|

Life & Culture
ประชากร
ประเทศจีนมีประชากรเป็นอันดับหนึ่งของโลก ประมาณ 1.3 พันล้านคน มีชนชาติต่างๆ อยู่รวมกัน 56 ชนชาติ เป็นชาวฮั่น ร้อยละ 93.3 ที่เหลือเป็นชนกลุ่มน้อย เช่น ชนเผ่าจ้วง หุย อุยกูร์ หยี ทิเบต แม้ว แมนจู มองโกล ไตหรือไท เกาซัน
ศาสนา
ชาวจีนนับถือลัทธิขงจื้อ ศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋า ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์
วัฒนธรรม
วัฒนธรรมของชาวจีนสามารถสะท้อนให้เห็นได้จากสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีอันเคร่งครัด เช่น ประเพณีตรุษจีน ประเพณีไหว้พระจันทร์ การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ เป็นต้น หรือการแต่งกายที่ได้รับอิทธิพลเครื่องแต่งกายจากชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ ในประเทศ ผสานกับวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวต่างชาติ จนกลายเป็นลักษณะพิเศษของการแต่งกายชาวจีน การแต่งกายของชาวจีนนั้นมีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามยุคสมัย แม้ในปัจจุบัน วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวจีนจะไม่สามารถคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้ เนื่องจากการรับเอาค่านิยมแบบเสื้อผ้าจากชาวตะวันตกเข้ามา แต่เราก็ยังคงได้พบเห็นแบบแฟชั่นที่บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของชาวจีน เช่น ปกเสื้อคอจีน กี่เพ่า เป็นต้น
วิถีชีวิต
วิถีการดำเนินชีวิตของชาวจีนในเมืองใหญ่ค่อนข้างเร่งรีบ ทำงานหนัก เนื่องจากการเป็นประเทศอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจที่สำคัญของเอเชีย ทำให้ผู้คนทุกอาชีพต่างตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อแข่งขันกับตลาด ส่วน
ชาวจีนในชนบทมักทำอาชีพเพาะปลูก มีนิสัยร่าเริง และเป็นกันเองมากกว่าคนในเมือง คนจีนเป็นคนจริงจัง ขยัน อดทน ไม่ย่อท้อต่อสิ่งต่างๆ สิ่งสำคัญคือการให้ความสำคัญกับผู้อาวุโส ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือในสังคมการทำงาน
วันหยุดราชการ
1 มกราคม
มกราคม - กุมภาพันธ์
8 มีนาคม
1 พฤษภาคม
4 พฤษภาคม
1 มิถุนายน
1 กรกฎาคม
1 สิงหาคม
1 ตุลาคม |
วันขึ้นปีใหม่
เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (ตรุษจีน) ช่วงเวลาขึ้นอยู่กับวันทางจันทรคติ
วันสตรีสากล
วันแรงงานสากล
วันเยาวชน
วันเด็ก
วันก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน
วันก่อตั้งกองทัพปลดปล่อยประชาชน
วันชาติจีน |
อาหารการกิน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการผลิตและส่งออกอาหารทะเลมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สามารถทำมูลค่า
การค้าได้มหาศาล นอกจากอาหารทะเลแล้วยังมีผักและผลไม้ที่สดและอร่อยเป็นของขึ้นชื่ออีกด้วย
จีนมีอาหารอันเป็นเอกลักษณ์มากมายหลายชนิด ที่แม้แต่ในไทยก็ยังนิยมรับประทานกันมาก เช่น ติ่มซำ
โกยซีหมี่ ฯลฯ อาหารจีนที่ขึ้นชื่อชนิดหนึ่งคือ อาหารเสฉวน รสชาติเผ็ด และใช้เนื้อหมูเป็นส่วนประกอบหลัก ทั้งนี้ อาหารในเมืองจีนส่วนใหญ่รสชาติค่อนข้างจืด สามารถนำเครื่องปรุงติดตัวไปรับประทานเองได้ เช่น น้ำพริกหรือซอสปรุงรส

การเดินทาง
ประเทศจีนมีระบบขนส่งรองรับหลายทาง ได้แก่ รถไฟฟ้าใต้ดิน เรือ รถโดยสารประจำทาง แท็กซี่มิเตอร์ ตลอดจนการขี่จักรยานซึ่งเป็นที่นิยมของชาวจีนส่วนใหญ่ เนื่องจากสะดวก ประหยัด และปลอดภัย โดยรัฐบาลจีนได้จัดช่องทางพิเศษสำหรับรถจักรยานไว้ตามถนนสายหลักต่างๆ ด้วย
การเดินทางในเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ มีความสะดวกและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีการสร้างถนนซูเปอร์ไฮเวย์และถนนวงแหวนรอบเมืองหลายสาย มีการปรับปรุงอาคารและก่อสร้างถนนสาธารณูปโภคจำนวนมาก ปัจจุบันในเมืองใหญ่ดังกล่าว มีปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้น ทำให้การจราจรในท้องถนนหนาแน่นและติดขัดโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนก่อนเวลาทำงานและหลังเลิกงาน
สำหรับการเดินทางระหว่างเมือง สามารถเดินทางโดยทางรถไฟ ทางน้ำและทางอากาศ
ร้านค้าต่างๆ
ร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ประมาณ 07.00 - 18.00 น. และอาจขยายเวลาเปิดในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญ ร้านค้าที่พบมากมักเป็นร้านค้าปลีก ส่วนห้างสรรพสินค้าจะพบในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางเจา
ที่ทำการไปรษณีย์
ที่ทำการไปรษณีย์ในจีนส่วนใหญ่เปิดทำการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดเทศกาล ระหว่างเวลา 08.30 - 17.00 น.
