การขอ Visa นักเรียน
วีซ่านักเรียนแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
Students Visa Type
- F-1, or Student Visa: วีซ่าชนิดนี้เป็นวีซ่าทั่วไปสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อใน
ประเทศสหรัฐอเมริกาในสถานศึกษาดังต่อไปนี้ วิทยาลัย มหาวิทยาลัย โรงเรียน หรือสถาบันสอนภาษาอังกฤษ
- J-1, or Exchange Visitor: เป็นวีซ่าระยะสั้น มีหลายประเภทด้วยกัน ทั้งนักศึกษาที่ต้องการเข้าร่วมหรือแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ทั้งทางด้านวิชาการ ศิลปะ และวัฒนธรรม สำหรับนักศึกษา
postdoctoral, professor, พนักงาน หรือ visitor ที่มาทำวิจัย ดูงานหรือมาเข้าร่วม workshop,
conference ต่างๆ
- M-1, or Student Visa: เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการเข้ามาเรียนในสายวิชาชีพ หรือ
ฝึกงานในสถาบันของทางการสหรัฐอเมริกา
เอกสารประกอบการขอวีซ่านักเรียนมีดังนี้
การยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียน
- หนังสือเดินทาง (Passport) เล่มปัจจุบันและหนังสือเดินทางเล่มก่อนที่มีวีซ่าสหรัฐฯ (ถ้ามี)
- ใบคำร้อง DS-156 สามารถดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์ www.evisaforms.state.gov และจะต้องทำการพิมพ์ออกมาเพราะในแบบฟอร์มจะมี Barcode อยู่
- ใบคำร้อง DS-157 ท่านสามารถดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.bangkok.usembassy.gov/
- รูปถ่ายขนาด 2 x 2 นิ้ว (5 x 5 ซม.) ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน โดยฉากหลังของรูปต้องเป็นสีขาวเท่านั้น ไม่มีขอบ ใบหน้าต้องมีขนาดใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่รูปถ่าย ต้องเห็นใบหูทั้ง 2 ข้าง และเป็นรูปถ่ายหน้าตรงเท่านั้น ติดรูปถ่ายลงใน 10 ช่องที่กำหนดในแบบฟอร์ม DS-156
- หลักฐานถิ่นที่อยู่ของนักเรียนภายนอกสหรัฐฯ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่กงสุลเห็นว่า ท่านไม่มีความประสงค์ที่จะเป็นบุคคลเข้าเมืองถาวร การยื่นขอวีซ่าประเภทธุรกิจ/ท่องเที่ยว หมายถึง
ผู้ยื่นคำร้องกำลังขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว ก่อนที่ทางกงสุลจะออกวีซ่าเข้าเมืองชั่วคราว ผู้ยื่นขอวีซ่าต้องบอกกล่าวอย่างชัดเจนว่าท่านไม่มีความประสงค์ที่จะเข้าไปอยู่ในสหรัฐฯ เป็นการถาวร ผู้ยื่น
คำร้องจะทำได้ โดยการแสดงหลักฐานความผูกพันทางครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคมอื่นๆ ที่มีอยู่
ภายนอกประเทศสหรัฐฯ ญาติพี่น้อง นายจ้าง หรือเพื่อนที่สามารถ "รับประกันการเดินทางกลับของผู้ยื่นขอวีซ่า แทนการยื่นหลักฐานดังกล่าวได้" ทางเจ้าหน้าที่กงสุลต้องพิจารณาจากสถานการณ์ของบุคคลผู้ยื่นขอวีซ่าว่า ผู้นั้นมีคุณสมบัติจะได้รับวีซ่าด้วยตนเองหรือไม่ โดยไม่คำนึงว่าผู้ใดออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ข้อสำคัญคือเจ้าหน้าที่กงสุลพิจารณาการออกวีซ่าบนพื้นฐานของพระราชบัญญัติการตรวจคนเข้าเมือง และสัญชาติสหรัฐฯ กฎหมายฉบับนี้ระบุว่า "เมื่อใดก็ตามที่บุคคลใด ยื่นคำร้องขอวีซ่า......ภาระการพิสูจน์จะตกอยู่กับกับบุคคลผู้นั้น ในการที่จะแสดงว่า ตนมีคุณสมบัติ" กฎหมาย
เข้าเมืองของสหรัฐฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่กงสุลปฏิเสธคำร้องของผู้ยี่นขอวีซ่า หากบุคคลดังกล่าวไม่สามารถแสดงหลักฐานที่เชื่อได้ว่า มิได้มีความประสงค์ต่อการเป็นบุคคลเข้าเมืองถาวร
- หลักทรัพย์ ผู้ยื่นคำร้องจะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินที่ครอบคลุมค่าธรรมเนียมการศึกษาปีแรกของท่าน หากศึกษาเกิน 1 ปี ท่านจะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินที่เชื่อถือได้ว่าท่านมีฐานะทาง
