Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
  Home / Education / ข้อมูลการศึกษาต่อต่างประเทศ / อังกฤษ / ข้อมูลทั่วไป - Life & Culture
อังกฤษ - ข้อมูลทั่วไป - Life & Culture
Send To Friend

 
Share |
 
 
 

Life & Culture

ประชากร

สหราชอาณาจักรมีประชากรประมาณ 63.8 ล้านคน โดยอาศัยอยู่กระจายตามส่วนต่าง ๆ ของประเทศดังนี้
ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด ของสหราชอาณาจักร
  • พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำ มีประชากรทั้งสิ้น 54.2 ล้านคน โดยอาศัยอยู่ในเมืองหลวง (London)
    มากที่สุดถึง 7.75 ล้านคน รองลงมาอีกประมาณ 3 ล้านคน อาศัยอยู่ที่ เมือง Birmingham และเมือง
    Manchester
  • ประเทศสก็อตแลนด์ มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า Edinburgh ซึ้งมีพื้นใหญ่รองลงมาจาก London ลักษณะ
    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ว่างเปล่า และยังคงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ
    เช่น ทะเลสาบ และแหล่งน้ำธรรมชาติ ประเทศสก็อตแลนด์มีประชากรอาศัยอยู่ ประมาณ 5.1 ล้านคน
  • ประเทศเวลส์ มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า Cardiff ที่มีประชากรมากที่สุดถึง 2.9 ล้านคน ลักษณะพื้นที่ส่วน
    ใหญ่เป็นชายฝั่งทะเล ทะเลสาบ และภูเขาสูง ซึ่งเศรษฐกิจหลักของประเทศ ได้แก่ อุตสาหกรรม
    Electronics ชิ้นส่วนรถยนต์การเงิน และการดูแลสุขภาพ
  • แคว้นไอร์แลนด์เหนือ มีเมืองหลวงคือ Belfast ลักษณะเป็นแคว้นเล็กๆ และมีประชากรประมาณ 1.6
    ล้านคน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชนบท มีอัตราค่าครองชีพต่ำสุด ประชากรส่วนใหญ่ใช้ ภาษา Irish Gralic

ศาสนา

ศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุด คือ ศาสนาแองกลิแกนและโรมันคาทอลิก รองลงมาคือมุสลิม

อาหารการกิน

อาหารหลากหลายที่มีให้เลือกซื้อในสหราชอาณาจักร เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอิทธิพลของชนชาติต่างๆ ในสังคมอังกฤษ ซุปเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่มีวัตถุดิบจากเอเชีย แอฟริกา ทะเลแคริบเบียน และละตินอเมริกา ตลอดจนอาหารจากประเทศในส่วนอื่นๆ ของโลกอีกมากมาย คนอังกฤษที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้มีผลิตผลทางการเกษตรที่ผลิตด้วยวิธีการแบบธรรมชาติให้เลือกมากมาย ในร้านค้าและ
ซุปเปอร์มาร์เก็ต ดังนั้นขณะที่คุณอยู่ในสหราชอาณาจักร คุณก็จะได้รับประทานอาหารเช้าแบบอังกฤษ และ Fish and Chips แต่ก็จะได้เห็นอาหารและเมนูที่หลากหลายอีกมากมาย ครอบครัวชาวอังกฤษมักจะรับประทานอาหารแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า "Sunday roast" หรือเนื้อย่างในวันอาทิตย์ แต่บางครอบครัวก็อาจจะชอบ
รับประทานอาหารแบบใหม่ๆ ตั้งแต่พิซซ่าของอิตาลีไปจนถึงบะหมี่สิงคโปร์ ชาวอังกฤษมักจะรับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ ได้แก่ มื้อเช้า มื้อกลางวัน (มักจะเป็นมื้อเล็กๆ) และจากนั้นก็เป็นมื้อเย็น (มักเรียกว่า อาหารเย็น หรืออาหารค่ำ) เครื่องดื่มร้อนแบบดั้งเดิมของอังกฤษได้แก่ ชาซึ่งมักจะเป็นชาใส่นม และนิยมดื่มกันวันละ
หลายๆ ครั้ง

ในสหราชอาณาจักรการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม เป็นเรื่องที่ยอมรับได้เช่นเดียวกับในประเทศแถบยุโรปประเทศอื่นๆ ผับและบาร์ไวน์จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตสังคมในอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ผับและบาร์ทุกแห่งมีเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ขายด้วย เวลาไปสังสรรค์กันคุณจึงไม่จำเป็นต้องดื่มแอลกอฮอล์เสมอไป นอกจากนี้ผู้คนยังพบปะสังสรรค์กันเพื่อดื่มชาและกาแฟ จึงมีร้านกาแฟอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในเมืองเล็กๆ หรือเมืองใหญ่ๆ ในอังกฤษ ขณะที่อยู่ในสหราชอาณาจักร คุณอาจได้รับเชิญให้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ ซึ่งคุณควรบอกให้เพื่อนทราบ หากคุณไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มบางประเภทได้ เนื่องจากความเชื่อทางศาสนา ปัญหาสุขภาพ หรือเหตุผลทางจริยธรรม นักเรียนต่างชาติหลายคนบอกเราว่า พวกเขาชอบทำอาหารแล้วแบ่งกันรับประทานกับคนอังกฤษและเพื่อนชาติอื่นๆ และการทำเช่นนี้ก็ทำให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

การเดินทาง

ระบบขนส่งในประเทศอังกฤษ

รถไฟใต้ดินที่ลอนดอน (London Underground)

การเดินทางที่สะดวกสบายที่สุดในลอนดอนคือรถไฟใต้ดิน กับ รถไฟ นักเรียนที่เพิ่งไปใหม่ๆอย่าเพิ่งตกใจว่า ทำไมเส้นทางมันช่างสับสน จริงๆแล้ว วิธีใช้ง่ายมาก

รถไฟใต้ดินจะมีวิ่ง ไป และ กลับ สีแดงก็จะวิ่งเพียงเส้นทางสีแดง สีน้ำเงินก็จะวิ่งเส้นทางสีน้ำเงินเท่านั้น และจะมีสถานีปลายทางบอกไว้ เช่น ขบวนรถไฟใต้ดินสีแดงมีสถานีปลายทาง Ealing Broadway รถไฟใต้ดินก็จะวิ่งจากด้านขวามือสุดมายังด้านซ้ายสุด ที่สถานีปลายทาง Ealing Broadway ในทางกลับกัน ถ้าเราต้องการใช้สีแดงแต่จะไปด้านขวามือก็ดูที่สถานีปลายทางด้านขวามือ รถไฟใต้ดินก็จะวิ่งไปด้านขวามือดั้งนั้นรถไฟใต้ดิน สายสีอื่น ๆก็ใช้วิธีเดียวกันกัน คือดูที่สถานีปลายทางเป็นหลัก ส่วนจุดกลม ๆ หมายความว่า สามารถเปลี่ยนรถไฟใต้ดินจากขบวนสายสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่ง

ตั๋ว London Underground มีอยู่หลายแบบ อย่างแรกคือ

ตั๋วท่องเที่ยว1 วัน(Travel Card)
ในตั๋วจะระบุวันที่ ชนิดตั๋ว และโซน เช่นในตั๋วตัวอย่างนี้ สามารถใช้ใด้ในหนึ่งวันคือวันที่ 18 ตุลาคม 2004
และ เฉพาะโซน 1 - 2 และจะเข้าหรือออกกี่ครั้งก็ได้ในโซน 1 และ 2 และอีกทั้งยังสามารถใช้ขึ้นรถบัสได้ทุกโซน โดยไม่ต้องจ่ายเงินขึ้นรถบัสอีกในวันนั้น ๆ เวลาเลือกซื้อต้องวางแผนการเดินทางให้เรียบร้อยก่อน

ตั๋วแบบที่สอง ตั๋วเที่ยวเดียว
ตั๋วเที่ยว (Single) สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวและไม่สามารถ
ใช้ได้อีก และไม่สามารถใช้กับรถบัสได้

ตั๋วเดือน ตั๋วปี
ตัวชนิดนี้จะมีหน้าตาเหมือนตัวอย่าง แต่จะแตกต่างตรงที่วันที่ ที่ระบุวันหมดอายุบนบัตร และจะต้องใช้รูปถ่ายเพื่อที่จะทำบัตรสมาชิกรถไฟใต้ดิน ซึ่งรหัสสมาชิกจะระบุบนตั๋วด้วย เวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจต้องแสดงบัตรพร้อมทั้งตั๋วที่เรามี Oyster Card เป็นตั๋วประเภทสัปดาห์ เดือน หรือตั๋วปีเช่นกัน แต่เป็นแถบแม่เหล็กแค่แตะก็สามารถ เดินผ่านได้เลยระบบรถไฟใต้ดินที่อังกฤษมีมานาน แต่ตั๋วระบบแม่เหล็กเพิ่งนำเข้ามาติดตั้ง และตั๋วสัปดาห์นั้นรวมถึงการสามารถใช้รถบัสได้ทุกๆโซนที่เราเลือกใช้ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

