การเมืองการปกครอง และข้อมูลของเมืองต่าง ๆ
ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มีการปกครองระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาแต่มีลักษณะ
การรวมตัวของ เมืองต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า แบบสมาพันธรัฐ (Confederation) คือมีรัฐบาลกลางและรัฐบาล
ท้องถิ่น โดยแบ่งออกเป็น 26 มณฑล (Cantons) แต่ละมณฑลมีกฎหมายของตัวเองโดยมีเมืองหลวงอยู่ที่
กรุงเบิร์น (Bern)
สวิตเซอร์แลนด์ประกอบด้วย 26 Canton ดังนี้
| |
1. Zurich
2. Berne
3. Lucerne
4. Uri
5. Schwyz
6. Obwalden
7. Nidwalden
8. Glarus
9. Zug
10. Fribourg
11. Solothurn
12. Basle Town
13. Basle Country |
14. Schaffhausen
15. Appenzell Ausser-Rhoden
16. Appenzell Inner-Rhoden
17. St. Gallen
18. Grisons
19. Aargau
20. Thurgau
21. Ticino
22. Vaud
23. Valais
24. Neuchatel
25. Geneva
26. Jura |
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า แต่ละ Canton มีรัฐธรรมนูญและ Cantonal Government ของตนเอง โดยมีอิสระ
จากการบริหารราชการของส่วนกลาง อำนาจนิติบัญญัติของสมาพันธ์ฯ อยู่ที่รัฐสภาแห่งสมาพันธ์
(Federal Assembly) ซึ่งประกอบด้วยสภาแห่งชาติ (National Council) และสภาแห่งรัฐ (Council of States) ทั้งสองสภามีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกัน
National Council ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรงมีจำนวน 200 คน แต่ละ Canton จะมีจำนวน ผู้แทนของตนมากน้อยตามจำนวนประชากร (1:34,000) แต่อย่างน้อยที่สุด แต่ละ Canton จะมีผู้แทน 1 คน Council of States มีจำนวนสมาชิก 46 คน โดยแต่ละ Canton มีผู้แทน 2 คน การดำเนินงานที่สำคัญของรัฐสภาแห่งสมาพันธ์ กระทำผ่าน standing committees ด้านต่างๆ อาทิการคลัง การต่างประเทศ เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และการวิจัย การทหาร สุขภาพและสิ่งแวดล้อม การคมนาคม พลังงาน ฯลฯ
ในการบริหารราชการส่วนกลาง อำนาจบริหารจะอยู่ที่คณะรัฐมนตรีเรียกว่า The Federal Council ซึ่งมีสมาชิกเรียกว่า Federal Councilor (มนตรีแห่งสมาพันธ์) มีทั้งหมด 7 คน* ทำหน้าที่ควบคุมบริหารงานในหน่วยงานระดับกระทรวง 7 แห่ง
รัฐสภาแห่งสมาพันธ์เป็นผู้เลือกมนตรีแห่งสมาพันธ์ มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี และในจำนวนมนตรีแห่ง
สมาพันธ์ทั้ง 7 คน จะได้รับเลือกจากรัฐสภาแห่งสมาพันธ์ผลัดเปลี่ยนกันครั้งละหนึ่งคน เพื่อดำรงตำแหน่ง
ประธานาธิบดีซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 1 ปี โดยมีสถานะเป็น “The First Among Equals” ดังนั้น
ประธานาธิบดีสวิสจึงไม่มีการเยือนต่างประเทศในฐานะ State Visit นับตั้งแต่ ค.ศ.1959 เป็นต้นมา
*หมายเหตุ* ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งมนตรีแห่งสมาพันธ์จะมาจาก Canton เดียวกันเกิน 1 คนไม่ได้ และเป็นธรรมเนียมว่าจะต้องมีผู้แทนจาก 3 Canton หลัก ได้แก่ Zurich, Berne และ Vaud แห่งละ 1 คน
ลักษณะพิเศษของระบบประชาธิปไตยแบบสวิสคือ อำนาจสูงสุดในทางนิติบัญญัติมิได้อยู่ที่สภาแต่อยู่ที่ประชาชนโดยตรง เพราะตามรัฐธรรมนูญประชาชนมีสิทธิในการออกเสียงประชามติ (referendum) และการ