ไปรษณีย์จีน (China Post) อยู่ภายใต้การบริหารของกรมไปรษณีย์ (State Post Bureau) โดยมีบริการ
หลากหลาย ทั้งการรับ - ส่งจดหมาย พัสดุส่งไปรษณีย์ด่วนEMS รับฝาก - โอนเงิน รับสั่งจอง - ส่งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ขายหนังสือ ขายแสตมป์ - เหรียญตราที่ระลึก ขายวัสดุในสำนักงานและเครื่องเขียน ฯลฯ บริการไปรษณีย์ภายในประเทศจีน ต้องใช้ซองขนาดมาตรฐานที่ทางการจีนกำหนดเท่านั้นและต้องระบุรหัสไปรษณีย์ภายในประเทศอย่างชัดเจน เนื่องจากใช้คอมพิวเตอร์ในการแยกจดหมาย ส่วนการบริการไปรษณีย์อากาศระหว่างประเทศ มีทั้งการส่งตามระบบปกติ (ระหว่างปักกิ่ง - กรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 5 - 7 วัน) และระบบ EMS (ระหว่างปักกิ่ง - กรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 1 - 2 วัน) แต่มีราคาค่อนข้างสูง นอกจากนั้น ยังมีการบริการของบริษัทเอกชน เช่น DHL และ FEDEX ฯลฯ ด้วย
ระบบโทรศัพท์
ไชน่า เทเลคอม (China Telecom) เป็นผู้ดำเนินการหลักด้านโทรศัพท์และการคมนาคมของประเทศจีน มีตู้โทรศัพท์สาธารณะอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งแบบหยอดเหรียญและใช้บัตรโทรศัพท์ สำหรับโทรศัพท์บ้านจะใช้ได้เฉพาะการโทรในพื้นที่ ถ้าต้องการโทรออกต่างพื้นที่ทางไกลหรือต่างประเทศ ต้องขอใช้บริการเพิ่มเติม
บัตรโทรศัพท์
บัตรโทรศัพท์ สามารถใช้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะได้ทุกแห่ง โทรได้ทั้งในและต่างประเทศ มีหลายราคา คือ 30, 50 และ 100 หยวน บัตรโทรศัพท์สามารถหาซื้อได้ตามแผงขายหนังสือพิมพ์ และร้านค้าทั่วไป บางแห่งสามารถต่อรองราคาบัตรได้ด้วย
บัตรโทรศัพท์มี 2 ประเภท คือ แบบ IC CARD และแบบ IP (Internet Protocal)
แบบ IC CARD มีผู้ให้จำหน่ายหลายเจ้า เช่น China Telecom, Beijing Telecom, Shanghai Telecom โดยบัตรที่ออกโดย China Telecom สามารถพกพาไปใช้ได้ทั่วประเทศ แต่หากเป็นบัตรของเมืองจะไม่สามารถใช้ข้ามเขตได้
แบบ IP จะคล้ายกับบัตร Phonenet ของไทย สามารถโทรทางไกลได้ในราคาประหยัด มีหลายยี่ห้อ แต่ที่นิยมใช้กันมาก คือ China Telecom เพราะมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ โทรไปได้ทุกแห่ง จึงมีราคาสูง โดยราคาซื้อมักจะต่ำกว่าราคาหน้าบัตร ประมาณ 10 - 40 %
โทรศัพท์มือถือ
การใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศจีน จะใช้ได้เฉพาะเครื่องที่ขออนุญาตเปิดใช้ต่างประเทศ (Roaming) เท่านั้น แต่ค่าโทรศัพท์จะแพงมาก ถ้าจะให้ประหยัดควรซื้อ Sim Card ของจีนมาใช้ โดยสามารถโทรออกในอัตรานาทีละประมาณ 20 - 30 บาท
การโทรเข้า - ออก ระหว่างประเทศ
วิธีโทรศัพท์จากจีนไปประเทศไทย
การโทรกลับมายังประเทศไทยจากโทรศัพท์บ้าน หรือโทรศัพท์สาธารณะ กด 00+รหัสประเทศไทยคือ 66+รหัสจังหวัดหรือรหัสระบบมือถือ (ตัด0 ออก) และตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์ หากใช้บริการระบบเรียกเก็บเงินปลายทาง ให้กด 10866 ใช้ได้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะทุกแห่ง
วิธีโทรศัพท์จากประเทศไทยไปจีน
การโทรศัพท์ไปประเทศจีน ทำได้โดยกดรหัสบริการโทรทางไกล 007 หรือ 008 +รหัสประเทศจีนคือ 86 +รหัสพื้นที่ และตามด้วยหมายเลขปลายทาง
รหัสเมืองที่สำคัญของจีน
ปักกิ่ง
กวางเจา
เซี่ยงไฮ้
คุนหมิง
ต้าเหลียน |
10
20
21
871
411 |
|