รถบัสในลอนดอน
ดูจุดหมายปลายทางที่อยู่ด้านบนเป็นหลัก เช่น บนด้านหน้าของรถบัส เขียนหมายเลขตัวหนังสือตัวเล็ก และตัวใหญ่ ตัวหนังสือตัวใหญ่หมายถึงสถานีปลายทางที่รถบัสสายนี้จะวิ่งไป และ ส่วนตัวหนังสือตัวเล็ก จะบอกสถานที่ที่ผ่าน

ตั๋วรถบัส มีสองประเภท

  • ตั๋วแบบใช้ครั้งเดียว คือตั๋วที่เราใช้ขึ้นรถบัสแค่ครั้งเดียวและสามารถซื้อได้บนรถทันที
  • ตั๋วแบบรายสัปดาห์จะต้องระบุโซนว่าเราจะใช้โซนใหนสอบถามพนักงานเพิ่มเติมก่อนที่จะซื้อ
หมายเหตุ ตั๋วรถบัสใช้ได้ขึ้นรถบัสเท่านั้นไม่สามาถขึ้นรถไฟใต้ดินได้

ร้านค้าต่าง ๆ

ร้านค้าทั่วไปเปิดให้บริการในวันจันทร์ - วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 น. - 17.30 น. หลายแห่งเปิดให้บริการในวันอาทิตย์ด้วย ในเมืองใหญ่ร้านค้าอาจเปิดให้บริการนานขึ้นในบางวัน เช่นเปิดถึง 19.00 น. หรือ 22.00 น.ในคืนวันพฤหัสและวันศุกร์

ที่ทำการไปรษณีย์และธนาคาร

ที่ทำการไปรษณีย์ซึ่งเปิดทำการตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 17.30 น. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 12.30 น. ในวันเสาร์ นอกจากนี้ยังหาซื้อแสตมป์ตามที่ต้องการได้ที่ร้านขายหนังสือพิมพ์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าอื่นๆ และซื้อจากเครื่องหยอดเหรียญใกล้ๆ ที่ทำการไปรษณีย์

ระบบโทรศัพท์

โทรศัพท์สาธารณะมี 2 แบบ คือ แบบหยอดเหรียญ และแบบบัตรโทรศัพท์
สามารถซื้อบัตรโทรศัพท์ได้ที่ทำการไปรษณีย์ และร้านค้าที่มีป้าย Phone Card ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 1 - 20 GBP ให้เลือกช่วงเวลาที่เสียค่าบริการแพงที่สุด คือระหว่าง 08.00 - 18.00 น. ในวันธรรมดา สำหรับโทรศัพท์
เคลื่อนที่นั้นมีผู้ให้บริการอยู่หลายบริษัท หากต้องการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ แนะนำให้ซื้อบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ มีจำหน่ายตามร้านขายหนังสือพิมพ์ทั่วไป รหัสประเทศ : 44

บัตรโทรศัพท์ สามารถซื้อบัตรโทรศัพท์ได้ที่ทำการไปรษณีย์และร้านค้าที่มีป้าย Phone Card ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 1 - 20 GBP ให้เลือกช่วงเวลาที่เสียค่าบริการแพงที่สุด คือระหว่าง 08.00 - 18.00 น. ในวันธรรมดา