การเงินเพียงพอจนสำเร็จการศึกษา
แบบฟอร์มการสมัครวีซ่า
ผู้สมัครวีซ่าชั่วคราวทุกคนจะต้องกรอกแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าชั่วคราวอิเล็กทรอนิก DS-156
Non-Immigrant Application ทางอินเตอร์เน็ต ผู้สมัครที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปต้องกรอกแบบฟอร์มการสมัครวีซ่าเพิ่มเติม DS-157 Supplemental Non-Immigrant Application และผู้สมัครวีซ่า F (นักเรียน) J (ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน) และ M (นักเรียนสายอาชีวศึกษา) และผู้สมัครวีซ่าเพิ่มติดตามผู้สมัครหลัก (F-2, J-2, M-2) ต้องกรอกแบบฟอร์ม DS-158 Contact Information and Work History for Non-Immigrant Visa
สำหรับวีซ่านักเรียน จะต้องชำระเงิน $100 เป็นค่า SEVIS (Student and Exchange Visitor Information System) ซึ่งเป็นระบบที่บันทึกข้อมูลของนักศึกษาต่างชาติ และนักเรียนแลกเปลี่ยนในสหรัฐฯ ท่านสามารถชำระได้ทางเวบไซต์ www.fmjfee.com
ขั้นตอนในการขอวีซ่า
1. ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเป็นเงิน 4,000 บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ ตามสาขาต่างๆ ที่ระบุใน http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/NIVChecklist.pdf
2. ซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ได้โดยตรงทางเว็บไซต์หรือผ่าน Call Center โดยใช้บัตรเครดิต หรือใช้เงินสดซื้อรหัสประจำตัว (PIN) ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการ
- บริการทางเว็บไซต์: http://thailand.us-visaservices.com
- บริการทางโทรศัพท์ (Call Center): หมายเลขโทรศัพท์: 001-800-13-202-2457
- บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางเว็บไซต์ ค่าธรรมเนียม 400 บาท หรือ
- บริการรหัสประจำตัว (PIN) ทางโทรศัพท์ ค่าธรรมเนียม 720 บาท
3. จองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์หรือทางโทรศัพท์ สำหรับสมาชิกครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ไม่เกิน 5 คน (สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่หรือน้อง) ขั้นตอนโดยละเอียดในการนัดหมายวีซ่าผ่านเว็บไซต์
Visa Information Service
4. หาข้อมูลจากเว็บเพจของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา และสถานกงสุลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/index.htm และ
http://bangkok.usembassy.gov/consulcm/
- อีเมล์ถึง visasbkk@state.gov และ conschiangmai@state.gov โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- เว็บไซต์ เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ ภายในเวลา 90 วันหลังซื้อรหัสประจำตัว (PIN)
สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางเว็บไซต์
- Call Center เพื่อให้ข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ สามารถโทรศัพท์ติดต่อสอบถามได้ 2 ครั้ง เมื่อซื้อรหัสประจำตัว (PIN) สำหรับบริการข้อมูลด้านวีซ่าและจองวันสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
5. เตรียมเอกสารและรูปถ่ายตามที่กำหนด www.usmle.org
6. เฉพาะผู้ขอวีซ่าที่จังหวัดเชียงใหม่ ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ณ ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิง
ราคา 50 บาท
7. ไปที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา หรือสถานกงสุลฯ ตามวันเวลาสัมภาษณ์ที่นัดหมาย
8. เฉพาะผู้ขอวีซ่าในกรุงเทพมหานคร ซื้อซองไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ที่สถานทูตฯ ราคา 50 บาท
9. หนังสือเดินทางส่งคืนทางไปรษณีย์ภายใน 3 วันทำการ
|