (ประเทศไทยกด 66) กดรหัสเมืองหรือจังหวัดปลายทางหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือ (ถ้ากรณีมีเลข 0 อยู่ข้างหน้าให้ตัดทิ้ง เช่น กรุงเทพฯ รหัส 02 กดเพียง 2) กดหมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง (อาจต้องกดตามด้วยเครื่องหมาย # ขึ้นอยู่กับบริษัทที่ใช้บริการ) หากต้องการเรียกเก็บเงินปลายทาง โดย
ติดต่อผ่านโอเปอเรเตอร์คนไทย ให้กดหมายเลข 0066-55-660 (IDC) จะมีโอเปอเรเตอร์คนไทยรับสายเพื่อสอบถามชื่อนามสกุลของคุณ หมายเลขที่ต้องการติดต่อและชื่อนามสกุลของผู้รับ หลังจากนั้นโอเปอเรเตอร์ จะติดต่อไปยังผู้รับสาย ซึ่งอัตราการใช้บริการจะเป็นอัตราของประเทศไทย โดยต้องใช้ 3 นาทีเป็นอย่างต่ำ นักศึกษาสามารถโทรได้จากโทรศัพท์ธรรมดาที่ห้องพักและโทรศัพท์สาธารณะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2235-0030 ตลอด 24 ชั่วโมง
วิธีโทรศัพท์จากประเทศไทยไปประเทศญี่ปุ่น กดรหัสการโทรออกนอกประเทศ เช่น 001 (หรือรหัสของบริษัทอื่นที่ให้บริการ) กดรหัสประเทศ (ประเทศญี่ปุ่นกด 81) กดรหัสเมืองหรือจังหวัดปลายทางหรือเบอร์
โทรศัพท์มือถือ (ถ้ากรณีมีเลข 0 อยู่ข้างหน้า ให้ตัดทิ้ง เช่น โตเกียว รหัส 03 กดเพียง 3 หรือโทรศัพท์มือถือรหัส 090 กดเพียง 90 เป็นต้น) กดหมายเลขโทรศัพท์ของปลายทาง (อาจต้องกดตามด้วยเครื่องหมาย # ขึ้นอยู่กับบริษัทที่ใช้บริการ)
รหัสเมืองที่สำคัญของญี่ปุ่น
โตเกียว 03
เกียวโต 075
โอซาก้า 06
ฮิโรชิม่า 082
|