โทรศัพท์สาธารณะ โทรศัพท์สาธารณะในสหราชอาณาจักรสามารถหาได้ไม่ยากนัก นอกจากนั้นในปัจจุบันโทรศัพท์สาธารณะยังมีบริการอื่น ๆ ด้วย เช่นอีเมล์ การส่ง
ข้อความ และบริการอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์สาธารณะส่วนใหญ่สามารถใช้เหรียญ 10 เพนซ์ 20 เพนซ์ 50 เพนซ์และ 1 ปอนด์ โทรศัพท์สาธารณะบางแห่งสามารถใช้เหรียญ 10 เพนซ์ได้ด้วย โทรศัพท์จะคืนเหรียญที่ไม่ได้ใช้เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ควรใช้เหรียญที่มีมูลค่าสูง เช่น 50 เพนซ์ 1 ปอนด์ และ 2 ปอนด์ โทรศัพท์สาธารณะบางเครื่องสามารถใช้เหรียญ 50 เซนส์ 1 ยูโรและ 2 ยูโรได้ด้วย โดยอัตราาแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ 1 ยูโรเท่ากับ 60 เพนซ์ และเงินยูโรนั้นสามารถใช้สำหรับการโทรศัพท์แบบต่อตรงเท่านั้น  

ค่าโทรศัพท์ โทรศัพท์ภายในประเทศ โทรศัพท์แบบใช้เงินสดนั้นค่าโทรจะเท่ากับ
30 เพนซ์ สำหรับ 15 นาทีแรก ทุก ๆ 7.5 นาทีต่อไปจะเป็นราคา 10 เพนซ์ หากใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตค่าโทร ฯ อย่างต่ำจะเท่ากับ 95 เพนซ์ การโทรเข้าโทรศัพท์มือถือหรือเบอร์พิเศษ หรือการโทรผ่านโอเปอร์เรเตอร์ค่าโทร ฯ อย่างต่ำจะเท่ากับ 1.20 ปอนด์ โทรศัพท์ระหว่างประเทศ ค่าโทรอย่างต่ำจะเท่ากับ 1.20 ปอนด์
บริการอินเตอร์เน็ต – 1 ปอนด์สำหรับ 15 นาทีแรก จากนั้นจะเท่ากับ 10 เพนซ์ต่อ 1.5 นาที อีเมล์ – 1 ปอนด์สำหรับ 15 นาทีแรก จากนั้นจะเท่ากับ 10 เพนซ์ต่อ 1.5 นาที การส่งข้อความ – 10 เพนซ์ต่อการส่งข้อความมาตรฐาน 150 ตัวอักษรต่อหนึ่งข้อความ การส่งอีเมล์ – ข้อความละ 20 เพนซ์

โทรศัพท์มือถือ

โทรศัพท์มือถือ โทรศัพท์มือถือที่ใช้สัญญาณจีเอสเอ็ม 900 หรือ 1800 สามารถใช้
โรมมิ่งได้ในสหราชอาณาจักร ควรตรวจสอบก่อนว่าโทรศัพท์ของคุณสามารถใช้การ
โรมมิ่งได้หรือไม่ นอกจากนั้นคุณยังสามารถหาซื้อเครื่องเปล่าพร้อมซิมได้ในราคา
เริ่มต้นที่ 30 ปอนด์ในร้านค้าทั่วไป คุณไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรประชาชนในการซื้อโทรศัพท์แบบเติมเงิน แต่จะต้องแจ้งที่อยู่ในสหราชอาณาจักรสำหรับการทำสัญญา สิ่งที่ควรทำคือการตรวจสอบรายละเอียดเรื่องรายละเอียดการคิดค่าโทรศัพท์อย่างรอบคอบ เนื่องจากโทรศัพท์ที่ดูเหมือนราคาถูกอาจจะมาพร้อมกับค่ารายเดือนและค่าโทรออกที่แสนแพง

แพ็คเกจโทรศัพท์มือถือโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น
  • แบบจ่ายรายเดือน คุณจะเซ็นสัญญากับบริษัทให้บริการเครือข่ายมือถือและตกลงว่าจะใช้บริการของเครือข่ายนั้นๆ เป็นระยะเวลาตามที่ตกลงกันไว้เป็นอย่างน้อย คือประมาณ 12 เดือน คุณจะเลือกแพ็คเกจค่าโทรจากแพ็คเกจที่มีให้เลือกและบริษัทจะส่งใบเรียกเก็บเงินค่าโทรออกและค่าบริการให้คุณทุกเดือน
     
  • แบบจ่ายเงินล่วงหน้า คุณจะเซ็นสัญญาการใช้บริการกับบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ และจ่ายเงินล่วงหน้าสำหรับค่าใช้บริการ 12 เดือนซึ่งอัตราค่าโทรจะถูกกว่าแบบรายเดือน และหากคุณโทรออกเกินกว่าค่าโทรที่ตกลงกันไว้ บริษัทจะส่งใบเรียกเก็บเงินค่าโทรส่วนที่เกินนั้น
     