ริเริ่ม (initiative) กล่าวคือ กฎหมายทุกฉบับที่ผ่านสภาแห่งสมาพันธ์แล้ว จะยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย จะต้องรอให้ครบ 90 วันเสียก่อน ในระหว่างนั้นประชาชนจะมีสิทธิคัดค้านโดยจะต้องเข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 50,000 คน เพื่อให้มีการจัด referendum ส่วนอำนาจในการริเริ่มของประชาชนจะสามารถใช้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยประชาชน ต้องเข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 100,000 คน เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติ ด้านอำนาจตุลาการศาลชั้นต้น และศาลชั้นกลางจะเป็นศาลของมณฑล โดยใช้กฎหมายสมาพันธ์ร่วมด้วย และประชาชนเป็นผู้เลือกตั้งผู้พิพากษาโดยตรง แม้แต่ผู้พิพากษาสมทบก็อาจเป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพอื่นๆ ที่ได้รับเลือกจากคนในท้องถิ่น ส่วนศาลฎีกาแห่งสมาพันธ์ (Federal Supreme Court) มีที่ตั้งอยู่ที่เมือง
โลซานน์ เพื่อเน้นการแบ่งแยกอำนาจจากรัฐบาลกลางที่กรุงเบิร์น ศาลฎีกาเป็นทั้งศาลแพ่งและศาลอาญา ประกอบด้วยผู้พิพากษาประมาณ 30 คน ที่ได้รับเลือกตั้งจากรัฐสภาแห่งสมาพันธ์
ข้อมูลของเมืองต่างๆ ที่น่าสนใจ
เมืองซูริก – Zurich
ซูริกเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นศูนย์กลางสำคัญของธุรกิจพาณิชย์ เศรษฐกิจ และการเงิน ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำ และวัฒนธรรมที่รู้จักกันทั่วโลก เป็นเมืองที่รู้จักกันดีและได้ยินชื่อกันบ่อยๆ จนบางคนคิดว่าเป็นเมืองหลวงของสวิส จากการสำรวจในปี 2006 และ ปี 2007 ซูริก ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่มี "คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด" ในโลก
ซูริกมีชื่อทางด้านโบสถ์ เริ่มจากโบสถ์ St.Peter ที่มีจุดเด่นตรงหอนาฬิกายักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โบสถ์
Fraumuenster ขึ้นชื่อเรื่องกระจกสีที่สวยงาม และโบสถ์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองอย่างโบสถ์ Grossmuenster ที่มีจุดเด่นอยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกโบสถ์มากกว่าด้านใน นอกจากนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น สวนสาธารณะ Lindenhof, พิพิธภัณฑ์ Landesmuseum, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Kunsthaus, พิพิธภัณฑ์
ช็อกโกแลต (Lindt & Spruengli), พิพิธภัณฑ์กาแฟ (Johann Jacobs Museum), ย่านช้อปปิ้งถนน
Bahnhofstrasse
เมืองหลวงเบิร์น - Berne
เบิร์นเมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์เป็นเมืองโบราณเก่าแก่ และโรแมนติก สร้างขึ้นเมื่อ 800 ปีที่แล้ว โดยมีแม่น้ำ Aare ล้อมรอบตัวเมือง แม่น้ำแห่งนี้เปรียบเหมือนปราการธรรมชาติ ซึ่งป้องกันเมืองไว้ทั้งสามด้าน
สำหรับด้านที่สี่ชาวเมืองได้สร้างกำแพงและสะพานข้ามที่สามารถชักขึ้นลงได้ และโดยการรักษาผังเมืองให้มีสภาพดังเดิมตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เบิร์นจึงได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก อีกทั้งยังเป็นบ้านที่ทำงานของนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกคือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
เบิร์นเป็นเมืองเก่า และได้ชื่อว่ามีน้ำพุมากที่สุด (มากกว่า 1,000 แห่ง) ซึ่งยังคงบรรยากาศเก่าๆ ที่เข้ากันได้ดีกับร้านค้าสมัยใหม่ แวดล้อมไปด้วยรูปปั้นอายุกว่า 500 ปี ตลอดทางเดินที่ยาวหลายกิโลเมตร การเดินเที่ยวชมความงดงามของสถาปัตยกรรมในเขตเมืองเก่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสได้มาเยือนนครแห่งนี้
สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ พิพิธภัณฑ์บ้านไอน์สไตน์ เลขที่ 49 ถนนแครมกาซเซ่ (Kramgasse), ย่านเมืองเก่าถนน มาร์คท์กาซเซ่ ( Marktgasse), น้ำพุ Fontaine de Tireur, หอนาฬิกา Zeitglockenturm
