โครงสร้างการศึกษา
การศึกษาขั้นพื้นฐาน
การศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศจีน จะคล้ายกับโครงสร้างการศึกษาของประเทศไทย ได้แก่ การศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ระดับอนุบาลใช้เวลาศึกษา 3 ปี โดยเด็กจะเริ่มเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ไปจนถึงเรียนจบระดับอนุบาลในอายุ 6 ขวบ หลังจากนั้นเด็กจะเริ่มเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาเรื่อยไปจนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการจบระดับการศึกษาภาคบังคับ หลังจากนั้นเด็กผู้ซึ่งมีความประสงค์จะศึกษาต่อ จะต้องสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือจะเป็นการเข้าศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา ซึ่งในระดับอาชีวศึกษาจะเป็นการใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 2 - 4ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กที่จบ
การศึกษาไปมีความรู้ทางเทคนิค การผลิต และการดำเนินงาน
สำหรับการเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาของประเทศจีน จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หลักสูตรระยะสั้น และหนังสูตรมัธยมศึกษาทั่วไป ซึ่งจะแบ่งออกเป็น หลักสูตรมัธยมศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ และหลักสูตรมัธยมศึกษาทั่วไป (เรียนร่วมกับนักเรียนจีน) นักเรียนต่างชาติที่สอบ HSK ได้ระดับ 3 ขึ้นไป และคะแนนสอบการสอบเข้าศึกษาของโรงเรียนผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนด สามารถเข้าศึกษาในชั้นเรียนมัธยมสำหรับนักเรียนต่างชาติได้ วิชาที่เรียนทั่วไปได้แก่ ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พลศึกษา คอมพิวเตอร์ ฯลฯ นักเรียนที่คะแนนผ่านเกณฑ์จะได้รับใบประกาศนียบัตรการศึกษาจากโรงเรียน ส่วนในบางโรงเรียน นักเรียนที่เรียนดีและมีคะแนนสอบ HSK ในระดับ 5 หรือ 6 สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนมัธยมทั่วไปร่วมกับนักเรียนจีนได้ตามความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง
การสมัครเรียน
นักเรียนไทยที่จะไปเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมอายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องมีพ่อแม่จะต้องอยู่ประจำที่ประเทศจีน ถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ประจำที่ประเทศจีน ต้องมอบอำนาจอย่างเป็นทางการให้แก่คนที่อยู่ประจำประเทศจีนเป็น
ผู้ปกครองของนักเรียน จากนั้นก็ต้องยื่นเอกสารการสมัครเรียน และต้องมีใบตอบรับเข้าจากโรงเรียนจึงจะสามารถเข้าศึกษาต่อที่ประเทศจีนได้
การศึกษาขั้นอุดมศึกษา
การศึกษาขั้นอุดมศึกษามีการแบ่งย่อยเป็นอนุปริญญา ซึ่งใช้ระยะเวลาเรียน 2 - 3 ปี ในระดับปริญญาตรี 4 ปี (5 ปี ในส่วนของคณะแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์) ในระดับปริญญาโท 2 - 3 ปี และ ในระดับปริญญาเอก 3 ปี โดยในการศึกษาขั้นอุดมศึกษาของประเทศจีน มีความหลากหลายในแต่ละสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาแบบมีวุฒิบัตร หรือแบบไม่มีวุฒิบัตร หรือการรวมรูปแบบการศึกษาของอนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ในประเทศจีนก็มีสถานศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไปที่รับนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 465 แห่ง และเป็นสถานศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรอง ให้นักศึกษาเลือกเรียนกว่า 200 แห่ง โดยเมืองปักกิ่งจะเป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่มากที่สุด ทั้งนี้หลักสูตรการศึกษาก็มีให้เลือกทั้งที่เป็นแบบบรรยายภาษาอังกฤษ และบรรยายภาษาจีนด้วย
คุณสมบัติของผู้สมัครเรียน
ผู้ที่มาศึกษาต่อยังประเทศจีนควรเป็นผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและสุขภาพแข็งแรง
ระดับอนุปริญญา/ปริญญาตรี : จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผ่านการสอบคัดเลือกเข้า
มหาวิทยาลัยจีน และมีหนังสือรับรองการผ่าน HSK ระดับกลาง C หรือระดับ 6
ระดับปริญญาโท : จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มีหนังสือรับรองจากรองศาสตราจารย์ 2 ท่าน หลักฐานผ่านการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยจีน หรือมีผลการเรียนยอดเยี่ยมช่วงเรียนปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยจีน และต้องผ่าน HSK ระดับกลาง B หรือระดับ 7
ระดับปริญญาเอก : จบการศึกษาระดับปริญญาโท ใบแสดงผลการเรียน หนังสือรับรองจากอาจารย์ระดับ
รองศาสตราจารย์ขึ้นไป 2 ท่าน และต้องผ่านการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยจีน ทั้งนี้ นักศึกษาปริญญาตรี โท และเอกที่จะสมัครเรียนวิชาศิลปะ ต้องนำเสนอรูปภาพหรือวีดิทัศน์เกี่ยวกับผลงานตนเอง และหนังสือรับรองจากอาจารย์ผู้สอน และนักศึกษาที่จบจากประเทศจีน และต้องการศึกษาต่อ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
ภาคการศึกษา
ภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรการศึกษาต่อในประเทศจีน จะมีทั้งที่เป็นแบบปีละ 2 ภาคการศึกษา และแบบปีละ 3 ภาคการศึกษา ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต่างๆ จะกำหนด แต่ส่วนมากจะเปิดเรียน 2 ช่วง คือ ต้นเดือนมีนาคม - มิถุนายน และเดือนกันยายน - มกราคม โดยนักศึกษาจะต้องยื่นใบสมัครก่อนเปิดเรียนอย่างน้อย 3 เดือน |