  • แบบเติมเงิน คุณจะเติมเงิน (เวลาโทรออก) ได้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเติมผ่านเครือข่ายโดยตรงหรือโดยการซื้อบัตรเติมเงิน จากนั้นคุณก็จะสามารถโทรออกได้จนกว่าจำนวนเงินที่เติมไว้จะหมดลง แล้วก็จะต้องเติมเงินใหม่ การใช้บริการแบบนี้ไม่ต้องเซ็นสัญญาและไม่ต้องมีการเรียกเก็บเงินใดๆ

การโทรเข้า - ออกระหว่างประเทศ

การโทรศัพท์โดยการเก็บค่าโทรศัพท์ปลายทาง (Country direct)
วิธีนี้สามารถจะติดต่อกลับไปยังประเทศไทย ซึ่งสามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะหรือโทรศัพท์ในบ้าน อัตราการเก็บค่าโทรศัพท์จะเป็นอัตราการเก็บในประเทศไทย ซึ่งหมายเลขปลายทางจะเป็นผู้ชำระเงินในการใช้บริการนั้น ๆ เลขหมายโทรศัพท์ในแต่ละประเทศ หรือโทรศัพท์สายตรงติดต่อกับ Operator ผู้รับโทรศัพท์ในแต่ละ
ประเทศ

ISD direct calling
เก็บเงินจากผู้โทร สามารถโทรได้จากโทรศัพท์สาธารณะหรือโทรที่บ้าน ในกรณีที่ใช้โทรศัพท์สาธารณะต้องใช้บัตรโทรศัพท์ หรือเงินสดชำระในขณะใช้บริการ ในกรณีที่ใช้โทรศัพท์ในบ้าน อัตราการเก็บค่าโทรศัพท์จะเก็บเป็นเดือน (ปลายเดือน) ทางองค์การโทรศัพท์จะส่งใบแจ้งหนี้มายังที่พักอาศัยของนักเรียน ในบางเวลาอัตราการเก็บค่าโทรศัพท์จะน้อยกว่าปกติ เช่น (off peak) เสาร์ - อาทิตย์ หรือช่วงหลังจาก 6 โมงเย็น

วิธีการใช้โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ เมื่อต้องการโทรจากต่างประเทศมาที่เมืองไทย
  • กดรหัส การโทรทางไกลต่างประเทศ (00)
     
  • กดรหัสประเทศ (ประเทศไทย กด 66)
     
  • กดรหัสพื้นที่ (กรุงเทพ กด 2 หรือ เชียงใหม่ กด 53 เป็นต้น)

    เช่น โทรกลับมากรุงเทพฯ กด 00+66+2 (เป็นรหัสพื้นที่กรุงเทพฯ) + เลขหมายปลายทางซึ่งสามารถกดหมายเลขต่อกันได้เลย โดยไม่ต้องรอสัญญาณเสียงตอบรับอัตโนมัติ
วิธีการใช้โทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ เมื่อต้องการโทรจากเมืองไทยไปต่างประเทศ
  • กดรหัสการโทรทางไกลต่างประเทศ (001) ในกรณีที่ใช้โทรศัพท์บ้านโทรออก ตามด้วย 809 เพื่อ
    ความประหยัด
     
  • กดรหัสรหัสประเทศ (ประเทศอังกฤษ กด 44)
รหัสเมืองสำคัญในUK
London
Oxford
Cambridge
Birmingham
Glasgow
Liverpool
Leeds
Sheffield
Edinburgh
Bristol
Manchester
Nattingham
20
1865
1223
121
141
151
113
114
131
117
151
115

เช่น โทรไปลอนดอน กด 001 + 809 +44 (เป็นรหัสเมือง UK) +20 (เป็นรหัสพื้นที่ ลอนดอน) + เลขหมายปลายทาง ซึ่งสามารถกดหมายเลขต่อกันได้เลย โดยไม่ต้องรอสัญญาณเสียงตอบรับอัตโนมัติ
 


16 กรกฏาคม 2552 10:00:00
 
เบอร์ติดต่อสถานฑูต และสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
 
 

 
 
 
   
 
ระดับการศึกษา
เตรียมอนุบาล อนุบาล
ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น
มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช.
ปวส. อุดมศึกษา