เมืองลูเซิร์น - Luzern
เมืองลูเซิร์น ถือเป็นเมืองตากอากาศที่โด่งดังของสวิสเซอร์แลนด์ และยังมีความสำคัญในด้านการก่อกำเนิดสมาพันธรัฐอีกด้วย เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เวียวาลด์สแตร์ทเตอร์ อันหมายถึงทะเลสาบ
สี่พันธรัฐ เป็นเมืองน่าอยู่ที่อันดับต้นๆ สำหรับคนสวิส ที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง โดยจะถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบและขุนเขา มีเขตเมืองเก่า กำแพงโบราณ
Water Tower และ สะพานไม้ Chapel Bridge อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นที่นักท่องเที่ยวจำได้ทันทีที่เห็น สร้างมานานกว่า 650 ปีแล้ว ตัวเมืองเก่าเริ่มจากฝั่งแม่น้ำ Reuss มีสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างที่น่าสนใจหลายแห่ง เมืองลูเซิร์นจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเกือบตลอดปี เพราะเป็นเมืองช้อปปิ้งที่อยู่ระดับแนวหน้าของสวิตเซอร์แลนด์
สถานที่เที่ยวและกิจกรรมที่แนะนำในเมืองลูเซิร์น ได้แก่ อนุสาวรีย์ หินสลักรูปสิงโต(Mountain Lion), รถไฟสายเก่าแก่ที่สุดขึ้นภูเขา Rigi (ความสูง 1798 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) , พิพิธภัณฑ์การขนส่งและคมนาคม (Museum of Transport and Communication) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีห้องจัดแสดงถึง 12 ห้อง, ภูเขา Titlis และ Pilatus เป็นภูเขาที่มีความชันที่สุดในโลก, ภูเขา Stanserhorn เดินทางโดยรถรอกกว้านสมัยเก่าและรถกระเช้ารุ่นใหม่ล่าสุด (Aerial Cable Car), Casino Vegas เป็นสถานที่เสี่ยงโชคกับเครื่องเล่นหลากชนิด และชมการแสดงพื้นเมืองจากทุกภาคของสวิตเซอร์แลนด์
เมืองชาฟฟ์ เฮาเซิน - Schaffhausen
เมืองเล็กๆ ที่หลายคนกล่าวว่าเป็นเมืองแห่งเทพนิยาย เนื่องจากมีการอนุรักษ์ไว้ให้อยู่ในสภาพเดิมเหมือนเช่นในอดีต ซึ่งนอกจากการเดินเล่นชมเมืองแล้ว ที่นี่ก็มีพิพิธภัณฑ์ Lindwurm ที่แสดงเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ และเครื่องเรือนของคนที่นี่ เมื่อสมัย 200 ปี และน้ำตกไรน์ (Rheinfall )เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีความสูงถึง 23 เมตร
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ นอกจากน้ำตกไรน์แล้ว เมืองชไตน์ อัม ไรน์ (Stein am Rhein) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ขึ้นอยู่กับเมือง Schaffhausen ก็เป็นสถานที่ๆไม่ควรพลาด เมืองนี้สถาปัตยกรรมยุคกลางได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดดเด่นด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งใช้สีน้ำวาดภาพบนปูนที่ยังเปียกอยู่ (Frescoes) เมือง ชไตน์ อัม ไรน์ ได้รับรางวัล the First Wakker Prize เมื่อปี 1972 ในฐานะที่อนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมไว้ได้เป็นอย่างดี
เมืองบาเซิล - Basel
บาเซิล เป็นเมืองรอยต่อของสามประเทศ คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่มีแม่น้ำไรน์ (Rhein) ไหลผ่าน แบ่งตัวเมืองเป็น 2 ฝั่ง โดยลักษณะของตัวเมืองถือว่าเป็นเมืองเก่าที่โรแมนติกมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และชอบงานศิลปะ เพราะว่าเมืองนี้มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งมากมายนับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดของเมืองนี้ก็คือ ศาลาว่ากลางเมืองสีสดใสที่ตั้งเด่นอยู่บริเวณใจกลางเมือง
|